ผมชื่นชมกับบทบาทที่ท่านเหล่านั้นได้แสดงออก เต็มที่ เรียบง่าย เป็นกันเอง แต่แน่นด้วยสาระและมิตรภาพ จึงเกิดแรงบันดาลให้ให้เกิดบันทึกนี้เพื่อบอกเล่าความรู้สึกของผมต่อบุคคลข้างต้น จะเรียกว่าเป็นการนินทาก็ได้ครับ

     G2K สัญจร คราวนี้ มีสมาชิกที่เป็นเทีมดำเนินการและวิทยากรหลายคน ตั้งแต่ ท่าน JJ อ.ขจิต ดร.แสวง ดร.บัญชา ดร.ธวัชชัย รวมทั้งน้อง ๆ ทีมงาน

     ผมชื่นชมกับบทบาทที่ท่านเหล่านั้นได้แสดงออก เต็มที่ เรียบง่าย เป็นกันเอง แต่แน่นด้วยสาระและมิตรภาพ จึงเกิดแรงบันดาลให้ให้เกิดบันทึกนี้เพื่อบอกเล่าความรู้สึกของผมต่อบุคคลข้างต้น จะเรียกว่าเป็นการนินทาก็ได้ครับ

     ท่านแรกคือ ท่านอาจารย์ JJ

     ก่อนหน้านี้ นี้ผมรู้จักท่านผิวเผินมาก เคยเข้าไปอ่านบันทึกของท่านบ้าง แต่ความรู้และประสบการณ์ของผมห่างไกลเกินกว่าจะรู้ เข้าใจและอินจึงมีไม่มาก ครั้นจะแลกเปลี่ยนด้วยก็เกร็ง ๆ ไม่กล้าเพราะความต่ำต้อยทางความรู้ของตัวเอง

     เจอท่านเป็นวิทยากร พอเดาออกว่าท่านคือ JJ ทีแรกคิดว่าท่านน่าจะเป็นนักวิชาการที่คร่ำเคร่ง ทรงภูมิ และคงจะมีอะไรบาง ๆ กั้นขวางรักษาระยะห่างระหว่างตัวท่านกับคนอื่น ๆ

     ความทรงภูมิในความรู้น่า เป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่อื่น ๆ เข้าใจผิด

     ท่านสนุกสานและเป็นกันเองมาก ออกจะโป๊นิด ๆ ด้วยซ้ำไป ท่านเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้บรรยาการการประชุมที่สนุกสนานเป็นกันเองแต่แฝงด้วยสาระ

     และเพิ่งรู้มาว่าท่านเป็น “ป๋าดัน” ท่านนึง ในการผลักดันให้ผู้ใต้บังคับบัญา เพื่อนร่วมงาน และมิตรสหายเข้ามาเป็นสมาชิก G2K ท่านจึงเป็นผู้แนะนำเพิ่มเติมมวลสมาชิกหลายท่านให้ละเอียดและน่าสนใจยิ่งขึ้น

 

     ท่านต่อมาครับ ดร.แสวง รวยสูงเนิน

     เพราะกำพืดผมเป็นเกษตรกร มาจากคนระดับล่าง และลึก ๆ ในหัวจิตหัวใจอยากกลับไปเป็นชาวบ้านที่ทำการผลิตเลี้ยงตัวและลูกเมีย แต่ด้วยข้อจำกัดมากมายหลายหลากทำให้ไม่สามารถกระทำตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้องได้ เพราะเป็นเช่นนี้ผมจึงชื่นชมกับ ดร.แสวง ค่อนข้างมาก

     ผมตามอ่านบันทึกของท่านจำนวนมาก และมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนในบันทึกอย่างตั้งอกตั้งใจ

     เท่าที่ติดตามความเคลื่อนไหวในบล็อค พบมีจินตนาการเกี่ยวกับท่านว่า ท่านน่าจะเป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียส เป็นเรื่องเป็นราว จริงจังกับชีวิต และแรง...

     ผมใช้เวลาคิดไม่มากก็นึกออกว่าท่านคือ ดร.แสวง หลังจากที่เดินเข้าห้องประชุมพักนึง รูปลักษณ์ภายนอกมิได้ผิดเพี้ยนไปจากจินตนาการเท่าไร

     ท่านเป็นผู้ดำเนินรายการในช่วงพบปราชญ์ชาวบ้าน การดำเนินการของท่านทำให้บรรยากาศในที่ประชุมค่อนข้างครึกครื้นและเป็นกันเอง ทำหน้าที่สรุปประเด็นเชื่อมโยงคำถามของสมาชิกกับวิทยากรได้ดี

