บ่นเรื่องถวายพระพุทธรูป

ใกล้เพลวันนี้ มีโยมข้างบ้านซึ่งเป็นคู่สามีภรรยามาำทำบุญถวายสังฆทาน รวมทั้งมีพระพุทธรูปมาถวายด้วย ผู้เขียนรู้สึกอึดอัดบางอย่าง แต่ก็มิกล้าพูดทำลายน้ำใจ จึงถือโอกาสมาบ่นไว้ในบันทึกนี้ เผื่อใครอ่านจะได้ฉุกคิดขึ้นบ้าง...

ตามที่ฟังมาและคาดเดาเอาเอง ลูกคนหนึ่งของเค้าได้เสียไปหลายปีแล้ว และมีความรู้สึกว่ายังคอยติดตามรบกวนอยู่เสมอ หลังจากได้ไปฟังจากใครมาก็ไม่ทราบว่า ให้ซื้อพระพุทธรูปมาถวายวัดสะเดาะห์เคราะห์ และเป็นการเสริมดวงบารมีเพื่อให้เค้าได้ไปเกิดในภพชาติที่ดีๆ ... อะไรประมาณนี้

พระพุทธรูปที่นำมาถวายนั้น ทำด้วยพลาสติกอย่างดี (เรียกชนิดไม่ถูก) หน้าตักประมาณ ๕ นิ้ว  มองดูแล้วก็ตั้งชื่อให้ว่าปางปฐมเทศนา เพราะมีพระภิกษุอีก ๕ รูปนั่งฟังธรรมอยู่หน้าพระพุทธรูปด้วย ผู้เขียนก็รับไว้และบอกว่าจะนำไปตั้งไว้ในโบสถ์สักระยะหนึ่ง เพื่อเป็นศิริมงคล

ส่วนสาเหตุที่บอกไปอย่างนั้น เพราะอาทิตย์ก่อนมีโยมคุ้นเคยกับผู้เขียน ได้ซื้อพระพุทธรูปทองเหลืองปางสมาธิจากร้านมาฝากไว้ โดยบอกว่า ฝากไว้สักระยะหนึ่ง เพราะหลวงพี่ได้สวดมนต์ทำวัตรทุกวัน ไว้วัดพอได้ขลังแล้วจะได้พากลับไปบูชาที่บ้าน  และเมื่อวานก็ซื้อปางยืนประทานพรมาฝากไว้อีกหนึ่งองค์...

 

ย้อนกลับไปประมาณสองอาทิตย์ก่อน มีโยมหน้าวัดซึ่งไปมีครอบครัวลงหลักปักฐานอยู่กรุงเทพฯ กลับมาทำบุญเดือนสิบแล้วขอโอกาสเข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์ ซึ่งตั้งแต่โบสถ์ใหม่เสร็จเค้ายังไม่เคยได้เข้าไปชมเลย ก็ไปเห็นว่าในโบสถ์ไม่มีพระสีวลี ซึ่งต่างจากวัดแถวกรุงเทพฯ จึงประสงค์จะสร้างพระสีวลีไว้ในโบสถ์ ผู้เขียนก็พูดไปทำนองว่า พระสีวลีในโบสถ์นั้น มิใช่สิ่งจำเป็น อาจเป็นธรรมเนียมแถวภาคกลาง แต่มิใช่ค่านิยมทางปักษ์ใต้บ้านเรา...

ผู้เขียนก็พูดไปว่า ถ้าจะสร้างก็ให้สร้างองค์ใหญ่ๆ ชนิดที่ยกคนเดียวไม่ไหว จะได้ไม่หายง่ายๆ เนื่องจากพระพุทธรูปที่ญาติโยมสร้างไว้นั้น วัดต้องดูแลรักษา ทำให้เป็นภาระแก่วัด เฉพาะที่มีอยู่ในวัดตอนนี้ก็เยอะแล้ว อีกอย่างสร้างไว้ก็ใช่ว่าจะมีประโยชน์อะไรนัก ที่ต้องการจริงๆ ตอนนี้ก็คือเก้าอี้ให้ญาติโยมนั่งฟังธรรมในศาลาฯ เพราะโยมปัจจุบัน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ) นั่งพื้นไม่ค่อยสะดวก ตอนนี้ก็สั่งไปแล้วสิบตัว มีโยมรับเป็นเจ้าภาพแล้วห้าตัว เค้าก็ว่าเปลี่ยนเป็นเก้าอี้ก็ได้...

