ความสุขความสมหวังที่อยู่ภายในใจซึ่งไม่มีอะไรมาลบล้างได้เลย ผู้เขียนขอใช้คำว่า ความสุข บนความพอดี

          หลาย ๆ ครั้งที่เรารู้สึกพอดีกับชีวิตที่ลงตัว  และหลาย ๆ ครั้งที่เรารู้สึกไม่พอดีกับชีวิตที่ไม่ลงตัวเช่นกัน เกริ่นมาแบบนี้หลายคนชักสงสัยขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหม เรามาค้นหาความสุข บนความพอดีกันเลยค่ะ ด้วยโรงพยาบาลพะโต๊ะได้มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ได้เขียนเรื่องเล่าผ่านโครงการ SHA ฟังคุณอัจฉรา พูดบ่อย ๆ เรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว กลุ่มเป้าหมายของนโยบายนี้น่าจะเป็นกลุ่มหัวหน้าฝ่าย, หัวหน้างาน , แพทย์หรือพยาบาลมากกว่า

          วันนี้รู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษเปิดเพลงเบาๆ พร้อมกับฮัมเพลงไปเรื่อย ๆ   พี่นกค่ะลองเขียนเรื่องเล่าสักเรื่องมั๊ยพี่  เสียงที่คุ้ยเคยเรียก (ต่อเพลงไม่ถูกเลย) เงียบ...เพื่อตั้งสติหันกลับไปมองเจ้าของเสียง เจอแต่รอยยิ้มหวาน ๆ พร้อมกับพยักหน้า  ช่วงหลังเจอกับประโยคแบบนี้บ่อย ฉันก็ยังไม่ขานรับซักที  กิจกรรมก็ได้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง แพทย์ ,พยาบาล ,พนักงานขับรถยนต์ต่างทยอยเรื่องกันมาอย่างไม่ขาดสาย

          สมองถูกปิดตายมานานแล้วในเรื่องการเขียนไม่ทราบว่าจะเริ่มตรงไหน? และจะจบอย่างไร?  หนึ่งสมอง สองมือ กับ 24 ชั่วโมงต่อ 1 วัน เท่ากับคนอื่น ๆ ส่วนลึกในใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมงานคุณภาพต่าง ๆ ในทุก ๆ ครั้ง ลองดูก็แล้วกันไม่เคยเห็นขอทานขาดทุนสักที…

          ศีรษะถึงหมอนกะว่าจะนอนพักผ่อน แต่คืนนี้ไม่เอาดีกว่านอนมาครึ่งค่อนชีวิตแล้วอีกไม่นานก็จะได้นอนอย่างนิจนิรันดร์แล้ว ลองมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับโรงพยาบาลบ้างน่าจะดีเขียนประมาณไหนดี อ๋อคิดออกแล้วเรื่องการประหยัดทรัพยากรไงน่าจะเวิร์ก ความคิดวิ่งแล่นเข้ามาทันที เพราะเป็นเรื่องที่โลกกำลังอินเทรนด์อยู่พอดี ไม่พูดพร่ำทำเพลงยกแม่น้ำทั้ง 5 สายมาอ้างอิงทันที

         รุ่งเช้าของวันใหม่ได้นำเสนอเรื่องเล่ากับคุณอัจฉราซึ่งได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ SHA (การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน) และโรงพยาบาลร่วมโครงการถึง 60 โรงพยาบาล  ในฐานะผู้ร่วมอบรม Narrative Medicine และร่วมสานฝันโครงการ SHA คงมีอะไรดี ๆ มาแนะนำบ้าง อย่างที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก เรื่องบางไปนะ ต้องประมาณนี้ (โดยไปหลายจุด) เมื่อคำแนะนำต่าง ๆ ได้ถูกถ่ายทอดออกมา ความคิดต่าง ๆ วิ่งแล่นลงสู่ใจ ไหลเป็นปัญญาขึ้นมาทันที  ด้วยตัวเองพอมีต้นทุนเกี่ยวกับการอ่านอยู่บ้าง ชอบอ่าน ชอบศึกษา สิ่งแรกเอางานกลับไปแก้ไข รอบแล้วรอบเล่า หลายครั้งงานนี้มีท้อไปเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ยอมแพ้กับปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ แค่ตัวหนังสือยังแพ้แล้ว อนาคตยังอีกยาวไกล แล้วจะเอาอะไรมาหวังพึ่งตัวเองได้  เน้นย้ำตัวเองให้เจ็บ ๆ เพื่อจะได้เอาไปตรึกตรอง  

          ผู้เขียนได้ให้เวลากับการไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม อ่านทุกเรื่องที่น่าสนใจผ่านเวปไซต่าง ๆ อ่านให้มาก เขียนให้มาก ทำความเข้าใจพร้อมทั้งแยกประเด็นให้ได้อย่างที่มีคนกล่าวว่า “ไม่มีเหตุบังเอิญในโลกใบนี้ ล้วนมีเหตุมีผลและปัจจัยที่เราอาจไม่ได้ใส่ใจก็เท่านั้น” ต้องทำให้ได้.......ลั่นวาจากับตัวเองอีกครั้ง

