" แม่ครับ ครูว่าผมเป็นเด็กออทิสติก "

         แล้วมันคืออะไร  เป็นคำถามที่ต้องตอบเด็ก ๆ ที่เป็นลูกชาย

        ครูว่า "พวกเธอเปรียบเหมือนแก้วน้ำที่เต็มแล้ว"  แล้วมันเป็นอย่างไร

         เป็นคำถามต้องตอบเด็กวัย 8 ขวบ

        ฟังดูสมัยนี้เขาพูดยากกับเด็กกันจังเลยนะค่ะ  เดิมก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เมื่อมันเป็นอะไรที่ใกล้ตัวก็เลยต้องรู้ตามปริยาย  เฉกเช่นเดียวกันกับคำว่าแก้วน้ำ  เพราะมาเข้าใจในช่วงทำ KM

        อาจารย์เปรียบเทียบแก้วน้ำ  ให้เราเป็นแก้วน้ำที่ไม่เต็ม เพราะเมื่อใดที่เขาให้ความรู้ หรือสิ่งใหม่ ๆ เราจะได้รับอย่างเต็มที่ เต็มใจ เสมือนแก้วน้ำที่ว่าง  แต่หากเราเต็มแล้วเมื่อรับสิ่งใหม่ ๆ เราจะไม่มีที่ให้เติมเลย     แต่หากเป็นเด็ก เห็นลูกชายพูดให้ฟังว่า " พวกเธอนะ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ไม่เข้าใจ เหมือนเทน้ำใส่แก้วที่เต็ม มีแต่ล้นออกมา ทำนองพูดให้ฟังออกหูซ้าย ออกหูขวา " ช่างแขวะดีจริง ๆ ค่ะ

 

                                       

 

        แล้วเด็กออทิสติกล่ะเป็นอย่างไรครับ

     ต้องอธิบายเป็นการใหญ่ พูดคร่าว ๆ คือ ต้องมีอาการดังนี้

-เข้ากับคนอื่นได้ยาก หรือไม่ได้เลย

- ชอบอยู่คนเดียว

- ทำอะไรซ้ำ ๆ ไม่ชอบให้กอด

- หัวเราะอย่างไม่มีเหตุผล

- หมุนตัว หรือสิ่งของ
- กลัวในสิ่งไม่สมควรกลัว

- กระตุ้นตัวเอง               

- ไม่สบตาคน

- หงุดหงิด งอแง โดยไม่มีเหตุผล

- ไม่ตอบสนองต่อการสอนตามปกติ

- เรียกไม่หัน

- มีท่าทางการเล่นแปลก ๆ

- ติดวัตถุ สิ่งของบางชิ้น

- อาจไว หรือไม่ไวต่อความเจ็บปวด

- กล้ามเนื้อใหญ่และเล็ก พัฒนาไม่ปกติ

- ส่งเสียงประหลาด

- แสดงความต้องการไม่ได้ ใช้ท่าทาง หรือจับมือผู้อยู่ใกล้ไปหยิบของที่ต้องการ

                                    

         แม่พูดแล้วยิ่งไปกันใหญ่  เพราะยากมาก ๆ สรุปแล้วกันคือ ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว  แค่เนี่ยะ

         แต่สิ่งหนึ่งคือ หนูเป็นเด็กคล้ายจะสมาธิสั้น  เพราะยังไม่ยืนยันด้วยคุณหมอ

แตกต่างกันตรงไหน  สมาธิสั้น หรือเด็กไฮเบอร์ คืออาการซนมากกว่าปกติ (Hyper Activity) ลักษณะความซนจะมากกว่าเด็กทั่วๆไป ซนแบบไม่อยู่นิ่ง อยู่ไม่เป็นสุข ลุกลี่ลุกร้น ตลอดเวลา

 

         อาการสมาธิสั้น สามารถสังเกตุได้โดยเด็กจะมีความวอกแวกง่าย แม้แต่สิ่งเร้าเล็กๆน้อยก็สามารถ  ทำให้เด็กเสียสมาธิได้แล้ว เข่น ในขณะที่เด็กกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ พอมีเสียงดังเบาๆเช่นเสียงของตกพื้น หรือกิ่งไม้หล่นบนพื้น กลุ่มเด็กพวกนี้จะหันไปหาแหล่งต้นเสียงทันที หรือขณะนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน   พอมีคนเดินผ่านก็จะหันไปดูโดยทันที เป็นลักษณะเป็นความไวต่อสิ่งเร้าภายนอกโดยผ่านทาง ตา / หู
นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากสิ่งเร้าภายในตัวของเด็กเอง ในกรณีนี้จะแสดงออกในลักษณะอาการเหม่อลอย นั่งนิ่งๆ เป็นนระยะเวลานานๆ เหม่อบ่อย เป็นต้น

 

                                     

 

         ปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไข  คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น

- อย่าเปิดทีวีเสียงดังจนเกินไป  

- หามุมสงบสำหรับเด็ก เพื่อให้เกิดสมาธิในการทำการบ้าน

- ฝึกฝนวินัยให้เด็ก สร้างกรอบกฎเกณฑ์ มีตารางเวลาชัดเจน ไม่ปล่อยปละละเลย หรือตามใจจนทำให้เด็กติดเกม

- มีการสื่อสารที่สั้น กระชับ ชัดเจน หากไม่แน่ใจให้เด็กทบทวนว่าสิ่งที่สั่งสอนไปคืออะไรบ้าง เพราะเด็กสมาธิสั้นมักไม่ค่อยมีความอดทนในการฟัง

- มีความเข้าใจในพฤติกรรมของเด็กสมาธิสั้นอย่างจริงจังและเข้าใจ

-
จัดสภาพแวดล้อมให้เกิดความเป็นระเบียบ ไม่ปล่อยให้บ้านรกรุงรัง

- อย่าทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อย และ

- ไม่ควรจับกลุ่มให้เด็กสมาธิสั้นอยู่ใกล้ชิดกับเด็กที่มีปัญหาแบบเดียวกัน เพราะจะทำให้กลายเป็นเด็กเกเร ก้าวร้าวได้

                  

        โดยรวมที่โรงเรียนน้องโบวี่ได้นั่งใกล้ ๆ คนที่ตั้งใจเรียน  ไม่ใกล้ประตูหรือหน้าต่าง และถูกเรียกบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้นอกเรื่อง  ถูกใช้ให้ช่วยครู เพื่อลดพลังที่มากเหลือเฟือ

         ที่บ้าน ปรับกิจกรรม ตามเวลา ให้เวลาเล่น ดูทีวี ฝึกการเก็บของ จัดมุมให้เงียบขณะทำการบ้าน

        ผลโดยรวมที่โรงเรียน คือ นั่งใกล้คนตั้งใจเรียน แต่ชอบชวนเล่น คุย เพื่อนเลยเบื่อ (น่าสงสารเพื่อนจังเลย )

        ที่บ้าน ก็ยังนอกเรื่องได้อยู่ดี

        ปวดหัวจังเลยเด็กคนนี้  !