[4] การถอดบทเรียน การตั้งคำถาม ก็สำคัญ
>จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
การตั้งคำถามเพื่อสร้างการเรียนรู้ และ การตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้นั้น สำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในวง “ถอดบทเรียน” คำถามที่ดี คำถามที่ยั่วให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น กระตือรือล้นอยากจะตอบ ผ่อนคลายที่จะพูดคุยนั้น Facilitator จำเป็นต้องมี “ทักษะการตั้งคำถาม” เพื่อเร้าบรรยากาศของการเรียนรู้
ในทางการวิจัย การตั้งคำถามเพื่อการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญในงานวิจัย เป็นการแสวงหาคำตอบในข้อสงสัยที่นักวิจัยต้องการรู้ เช่น กลุ่มบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีข้อสงสัยว่า “ทำไมปัญหาการติดเชื้อในโรงพยาบาลยังสูงมากขึ้น ทั้งที่มีการพัฒนาระบบการจัดการที่ดีแล้ว?” ข้อสงสัยข้อนี้เป็นโจทย์ หรือคำถามที่บุคลากรที่รับผิดชอบต้องร่วมกันค้นหาคำตอบ คำถามที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าหากเราจะแก้ปัญหานี้ จำเป็นต้องมีข้อมูลอะไรบ้างในการแก้ไขปัญหา?
ดังนั้นในการค้นหาคำตอบ จึงต้องตั้งคำถามมุ่งไปสู่การหาข้อมูลที่จำเป็นนำไปสู่การวิเคราะห์เพื่อค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
พอผมเขียนมาถึงตรงนี้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วนะครับว่า “แล้วคำถามที่ดีควรจะเป็นอย่างไร” จะเริ่มถามตรงไหน ถามแล้วเราจะได้อะไร เราจะเชื่อมโยงคำถามคำตอบนั้นอย่างไร และเมื่อเราได้คำตอบนั้นมาเราจะวิเคราะห์ สังเคราะห์ต่ออย่างไร มีหลายคนที่เป็นนักถอดบทเรียนมือใหม่ จะกังวลต่อการตั้งคำถามมากเพราะ ในสถานการณ์จริงการตั้งคำถามที่ไม่เอื้อต่อการตอบ การตั้งคำถามไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่เราต้องการเรียนรู้ จะเกิดปรากฏการณ์ที่ว่า “ถามเท่าไหร่ก็ไม่ออก” หมายถึง ไม่ได้คำตอบ และหรือ บรรยากาศในการแลกเปลี่ยนบทเรียนที่ดีในวงเรียนรู้นั่นเอง ประเด็นการตั้งคำถามนี้จึงท้าทายต่อนักจัดกระบวนการถอดบทเรียนอย่างยิ่ง
เรามาร่วมกันเรียนรู้การตั้งคำถามกันครับ ...ในส่วนตัวของผม ผมยึดวัตถุประสงค์ของงานเป็นสำคัญ ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร? อยากได้คำตอบอะไร? อยากได้บทเรียนเรื่องอะไร? แล้วนำมาออกแบบโครงสร้างคำถามคร่าวๆ ให้ครอบคลุมประเด็นที่ต้องการถอดบทเรียน เราเรียกว่า การทำโครงสร้างคำถาม เป็นเสมือนเข็มทิศ ที่ทำให้เรามองเห็นประภาคารที่โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดของมหาสมุทร ข้อนี้ทำให้เราไม่หลุดกรอบสิ่งที่เราต้องการ
การเริ่มต้นถาม ก็สำคัญไม่แพ้กันให้ทำใจเย็นๆไว้นะครับ การถามเรื่องราวทั่วไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และสร้างความไว้วางใจระหว่างเรากับคู่สนทนาจำเป็นอย่างยิ่ง ผมเรียกว่า “การเล้าโลม” การเล้าโลมนี้นำไปสู่การถามคำถามเชิงลึกเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเรา (เรา กับ คู่สนทนา) ไว้วางใจ เปิดใจกันในระดับหนึ่งแล้ว หลักการที่ควรเรียนรู้ไว้ก็คือ เริ่มต้นคำถามจากคำถามพื้นๆ ไปสู่คำถามเชิงลึก
“การจับประเด็น” ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่จะทำให้คำถามนั้น “ยั่ว” ให้เกิดการแลกเปลี่ยนแบบเมามันในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งไปสู่ประเด็นที่ลึกซึ้งได้ เช่นได้รับคำตอบว่า
“ชาวบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่รับจ้างเป็นลูกจ้างโรงงาน และบางส่วนก็ทำอาชีพเกษตร ทำนา ทำสวนเ หมู่บ้านเรามีพื้นที่เกษตรมากมาย”
คำถามที่เราจะตั้งถามต่อไป เช่น
“ทำไมชาวบ้านส่วนใหญ่ถึงไปรับจ้างเป็นลูกจ้างโรงงาน ทั้งๆที่มีพื้นที่เกษตรที่เพียงพอ”
เราก็จะได้คำตอบที่หลากประเด็น เอื้อต่อการตอบด้วยเหตุผลหลายประการที่เป็นข้อมูลข้อเท็จจริง จากวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไป และในระหว่างการพูดคุยก็ควรแทรกเรื่องราวอื่นๆ เข้ามาด้วยเพื่อสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ
โดยสรุป ก็คือ “สร้างความเชื่อมั่นในการตั้งคำถามจากคำถามพื้นๆ ง่ายๆ และเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ การที่จะถามให้เป็นต้องเริ่มจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และการเป็นบุคคลเรียนรู้”
การตั้งคำถามที่ดี ต้องตั้งคำถามอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากสถานการณ์ที่ทำให้เรียนรู้ถึงสภาพที่เป็นอยู่ ต้นเหตุของเหตุการณ์หนึ่ง ผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นๆ ตัวอย่างเช่น
- จำนวนผู้ป่วยที่วินิจฉัยว่าติดเชื้อจากโรงพยาบาล ปัจจุบันมีมากน้อยเพียงใด?
- แล้วในอดีตการติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นอย่างไร?
- ทำไมถึงมีอุบัติการณ์การติดเชื้อในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น?
- ใครมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดอุบัติการณ์การติดเชื้อในโรงพยาบาล?
การตั้งคำถามที่เป็นขั้นตอนแบบนี้ทำให้ผู้เกี่ยวข้อง หรือ ผู้ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้มุ่งที่จะสร้างการเรียนรู้ ค้นหาข้อมูลตอบคำถามที่ได้ตั้งขึ้นไว้ อย่างเป็นระบบ และระวังการตั้งคำถามแบบปิด ที่ไม่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การเชื่อมโยงคำถาม คำตอบ สู่การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวางแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และเกิด “บทเรียน” ที่ทำให้ได้เรียนรู้ร่วมกันไปด้วย
ลักษณะคำถามที่สร้างการเรียนรู้ และผมใช้วิธีการตั้งคำถามแบบนี้ในวง ถอดบทเรียน เสมอๆครับ ลองมาเรียนรู้ร่วมกับผมดูนะครับ
- เป็นคำถามเปิด ให้คิดมองภาพ เร้าให้ผู้เข้าร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ตอบ
- เป็นคำถามที่กระตุ้น ให้สามารถวางเป้าหมายระหว่างการทำงาน ในระยะสั้นและระยะยาวได้
- เป็นคำถามที่ส่งเสริมให้มองย้อนการดำเนินงานในระยะที่ผ่านมา สามารถเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้น และปรับการดำเนินงานในระยะต่อไปได้
- เป็นคำถามที่ไม่บีบคั้น แต่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ที่ตอบ สร้างความภาคภูมิใจ ที่จะเล่า และอยากเล่า
ส่วนรูปแบบคำถามที่ผมใช้
- ถามซ้ำ
การถามซ้ำเป็นเทคนิคที่ผมทำบ่อย ในกรณีที่มองว่า เรื่องราวที่ผู้เล่ายังมีอีก หมายถึง ยังถ่ายทอดไม่หมด การถามซ้ำ เป็นการกวนน้ำให้ขุ่น เพื่อให้เกิดการตกตะกอน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ตกผลึกด้านความคิด” เป็นข้อมูลพื้นที่ฐานที่ดี สำหรับการตั้งคำถามแบบล้วงลึกต่อไป
- ถามล้วงลึก
