อย่าหาว่าซ้ำเติมกันเลยนะครับ ในสังคมนักวิจัยอาชีพ (อาชีพแสวงหาเงินจากการเสนอโครงการและพลิกพลิ้วจนได้ทำงานวิจัยเพื่อหาเงิน) นั้น ยังงมีอีกหลายกรณีที่ทำให้สิ่งดีๆที่เรียกว่า การวิจัย ต้องมัวหมอง  เขาทำกันเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งๆที่รู้ว่าผิดศีลทั้งข้อ มุสา และ อทินนา นั่นคือ กล่าวสิ่งอันเป็นเท็จ ให้คนเชื่อว่าจริง และทำไปโดยการไป ถลุงเงินภาษีของชาวบ้าน อีกด้วย ซึ่งไม่ต่างจากการไปลัก หรือฉ้อโกงทรัพย์เขามาสักเท่าไหร่เลยครับ

   นั่นคือความเห็นที่ผมไปแสดงไว้ใน บันทึกนี้ ของดร.แสวง  รวยสูงเนิน ครับ

   ผมไม่ต้องยกตัวอย่างชัดๆ ก็เชื่อว่าคงต้องมีคนเห็นว่ามีเรื่องแบบที่กล่าวมาเกิดขึ้นจริงในวงการการวิจัย เป็นการวิจัยที่ขาด "วิญญาณ" ของการวิจัย และทำกันไปจนกระทั่งเราได้กองกระดาษเปื้อนหมึกอยู่บนหิ้งมากมาย

   ผมเห็นใจ อ.ดร.แสวง มาก จึงปิดท้ายการแสดงความเห็นว่า ..   " สักวันหนึ่ง กรรมจะต้องจัดการให้เขาได้สำนึกครับ ถึงวันนั้น "ความบริสุทธิ์" จะมาอยู่คู่ "งานวิจัย" แต่จะเป็นชาติไหน .. ก็ขอให้อดใจยรอหน่อยนะครับ "

   อยาก Positive Thinking เหมือนกันครับ แต่ Pos. ไม่ออกจริงๆ งานนี้