ที่จริงบทบาทของผู้นำที่จะกล่าวถึงนี้จะมองจากมุม KM ก็ได้ หรือมองจากหลักการบริหารทั่วไป ก็ได้
• บทบาทหลักคือการส่งเสริมผู้ร่วมงานให้เกิดแรงบันดาลใจ (inspiration) หรือเติมน้ำมัน (ใส่ฟืน) ให้แรงบันดาลใจลุกโชน ผู้นำที่แท้จริงจะมีศาสตร์และศิลป์ที่จะ inspire ในทุกโอกาส
• ส่งเสริมให้ผู้ร่วมงาน ร่วมกันทำความเข้าใจ (ค้นพบ) คุณค่าของงาน ทั้งคุณค่าในระดับองค์กร ระดับหน่วยงานย่อย และระดับงานของตนเองเป็นคนๆ เพื่อนำมาสู่การเห็นคุณค่า (ที่ลึก) ของตนเอง และของเพื่อนร่วมงาน และเห็นความเชื่อมโยง (connectedness) ของการทำงานเพื่อบรรลุคุณค่าใหญ่ขององค์กร
• โยงคุณค่า สู่ “ฝันร่วม” (shared vision)
• Inspire โดยการชื่นชมความสำเร็จเล็กๆ และเชื่อมโยงความสำเร็จเล็กๆ (ย้ำคำว่าเล็ก) ของพนักงาน เข้าหาคุณค่า และ “ฝันร่วม” ให้เห็นว่าเป็น “เป้าหมายรายทาง” ของ “ฝันร่วม” อย่างไร และท้าทาย (อย่างมีศิลปะ มีความพอดี) ให้มองหา / มองเห็น เป้าหมายรายทางขั้นต่อไป
• ผู้นำจึงต้องฝึกทักษะ inspire ด้วยการชื่นชม ผสมการท้าทาย
• ทักษะในการชี้ทางให้ทำดีกว่าเดิม (improvement) โดยไม่ตำหนิ คือสุดยอดของศิลปะแห่งการเป็นผู้นำ
• ทำได้โดยสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน ชื่นชมความมุ่งมั่นของคน (ทีม) ตอกย้ำคุณค่าและเป้าหมายของคน (ทีม) ตอกย้ำให้เห็นว่าพนักงานคน (กลุ่ม) นั้น กำลังพากเพียรเพื่อบรรลุ new possibility ช่วยทำให้ new possibility นั้นชัดขึ้น ทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ชี้ให้เห็นคุณค่าของการฝึกฝนตนเอง และชี้ให้เห็นแนวทางที่ถูกต้องในการฝึกฝนในการเข้าสู่ new possibility นั้น เมื่อผู้ (ทีม) นั้นทำได้ดีขึ้น (แม้เพียงเล็กน้อย) ก็ชื่นชมและให้กำลังใจ โดยที่เจ้าตัวเขาก็รู้ว่ายังต้องฝึกฝนต่อไปอีก
เขียนขึ้นจากการตีความภาพยนตร์เรื่อง The Art of Possibility
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ส.ค. ๕๒
กราบเรียนอาจารย์วิจารณ์
อันนี้น่าจะเป็นได้ทั้งผู้นำ และครู ขั้นสุดยอดครับ
"การใช้ศาสตร์และศิลป์ที่จะ inspire ในทุกโอกาส" เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ การฝึกใช้บ่อยๆ จะทำให้ใช้ได้คล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติใช่ไหมคะ