คำถามแบบนี้ เมื่อเราได้ประเด็นที่น่าสนใจ เราก็พร้อมที่จะล้วงลึกในทันที เป็นคุณสมบัติของนักวิจัยครับ เราเรียกว่า In-depth interview เจาะลึกประเด็นแบบจู่โจม “ยิ่งลึก ยิ่งน่าสนใจ ยิ่งต้องตั้งคำถาม” และคติอย่างหนึ่งที่ผมยึดก็คือ “ขุดบ่อน้ำ หากไม่ขุดให้ลึก ฤาจะได้ดื่มน้ำเย็น”
- การถามแบบท้าทาย
ส่วนใหญ่คนเราชอบท้าทายครับ คำถามแบบนี้ เคาะประตูความอยากที่จะตอบอย่างแรง คำถามแบบนี้ยั่งยุ สร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ดี
บทเรียน-ข้อสังเกต
"การตั้งคำถามจะมีประสิทธิผลเพียงใดขึ้นอยู่กับ ๓ ส่วนด้วยกันคือ ตัวผู้ถาม สื่อ/ภาษาที่ใช้ ผู้ถูกถาม ว่าจะเตรียมตัวอย่างไร เลือกคถาม/สื่อให้สอดคล้องกับผู้ถูกถามเพียงใด ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์สนิทสนมเข้าใจ และยอมรับซึ่งกันและกันเพียงใด และยังมี “บรรยากาศ” เป็นองค์ประกอบร่วมด้วย" (จากคนสามหมอกสู่คนสามน้ำ,๒๕๕๐)
นอกจากนี้การตั้งคำถามไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงแต่ค้นหาคำตอบจากวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่ การตั้งคำถามมีหน้าที่ตรวจสอบความชัดเจนของข้อมูลที่นำเสนอมาอีกทั้งเป็นการ ทบทวน ทวนความ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนใหม่ๆที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงเดียวกันให้เข้าใจประเด็นทันกัน และมีส่วนร่วมในการสนทนาได้สนุกและเป็นส่วนหนึ่งของวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไป
การตั้งคำถามที่ดีในวิธีการถอดบทเรียน ง่ายและไม่ยากครับ อาศัยทักษะการฝึกฝน ไม่นานเราก็จะเฉียบคมในการตั้งคำถาม และได้มาซึ่ง “คำตอบ” อันเป็น “บทเรียนที่ดี” ตามที่เราต้องการครับ
บันทึกการเรียนรู้นี้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การถอดบทเรียน” สำหรับเจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ ณ นนท์นที รีสอร์ท จ.นนทบุรี
พี่เอก คะ พอลล่ามีเรื่อง ปรึกษา พี่รับสายด้วยค่ะ
ตามความเห็นของผม ผมว่าหลักพื้นฐานสำคัญประการแรกของการใช้คำถาม คือ "คำถามไม่บีบคั้น" ครับ
หลายประสบการณ์ที่ผ่านมา การสนทนาสะดุด ติดขัด เพราะมักจะเจอคำถามประเภท "คำถามบีบคั้น" ครับ นั่นคือ ถามเพื่อแสดงความ "เหนือกว่า" ถามต้องการจะ "จับผิด"
ขอบคุณครับ
ปล. รับสายคุณพอล่า หรือ ยังครับ
พอดีมีประชุมครับ พอลล่าติดต่อทางอีเมลเลยครับ หากเรื่องเอกสาร ว่างๆจะโทรกลับครับ
ตามมาอ่านอีกแล้ว ได้สาระดีจริงๆ ...
ขอบคุณมากคะ
ขอนำไปใช้นะคะ
การถามแบบ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" คร้าบ ;)...
เห็นด้วยครับ ท่านรอง small man คำถามบีบคั้น ทำให้วงสนทนาอึดอัด ไม่มีความสุขทั้งผู้ตั้งประเด็นคำถาม และผู้ตอบ พลอยทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่ดีไปด้วย
คำถามที่ดี น่าจะเป็นคำถามที่เเสดงถึงความเท่าเทียม ให้เกียรติ เพื่อมนุษย์
ผมต้องเรียนรู้ประสบการณ์จากท่านรองมากๆครับ ...ตามอ่านบันทึกตลอดครับ ได้แง่มุมที่น่าสนใจจากการทำงานจริงที่ถูกใจผมมาก
ขอบคุณครับ ป้าเหมียว แฟนคลับ งานสื่อที่ป้าเหมียวทำ ถอดบทเรียน ออกมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
พี่ ประกาย~natachoei ที่~natadee นำไปใช้ ได้ผลประการใด...บอกเล่ากันด้วยครับ :)
อ.Wasawat Deemarn ผมเห็นด้วยตามข้อคิดเห็นอาจารย์ครับ :)