ไม่มีผู้บริหารท้องถิ่นคนใดในประเทศนี้ที่ไม่คิดถึงคนในท้องถิ่น เพราะนั่น คือคะแนนเสียงของท่าน

ขอบคุณชาว อปท. และชาว สพท. ที่ให้ความสนใจเนื้อหาในบล็อกนี้  และโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเรื่องการขอรับงบประมาณเงินอุดหนุนจาก อปท. ทั่วสารทิศ แยกได้ ๒ กรณี

กรณีที่ ๑  ชาว สพท. ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ผอ.โรงเรียนในสังกัด สพท. ที่ต้องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก อปท.ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อนำมาพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนที่ตนเองดูแลอยู่  

กรณีที่ ๒ป็นชาว อปท.เอง มีตั้งแต่นายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล  ผอ.กองการศึกษา  หัวหน้าฝ่ายการศึกษาของ อบต.ต่าง ๆ  

ผู้เขียนต้องขอขอบคุณที่ได้รับเกียรติจากท่านทั้งหลายขอคำปรึกษา  ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เก่งกล้าสามารถอะไรที่จะไปสอนใคร ๆ โดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งมาอำนาจวาสนาทั้งนั้น  เพียงนำแนวคิดบางประการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้มาเสนอเท่านั้น

 ผู้เขียนคิดอยู่เสมอว่าไม่มีผู้บริหารท้องถิ่นคนใดในประเทศนี้ที่ไม่คิดถึงคนในท้องถิ่น  เพราะนั่น คือคะแนนเสียงของท่าน  ทุกคนมีความคาดหวังเหมือนกันที่จะให้เด็กและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะนั่น คือ หน้าตาของพวกท่าน  แล้วช้าอยู่ใย ทำในสิ่งที่ท่านอยากทำ...อยากให้มี  อยากให้เป็น  

แต่ท่านต้องไม่ลืมว่า  มือไม้(ลูกน้อง)ของท่านต้องปลอดภัยด้วยนั่น คืิอ ท่านดูต้องระเบียบฯ กฎหมายให้รอบคอบ รัดกุม  ไม่ต้องถึงกับอ่านระเบียบกฎหมายจนทำอะไรไม่ได้เลย  ท่านอย่าลืมว่ากฏหมายทุกบททุกตอนมีทางออกในท่านหายใจ   มีให้เสมอ ไม่มีใครเขาบัญญัติกฏหมายมาเพื่อบีบรัดให้ตายหรือทำงานไม่ได้  ต้องดูที่เจตนาว่าทำเพื่อใคร? ใครได้ประโยชน์? เป็นหน้าที่หรือไม่้?  ส่วนใหญ่ระเบียบฯกฎหมายที่ออกมาทุกวันนี้เพื่อป้องกันการทุจริต  แต่ถ้าเราไม่ได้ทุจริตก็ทำไป  ทำขั้นตอนและวิธีการที่เปิดให้ทำ  

ถ้าการพัฒนาคนในท้องถิ่นไม่เป็นหน้าที่ของท้องถิ่น แล้วให้ใครหน้าไหนมาพัฒนาลูกหลานท่าน 

แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริบทการเมืองของแต่ละท้องถิ่นด้วยว่ากำหนดให้เดินไปทิศทางใด  ถ้าท่านเน้นการศึกษาเป็นหลักก็พอจะคุยกันได้  อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ มองข้ามไปได้เลย  มันอยู่ที่ความตั้งใจจริงของคนท้องถิ่น  ว่าเราทำเพื่อใครเพื่อลูกหลานของเราใช่หรือไม่  เพื่อประชาชนของท้องถิ่นใช่ไหม  ถ้าใช่  ทำไปเลยท่าน  พลเมืองในท้องถิ่นเราจะได้มีคุณภาพ   ไม่โง่เง่าเต่าตุ่นให้ใครหลอกลวงชักจูงได้

ท่านไม่เห็นหรือว่าการศึกษาที่ตกอยู่ในมือของกระทรวงศึกษาธิการมันเป็นเช่นไร  ในเมื่อท้องถิ่นมีโอกาสได้พัฒนาคนของตนเองมันท้าทายไม่เบานะท่าน...

สำหรับ ชาว สพท.เองก็เถอะใช่ว่าจะขอลูกเดียวจนไม่ดิ้นรนอะไรเลย  ดูว่ามันเป็นหน้าที่ของ อปท.หรือไม่ ถ้าไม่ใช่หน้าที่ของ อปท. ก็ให้ไม่ได้เช่นกัน  เมื่อเขาไม่ให้  ก็ไปทำำร้ายเขาต่าง ๆ นานาให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสียหาย  เช่น ไปใส่ร้ายกับพวกกับตัวเองว่า

"ผู้บริหารคณะนี้ไม่ดีไม่สนับสนุนการศึกษาของท้องถิ่น สมัยหน้าอย่าไปเลือกเข้ามาอีกนะ" 

ผู้เขียนบอกได้เลยว่าถ้าใครคิดแบบนี้แสดงว่าใจคอคับแคบ  ตอนได้รับการสนับสนุนก็สรรเสริญเยินยอ เมื่อไม่ได้เจรจาทับถม  ไม่สมควรเป็นผู้นำทางการศึกษาด้วยซ้ำ

ทุกฝ่ายต้องมีเหตุผล  เคารพในกฎระเบียบฯของกันและกัน  เอื้อประโยชน์ให้แก่คนในท้องถิ่น ช่วยกันนำพาการศึกษาของท้องถิ่นไปด้วยกัน  แล้วถามว่า สิ่งที่ท่านได้รับคืออะไร  ไม่ใช่ความภาคภูมิใจหรอกหรือที่ลูกหลานของท้องถิ่นได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ทั่วหน้าทั่วถึง  

ท้องถิ่นไหนทำได้ท้องถิ่นนั้นเจริญ...ไม่เชื่อทำดู

 

                                      

นักเรียนโรงเรียนเทศบาลเชิงทะเล  อ.ถลาง  จ.ภูเก็ต

                                นักเรียนเทศบาลตำบลเบตง  จ.ยะลา


  กิจกรรมของชาวท้องถิ่น ในมหกรรมการศึกษาท้องถิ่น ณ อิมแพคเมืองทองธานี