ไฟจราจร ชีวิต

 ติดไฟจราจรให้ชีวิต

         ตั้งแต่ได้ตำแหน่ง สว.มานี่ต้องพยายามหาข้อคิดในการดำเนินชีวิตให้มากวันนี้ได้ข้อคิดเกี่ยวกับไฟจราจรกับชีวิตมาฝากเพื่อนพ้องชาวgotoknow เรา

                       

           ถ้าถามถึงไฟจราจรหลายคนคงได้คำตอบที่ต่างๆกัน เช่น

* ไฟเขียว คือ เทวดา 

    ไฟแดง  คือ ปีศาจ

     ไฟเหลืองคือลูกน้องปีศาจ ก็มันตามกันมา

 หรือบางคนอาจตอบว่า

* ไฟเขียว คือ ยาบำรุง

    ไฟแดง  คือ ยาพิษ

     ไฟเหลืองคือ ยาสลบ

     ดูเหมือนว่าคนขับรถทุกคนจะรักไฟเขียวสุดขั้ว รังเกียจไฟแดงสุดขีด และหมั่นไส้ไฟเหลืองสุดฤทธิ์ โดยลืมมองว่ายังมีคนที่รักไฟแดงมากๆ สุดชีวิตเลย เช่น

        * เด็กขายพวงมาลัยและขายของตามสี่แยก เพราะนั่นคือเวลาอยู่รอดของเขา

         *คนที่กำลังจะข้ามถนน เพราะนั่นคือ เขาจะได้ก้าวเท้าต่อไป

          * คนที่กำลังรอสัญญาณไฟอยู่ตรงข้าม เพราะเขาพร้อมเหยียบคันเร่งของเขาเช่นกัน

               หากการดำเนินชีวิตของเราเป็นเช่นการขับรถบนถนน แต่เราไม่มีสัญญาณไฟแดงคอยให้หยุด ไม่มีไฟเหลืองให้เตรียมพร้อมและไฟเขียวให้เร่งชีวิตให้เร็วขึ้นในบางขณะ

                บางคนอาจใช้ชีวิตแบบที่มีแต่ไฟเขียวนำทางตลอด เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ทำชีวิตช้าไม่เป็น ไม่ใช่สิ่งรับประกันว่าเราจะไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น บางทีอาจยิ่งช้าถ้าเราไปวิ่งชนคนอื่น หรือตกหลุมหล่มลงไป เรามาติดไฟสัญญาณจราจรให้ชีวิตกันดีกว่า

รู้จักหยุด เพื่อทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับชีวิต

รู้จักชะลอความคิดให้ช้าลงเพื่อดูท่าทีของปัญหาและ อุปสรรค

รู้จักเดินเครื่องเต็มอัตราเมื่อเส้นทางชีวิตปลอดโปร่งโล่งสว่าง

              เราจึงควรสลับไฟสัญญาณทั้งสามสีในชีวิตเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของชีวิตอย่างเป็นระบบ มีจังหวะ ถูกที่ ถูกเวลา เหมาะสม การสัญจรบนถนนชีวิตของเราจะได้สะดวกโยธินถึงที่หมายปลอดภัย

ดัดแปลง ปรับปรุงจาก"กล่องความคิดรูปหัวใจ"ของ ปันขวัญ นิตยสาร กุลสตรี ฉบับที่ 929 กันยายน 2552