     ความรู้เรื่องการทำเกษตรของท่านถือว่าอยู่ในระดับเอกอุทีเดียวครับ หลายเรื่องมาจากประสบการณ์ตรงของตัวเองแล้วยกระดับเป้นหลักการทางนามธรรม เมืองไทยเรามีนักวิชาการเกษตรเช่นนี้น้อยเกินไปครับ การเกษตรบ้านเราจึงไม่สามารถพัฒนาไปไกลกว่านี้ได้

     ดร.แสวง ได้ (ใช้ภรรยา...) หุงข้าวกล้องมาแบ่งปันเพื่อนสมาชิกในที่ประชุม ผมเองได้รับประทานข้าวนั้นด้วย อร่อยมากครับ และในระหว่างรับประทานอาหารกลางวันท่านเองดพูดคุยให้ความรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่องข้าวกล้องที่ท่านหุงและนำมากำนัลที่ประชุม

     ผมเพิ่งรู้ว่าถ้าเราลอกเอาเฉพาะเปลือกข้าว ข้าวนั้นก็ยังสามารถงอกได้ ผมขอความรู้จากท่านด้วยว่าหากจะปลูกจะทำอย่างไร ตั้งใจจะนำไปปลูกกับเฌวา-ลูกสาวครับ

     ท่านอยู่ร่วมประชุมตั้งแต่ต้นจนจบ ในช่วงท้าย ๆ มีส่วนร่วมกับมวลสมาชิกในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน

อยากคุยกับท่านมากกว่านี้ แต่ความเป็นคนไม่ค่อยพูดจาของผมจึงทำได้ดีที่สุดแค่ขอความรู้และพูดคุยได้เล็กน้อย

 

     ต่อไปเป็นป๋าดันตัวจริงเสียงจริงครับ ดร.ขจิต ฝอยทอง

     ผมทักทายกับท่านใน G2K บ่อยมาก จำได้ว่าเมื่อเป็นสมาชิกใหม่ ๆ เข้ามาเขียนบันทึก ก็มีท่านนี่แหละที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น กระทั่งท่านไปสืบทราบว่าผมรู้จักคุ้นเคยกับอาจารย์ท่านหนึ่งใน มก.กำแพงแสน ก็เป็นเรื่องราวให้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมาต่อเนื่อง

     ผมเพิ่งจะมารู้ความจริงว่าแกคือ “ป๋าดัน” ตัวจริงแห่งวงการ เมื่อสมาชิกหลายต่อหลายคนพูดถึงท่านในฐานะ “ป๋าดัน”

     ผมพบท่านคนแรกหลังจากที่กำลังจะเดินไปห้องประชุม ผมออกจากลิฟท์เดินสวนออกไป ท่านกำลังจะเดินเข้าลิฟท์ ผมจำได้ว่านี่ ดร.ขจิต แน่นอน แม้ว่าจินตนาการทางกายภาพจะผิดพลาดไปนิดหน่อย...

     ผมไม่ได้ทักเพราะอาย หลังจากที่ท่านเดินเข้ามาหาผมจึงบอกว่าผมคือใคร... เท่านั้นแหละ

     ผมตามอ่านบันทึกของ ดร.ขจิต ในระยะหลังทุกบันทึก และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย และเข้าใจว่าในฐานะ “ป๋าดัน” ท่านก็คงแอบเข้ามาอ่านบันทึกผมเช่นกัน

     อาจกล่าวได้ว่าบรรดาบันทึกของผมที่มีอยู่นั้น ดรงขจิต น่าจะเป็นคนเข้ามาอ่านมากที่สุด รวมทั้งการให้ความเห็นแลกเปลี่ยน

     จินตนาการเกี่ยวกับตัวท่านของผมไม่ผิดเพี้ยนนัก ผมคิดมาตั้งแต่ต้นว่า ดร.ขจิต น่าจะเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน เป็นกันเอง แหะแหะ มีโป๊นิด ๆ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น

     ท่านทำให้ที่ประชุมมีสีสันมาก อำนวยความสะดวกให้เกิดการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างออกรส ที่สำคัญเป็นคนต้อนบรรดาสมาชิกหลังห้องที่ไม่ค่อยจะเข้าห้องประชุมมาร่วมกิจกรรม

 

     ดร.บัญชา ครับ คนถัดมา

     ผมรู้จัก “พี่ชิว” จากน้องเอ๋-เสี่ยวอวิ๋น เมื่อคราวที่แวะเข้าไปเยี่ยมบันทึกนึงของน้องเอ๋ เป็นบันทึกเพื่อร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันเกิดของ “พี่ชิว” ผมถามน้องเอ๋ว่า “พี่ชิว” นี่ใครกันเหรอ น้องเอ๋จึงอธิบายขยายความ และชักลากผมเข้าไปสู่การหลงไหลในมวลเมฆ

