จิตได้แต่นั่งก้มหน้าน้ำตาไหลย้อยจนเปียกชุ่มผ้าขาวม้าที่คลุมไหล่อยู่ คิดถึงเรื่องของตัวเองที่ผ่านมา เป็นเหมือนความฝันแต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

 

“..อา เอ้อ..ไก่แจ้เหอ... ว่ายน้ำต้อแต้มาขอเมีย

ขันหมากลอยเสีย...   อี้เอาไหร่ขอเมีย อ้า เห้อ.. “

          ....เสียงเพลงเรือกล่อมเด็กดังมาจากอีกฟากคลอง ฟังเสียงแล้วน่าอี้เป็นยายเล็กร้องกล้อมไกวเปลหลานอยู่ใต้ถุนเริน

          จิตได้แต่นั่งก้มหน้าน้ำตาไหลย้อยจนเปียกชุ่มผ้าขาวม้าที่คลุมไหล่อยู่ คิดถึงเรื่องของตัวเองที่ผ่านมา เป็นเหมือนความฝันแต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

          ตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม จิตก็เริ่มที่จะมองหาสาว ๆ ที่จะไปจีบเป็นแฟน ให้เหมือนเพื่อน ๆ ในหมู่บ้าน หรือต้องให้หรอยหวาเพื่อนลางคนที่หาแฟนไม่ได้

          จิตตามจีบไปหมดรำป้อไปแหม็ด ไม่ว่าน้องรีลูกยายแอด น้องออลูกป้ากิ้ม น้องขิมลูกป้าไท น้องใจลูกป้าแจ้ง และอีกหลาย ๆ คน จนไม่มีใครค่อยแหลงด้วยเพราะกลัวขนมจีบของนายจิต

          หลายปีผ่านไป

          จิตก็ยังคงหลงระเริงกับการแจกขนมจีบไปทั่วหมู่บ้าน

          ครอบครัวของจิตเป็นครอบครัวที่พอมีอันจะกิน พ่อแม่ทำมาหากินด้วยการเป็นพ่อค้าส่งลูกโหนดสดไปทั่วทั้งภาคใต้ถึงกรุงเทพ

          มีลูกน้องพร้อมรถกระบะส่งไปยังที่ต่าง ๆ ตามที่เขาสั่งมา รายได้ดีมาก ๆ

          แต่ต่อมารายได้ตกลงจนน่าใจหาย น้าใจพ่อของจิตต้องหารายได้ให้เพิ่มมากขึ้นเพราะลูกก็หลายคนกำลังเรียนทั้งเพ แถมลูกน้องก็มาก

          จึงรับส่งยาเสพติดด้วย รายได้เริ่มดีขึ้น จนเป็นระดับคนมีเงินเหลือเฟือ

          จนวันหนึ่งตำรวจจับได้ โดนยึดทรัพย์หมดเหลือแต่บ้านซึ่งเป็นสมบัติเก่าแก่ตกทอดมาจากรุ่นพ่อแม่ให้ลูก ๆ อยู่ อาศัยญาติพี่น้องมาช่วยดูแลจึงอยู่มาได้ทุกวันนี้ จิตเองก็ต้องออกจากโรงเรียนมาทำงานรับจ้างที่โรงอิฐซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง

          ไม่มีจิตคนเดิมให้เห็นอีกแล้ว ดูผ่ายผอมแก้มตอบ สาว ๆ ที่เคยรับแจกขนมจีบ ก็ไม่เคยชายตาแล

          หลังจากที่กินข้าวกับปลาหลังเขียวจีที่น้องซื้อมาจากตลาดนัดจนอิ่มแล้ว จิตก็มานั่งก้มหน้าอยู่บนหลาริมคลองติดป่าจากข้างบ้าน  ปล่อยให้ใจล่องลอยไปไกลแสนไกล.........

                                                  สวัสดีครับ