          สุดท้ายก็ทำได้จริง ๆ ด้วยหลังจากที่เรื่องแรกผ่านการตีพิมพ์มีแต่เสียงตอบกลับที่ดีทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล จากความเดิมกะว่าจะเขียนเพียงเรื่องเดียว  แต่สิ่งอัฒจรรย์มันย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ยอมรับว่าเพราะคำคอมเม้นท์เป็นกำลังใจหลักที่ทำให้มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในวันนี้  นานวันเริ่มมีความสุขและสนุกกับงานมากขึ้นเรื่อย ๆ  ทุกครั้งที่อ่านคำคอมเม้นท์ เหมือนเสียงสวรรค์ประทานพรลงมา เหมือนหยาดน้ำทิพย์ ชโลมหัวใจดวงนี้ให้มีขวัญ และกำลังใจในการทำงาน พยายามที่จะสร้างความแปลกใหม่ ผลิตงานออกไปทุกชิ้นผ่านการลองผิดลองถูก ผ่านกระบวนการอ่านอ่าน คิดคิด และเขียนเขียน คาดหวังว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ดี ๆ อยากให้คนอื่นได้ร่วมรับรู้ร่วมกัน ด้วยแรงบันดาลใจที่ดีเรื่องที่สอง ที่สาม ตามมาเป็นลำดับ วันนี้เชื่อแล้วว่าเรื่องเล่าสร้างโลกได้จริง ๆ  บนโลกใบนี้   

          ปัจจุบัน ทาง สพร. ได้จัดอันดับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โรงพยาบาลพะโต๊ะเป็นโรงพยาบาลน้องใหม่ที่ได้รับคำชื่นชมในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่เป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ เจ้าหน้าที่เริ่มให้ความสำคัญ เข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น สังเกตช่วงหลัง ๆ เริ่มมีมาขอคำปรึกษา ขอคำแนะนำ วิธีการเขียน รูปแบบและแนวทางการเขียน ในฐานะคนให้คำปรึกษาก็จะพยายามช่วยเหลือในส่วนที่ช่วยได้ จะพัฒนางานทุกงานที่ผ่านมาถึงมือด้วยความใส่ใจ อยากให้ทุกชิ้นงานผ่านสายตาคนอ่านด้วยการยอมรับเหมือนเช่นทุก ๆ ที่ผ่านมา

         หลายครั้งแสดงออกทางสีหน้า เผลอผ่อนลมหายใจออกมาดัง ๆ กับทุกรายละเอียดบนตัวหนังสือ ต้องใส่ความเป็นผู้อื่น มันจึงเกิดความไม่พอดีในบางครั้ง พี่นกเครียดอีกแล้ว ไม่ไหวก็หยุดบ้างนะพี่  คนที่ทำงานข้าง ๆ พูด คอยปลอบใจเวลาที่รู้สึกแย่มาก ๆ  ด้วยความที่ตั้งใจเกินไป เรื่องทุกเรื่องต้องทอดเวลาทิ้งไว้แล้วกลับมาทบทวนใหม่ เพื่อหาความสมบูรณ์ ใครจะรู้บ้างว่ากว่าจะผ่านในแต่ละเรื่อง แทบจะจดจำข้อความได้ทุกตัวอักษร  เพราะได้ผ่านการกลั่นกรองของใครสักคนเอาใจใส่ในทุก ๆ รายละเอียด งานทุกงานต้องจบด้วยความสมบูรณ์เสมอ ผลงานเริ่มเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาใคร ๆ มีแต่เสียงชื่นชม เสียงสรรเสริญ  มีน้องคนหนึ่งทัก ใครมาฆ่าพี่ พี่คงไม่ตายแน่ ผู้เขียนงงถามกลับว่าทำไมละ ก็พี่เอาใจพี่ไปใส่ไว้ในงานแล้วไง...เรียกเสียงหัวเราะได้ดีทีเดียว

         ความไม่พอดีหมายถึงส่วนที่ขาดที่เกิน ถ้าวันนี้เรารู้จักคำว่าพอดี คำว่าไม่พอดีคงจะไม่มีความหมายอีกแล้ว วันนี้นอกเหนือจากที่ร่ำเรียนมาและสิ่งที่ได้รับจากงานคืออีกหนึ่งความสำเร็จบนความภูมิใจ คือ ปริญญา...ชีวิตใบนี้ ขอมอบให้ตัวเอง กับการทุ่มเทจิต และวิญญาณในการทำงาน แต่วันนี้เรายอมรับตัวเองแล้ว สิ่ง ๆ นี้จะถูกสลักอยู่ในใจจนสิ้นลมปราณ....

        มีผู้เขียนคำกลอนที่น่าสนใจขออนุญาตหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง (ไม่ทราบผู้แต่ง)  (ผู้เขียนชอบมาก จะนำมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจตัวเองเสมอ)

              “เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า  

               เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน

               เจ้ามามือเปล่า เจ้าจะเอาอะไรไป 

               เจ้าก็ไปมือเปล่า เหมือนเจ้ามา”

          วันนี้เข้าใจอย่างลึกซึ้งและถ่องแท้ ผู้เขียนก็จะไปมือเปล่าเหมือนตอนที่เจ้ามาเช่นเดียวกัน ไปพร้อมกับความสุข ความสมหวังที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจซึ่งไม่มีอะไรมาลบล้างได้เลย ผู้เขียนขอใช้คำว่า ความสุข บนความพอดี  

         พอดีมีความหมายที่ไม่ขาดไม่เกิน ฟังดูแล้วสบายๆ แม้ว่าจะมีเหตุการณ์มากมายที่ผ่านเข้ามา หรือผ่านไป อาจสร้างหรือทำให้เราสูญเสีย ความสุขไปด้วย แต่เมื่อมานั่งทบทวนแล้วสรุปว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้น หรือเป็นไปนั้น ล้วนเกิดจากความพอดี .....ที่ลงตัว