     จากนั้นก็มีโอกาสเข้าไปดูบันทึกของ ดร.บัญชา แน่นอนครับ บันทึกเกี่ยวกับเมฆ

     ผมเห็นแล้วก็ประหลาดใจ ดูไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มสนใจ เริ่มหาภาพเมฆของตนเองออกมาแสดงให้เพื่อนสมาชิกได้ชมบ้าง

     กระทั่ง ดร.บัญชา แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน และมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนใน G2K

     ผมลงลึกเรื่องเมฆมากขึ้นจากคำแนะนำของ ดร.บัญชา

     กระทั่งรับปากกับท่านว่าผมจะเอาเรื่องราวที่เกี่ยวกับเมฆในภูมิปัญญาของชนเผ่าต่าง ๆนำมาแลกเปลี่ยนแบ่งปัน

มีมีจินตนาการเกี่ยวกับ ดร.บัญชา ก่อนได้พบว่า น่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้คงแก่เรียน และอาจจะมีมาดนิด ๆ

     และเพราะท่านใช้รูปเป็ดกระดาษเป็นรูปแทนตัวในบล็อค จึงไม่มีจินตนาการเกี่ยวกับกายภาพของท่าน

     ผมแอบเห็นป้ายชื่อท่าน จึงร้องอ๋อ.. คนนี้เอง ดร.บัญชา อัธยาศัยดีมาก เป็นกันเอง ไม่ถือตัว น่ารักมาก ๆ

     ผมแอบสังเกตุ ท่านมีความสุขมากเมื่อได้ให้ความรู้กับใคร ไม่ว่าจะเป็นการสอนพับกระดาษ และพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากศาสตร์การพับกระดาษ

     ความรู้ที่ท่านนำมาแลกเปลี่ยนน่าสนใจมาก เล่นเอาผมตระลึงไปเลย

     เพราะความที่ ดร.บัญชา เป็นคนคิดเร็ว จนบางทีคำพูดตามไปไม่ทัน บางทีผมฟัง ๆ แล้วเหนื่อยแทน เหนื่อยแต่สนุก

 

     คนสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ ดร.ธวัชชัย

     หากความทรงจำผมทำงานไม่พลาด ผมน่าจะผ่านตากับชื่อ ดร.ธวัชชัย มาบ้าง

     แต่สาบานได้ว่าไม่เคยได้โฉบเฉี่ยวเข้าไปในบันทึกของท่านเลย

     การรับรู้เกี่ยวกับตัวท่าน เริ่มขึ้นเมื่อมีการแนะนำตัวและการทำหน้าที่ทีมงานและวิทยากรของท่าน

     ยิ่งผมฟังท่านพูดคุย ถ่ายทอดเรื่องราว ไม่เพียงได้ขยายโลกทัศน์ผมเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ยังทำให้ผมศรัทธาในความคิดและการกระทำของท่านไม่น้อย

     ท่าทีอ่อนโยน ให้เกียรติ รับฟัง ความพยายามในการทำความรู้ที่นำเสนอให้กระจ่าง ก็ยิ่งศรัทธามากขึ้น

     โลกทัศน์ผมขยายขึ้น จากการบอกเล่าเรื่องราวการทำงานของท่าน

     ผมไม่คิดมาก่อนว่าโลกไซเบอร์หรือไอซีที จะสามารถสร้างคุณค่า ทำประโยชน์ จนกระทั่งการขับเคลื่อนไปสู่สังคมดีงาม ได้ ดร.ธวัชชัยทำให้ผมเข้าใจว่าสิ่งนั้นมันเป็นไปได้ และท่านกำลังทำอยู่

     ผมนั่งฟังสิ่งที่ท่านนำมาแบ่งปันอย่างเพลิดเพลินและมีความสุขครับ

     บ้านเราหากมีนักวิชาการเช่นนี้ รับรองว่าไม่เพียงสังคมจะตกเป็นทาสเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เราจะใช้มันในฐานะเครื่องมือได้อย่างชาญฉลาด

     เสียดายครับที่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับท่าน

...

     ผมพยายามมานั่งคิดต่อว่า เอทั้ง ๔ ท่านที่ผมเขียนถึงนี่น่าจะมีอะไรร่วมกัน จึงทำให้ผมประทับใจได้เพียงนี้

     หรือว่าจะเป็นเพราะความเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ เอ... ดร.ขจิต ก็มิใช่นี่นา

     หรือจะเป็นเพราะความโป๊นิด ๆ แต่ ดร.ธวัชชัย ก็มิน่าจะใช่... (เอ๊ะ!!! หรือว่าใช่)

     คิดไปคิดมา อ๋อ ทั้งหมดเป็น ดร. ครับ (แหะ แหะ..) และเป็นผู้ชาย

     แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมกลับไม่มั่นใจว่า ผมประทับใจกับความเป็น ดร. กับ ผู้ชาย จริงหรือ

     สรุปว่ายังไม่ได้คำตอบครับ

   ใครรู้ตอบผมทีครับ....