ภาวะโลกร้อนส่ง ผลกระทบต่ออาหารและโรค
การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ฤดูกาลแปรปรวน ฝนไม่ตกตามฤดูกาล วงจรของฤดูกาลจะเปลี่ยนแปลง เป็นลักษณะที่ไม่มีทิศทาง พยากรณ์ได้ลำบากมาก ไม่เหมือนฤดูกาลในอดีตที่ผ่านมา และกว่าที่เกษตรกรจะเรียนรู้ทิศทางของฤดูกาลได้ใหม่คงต้องใช้เวลานานพอควร
ผลกระทบที่ตามมาคือ การเพาะปลูกทางการเกษตรจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เกษตรกรในปัจจุบันมักคุ้นเคยกับการทำการเกษตร ที่ได้รับจากการทำเกษตรรุ่นก่อนๆ เช่นการไถหว่านช่วงเดือนไหน และจะเก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ แต่หากฤดูกาลมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะในลักษณะที่ฝนตกแปรปรวนไป จะมีฝนทิ้งช่วงนาน ฝนตกลงมาแต่ละครั้งมีปริมาณมาก การเพาะปลูกอาจจะไม่ได้ผลเต็มที่ หากพืชรอการเก็บเกี่ยวอยู่แต่มีฝนตกลงมาโดยเฉพาะในช่วงต้นมาสุมฤดูหนาว ก็อาจจะทำให้พืชผลมีความเสียหายหมด
การแก้ไขปัญหา อาจต้องมีการพัฒนาพันธ์พืชชนิดใหม่ที่สามารถทนน้ำท่วมได้ หรือสามารถทนแล้งได้ และเหมาะสมกับสภาพภูมากาศที่แปรปรวนได้ดี เรื่องที่น่าวิตกอีกประการคือ แมลงศัตรูพืชอาจมีการขยายพันธ์ที่รวดเร็วขึ้น อันเนื่องมาจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ศัตรูพืชพันธ์ใหม่ๆ อาจจะมีการระบาดอย่างหนักและทำลายผลผลิตทางการเกษตร ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย ไม่ได้ผลเท่าที่ควร
เมื่อน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น อาจส่งผลถึงการวางไข่ของปลา การเคลื่อนย้ายที่อยู่ของปลาอาจจะมีมากขึ้นในอนาคต ในบางประเทศจะมีการจับปลาได้มากขึ้น แต่ในบางประเทศจะมีการจับปลาได้น้อยลง ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก มีผลต่อการเคลื่อนย้ายของปลาประจำถิ่น เช่น ปัญหาปลาในอ่าวไทยลดน้อยลง อาจจะไม่ใช่สาเหตุเพราะเราจับปลามากเกินไป แต่อาจเป็นเพราะปลาในอ่าวไทยมีการย้ายถิ่นไปสู่น่านน้ำที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกว่าเป็นต้น
ระบาดในอนาคต
ปัญหาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อผลผลิตการเกษตรและเสถียรภาพทางด้านอาหารของประชากรโลก คงต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างจริงจัง ซึ่งในปัจจุบันพบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของผลผลิตด้านอาหารยังไม่สมดุลกับอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรโลก ปัญหาเหล่านี้ยังรอคำตอบอยู่
นอกเหนือจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่นำมวลมนุษยชาติไปสู่ภัยพิบัติต่างๆและเสถียรภาพทางด้านอาหารของประชากรโลกในอนาคตแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก คือการกำเนิดโรคภัยไข้เจ็บชนิดใหม่ๆ อย่างเช่น โรคซาร์ล ไข้หวัดนก เอดส์ หรืออีโบล่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นแค่ปฐมบทของโรคอุบัติใหม่
มีการคาดการณ์ไว้ว่าในอนาคตอันใกล้น่าจะมีโรคระบาดอุบัติใหม่เกิดขึ้นซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะโรคติดต่อทางการหายใจ อาจมีการระบาดในอนาคต ซึ่งอาจจะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 40-200 ล้านคน
โรคระบาดอุบัติซ้ำ เป็นโรคดั้งเดิมที่เคยระบาดในอดีต โรคระบาดเหล่านี้ในอดีตจัดเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก โรคระบาดรุนแรงที่เล่นงานมนุษชาติในอดีตและได้หายไประยะหนึ่ง ปัจจุบันเราเริ่มพบอีก เช่น กาฬโรค ไข้ทรพิษ หรือโรคไข้หวัดสเปนที่เคยระบาดในช่วงปี 2461 คร่าชีวิตผู้คนไป 25-40 ล้านคน ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ที่สนใจเกี่ยวกับโลกร้อนมีความวิตกว่า ชีวิตชาวโลกจำนวนมากอาจจะต้องสังเวยให้กับโรคระบาดอุบัติใหม่ หรือโรคระบาดอุบัติซ้ำ เช่น มาลาเรียสายพันธ์ใหม่ หรือโรคไข้หวัดนกที่กำลังระบาดในปัจจุบันอาจจะมีสายพันธ์ใหม่ๆ สามารถระบาดได้โดยทางการห หากเรามองย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์การกำเนิดโลก และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ พบว่า โลกเคยผ่านช่วงต่างๆที่ถือว่าเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ๆที่มีความสำคัญต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและความอยู่รอดพ้นวิกฤตครั้งสำคัญๆเหล่านั้น การที่บรรพบุรุษของเราเคยผ่านวิกฤตช่วงโลกร้อนที่สุด หรือเย็นที่สุดมาแล้วหลายสิบครั้ง นั้น นับได้ว่าเป็นสิ่งท้าทายให้มนุษชาติในยุคปัจจุบันต้องมีการปรับตัว เพื่อความอยู่รอดพ้นวิกฤติโลกร้อนในครั้งนี้ เราคงต้องใช้สิ่งที่เรามีการพัฒนามาถึงจุดสูงสุดนั้นคือ “ การมีสมองที่ฉลาดที่สุด” เพื่อให้เราอยู่รอดสามารถสืบทอดพันธุกรรมมนุษย์ให้มีวิวัฒนาการต่อไปได้อีก มิฉะนั้นแล้วเราคงไม่แตกต่างจากเผ่าพันธุ์สัตว์ประเภทต่างๆที่ไม่สามารถปรับตัวให้รอดพ้นวิกฤติการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอดีตได้ และต้องสิ้นสุดวิวัฒนาการของตัวเองลง
ายใจ ในลักษณะ “จากคนสู่คน” นั่นก็เป็นอีกบทหนึ่งของมนุษยชาติที่จะได้เรียนรู้ กฎแห่งธรรมชาติ"
ขอบคุณค่ะ!!!