ออกตัวไว้ไม่ได้เกิดที่ จ.น่าน หากแต่รับชมได้ทางทีวีที่ จ.น่าน เป็นเรื่องราวที่เสนอผ่านสื่อโทรทัศน์ช่อง ๓ ครับ
.....โดยระหว่างบันทึกได้เห็นคริ๊บและได้ฟังคำพูดของครูและเด็กทางทีวีที่ทางคุณสรยุทธ นำมาเปิดแพร่ทางทีวีช่อง ๓ วันอังคารที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๒
ครูพูดกับสื่อว่ามีอะไรน่าจะมาสอบถามครู ๆ พูดทำนองขอความเป็นธรรมว่า ที่ทำไม่ได้รุนแรงอะไร เป็นเรื่องที่พูดคุยกันว่าทางบ้านไม่เอาเรื่องแล้ว
เด็กพูดกับสื่อด้วยความเดียงสาว่า ที่มาแล้วเขายังตกใจ นอกจากนี้ได้พูดอีกว่า ตอนท้ายที่ไม่ได้ถ่ายคริ๊บไว้ยังถูกทุ่มอีก ทำให้มองว่าครูคนนี้ไม่เมตตา
ผู้ปกครองพูดผ่านสื่อว่า ทำใจไม่ได้เลยกับภาพที่เห็นและความไม่เอาใจใส่ การทำร้ายเด็กหรือทำโทษเด็ก เห็นว่ามีการแก้ไขปัญหาค่อนข้างล่าช้า
ปัญหาตอนท้ายข่าวอีกว่า เด็กที่ถ่ายคริ๊บแล้วให้ผู้ปกครองดู ๆ แล้วส่งให้นักข่าว ดูท่าว่าจะเขาจะต้องถูกเพ็งเล็งเป็นพิเศษจากสถาบันและเพื่อน เขา โถ...เป็นคนดีต้องถูกเพ็งเล็ง.....
หลังจากนำเสนอคริ๊บครูแล้ว ช่อง ๓ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ตั้งใจสะท้อนให้เห็นเป็นการนำเสนอคริ๊บเด็กตีกันที่ จ.อุตรดิตถ์อีกกว่า ๓ คริ๊บเลครับ ผมคิดว่า การนำเสนอของสื่อเช่นนี้แม้ว่ามีความอิสระในการทำหน้าก็ดี แต่ดูว่าน่าจะเป็นการชี้นำสังคมให้เกิดความรุนแรงขึ้นยิ่งๆ ขึ้นอีก ขณะเดียวกันเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนหน้าที่จะได้มีการนำเสนอ สนใจผู้ใหญใจดี จ.อุตรดิตถ์ได้รับรู้และมีการดูแล ประเด็นข่าวหลัง เห็นว่าไม่ได้ติดตามเหมือนกรณีคริ๊บครูทำร้าย (สั่งสอน) เด็ก ข่าวหลังนั้นหากนำเสนอไม่ครบถ้วนเป็นการชี้นำความรุนแรงได้ ทั้งที่ ตั้งใจดีไม่มีใครอยากให้สังคมเกิดความรุนแรง
๒๒ ก.ย.๒๕๕๒
ชมคลิปนี้ ผ่านทางช่อง ๓ เหมือนกันครับ สิ่งเหล่านี้เป็นดัชนีชี้วัด ความสมานฉันท์ในภาพรวมของสังคมได้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแค่เเย่งผู้ชาย แต่กำลังบอกว่าสังคมใหญ่นั้น ปัญหาสุดที่จะเยียวยา
เศร้านะครับ
คนที่ทำดี ที่จริงเค้ามีน้ำใจที่จะช่วยเหลือเพื่อน
เค้าทำเพื่อสังคมต้องการให้คนอื่นรับรู้ว่าสมัยนี้เด็กๆนิยมใช้ความรุนแรง
ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ปกครองควรหาทางแก้ไข
ไม่ใช่มาตอกย้ำคนที่ทำดีว่าเป็นความผิด ต่อไปใครจะกล้า