 

ย้อนไปประมาณ ๓ -๔ เดือน ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายลูกพี่ลูกน้องกับผู้เขียน ไปดูหมอมาว่า ลูกน้องผู้เขียนคนหนึ่ง ดวงไม่ค่อยดี หมอดูบอกว่าให้ซื้อพระพุทธรูปถวายพระเป็นการสะเดาะห์เคราะห์ เค้าจึงซื้อพระพุทธรูปปางต่างๆ ๕ องค์มาจากกรุงเทพฯ แล้วติดต่อมายังผู้เขียนว่าให้ช่วยนิมนต์พระเพื่อถวายพระพุทธรูปเหล่านั้น โดยถวายเสร็จก็จะทอนกลับ (เอาปัจจัยถวายพระแล้วเอาพระพุทธรูปคืนกลับไป) แล้วฝากพระพุทธรูปเหล่านั้นไว้ที่ผู้เขียน เพื่อจะได้ทำพิธีถวายอีกในครั้งต่อๆ ไป...

ผู้เขียนก็นิมนต์พระภิกษุให้มารับพระพุทธรูป ๓ วาระ ห่างกันประมาณครึ่งถึงหนึ่งเดือน ครั้งสุดท้าย ผู้เขียนก็บอกว่าน่าจะพอแล้ว ต่อไปถ้าจะทำบุญสะเดาะห์เคราะห์อีก ก็ให้ไปวัดไหนก็ได้ เอาปัจจัยถวายพระ-เณรที่ดูแลทำความสะอาดพระประธานในโบสถ์หรือศาลาโรงธรรม หรือเอาเงินให้โยมที่ดูแลทำความสะอาดในส่วนนี้ก็ได้ พลางอธิษฐานตามประสงค์ ก็น่าจะได้เหมือนกัน และจัดว่าเป็นการทำบุญที่ดีด้วย เพราะพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า...

  • วิเจยฺย ทานํ สาธุ
  • การตรวจสอบถวาย เป็นการยังประโยชน์ให้สำเร็จ

ประเด็นนี้จึงเรียบร้อยไป ซึ่งอันที่จริงแล้วโยมน้าสาวของผู้เขียนเองก็ใช่ว่าจะเชื่อและหลงงมงายกับเรื่องทำนองนี้ แต่พวกที่เอาดวงไปให้หมอดูนั้น เป็นญาติอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อได้ความจากหมอดูมา จะไม่ทำก็อาจรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ก็เลยทำไปตามความประสงค์ เพราะมีกำลังพอที่จะทำได้ และจะได้ไม่มีปัญหากระทบเชิงความคิดในบรรดาเครือญาติด้วย... อะไรประมาณนี้

 

ตอนนี้ ผู้เขียนเริ่มรับภาระดูแลวัด นอกจากค่าไฟฟ้าประจำเดือนละหลายพันแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องการมากมาย แต่ก็ขาดกองทุนในการดำเนินการ จึงต้องค่อยๆ ซื้อ ค่อยๆ จัดหามาซ่อมและสร้างไปเรื่อยๆ เช่น ตะปู ไม้อัด สี น้ำมันสน เครื่องมือช่าง กุญแจ เครื่องสูบน้ำ เก้าอี้ เสื่อ พรม เครื่องเสียง ลำโพง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่ผู้เขียนต้องซื้อ  แต่ไม่ค่อยมีใครนึกถึงว่าวัดโดยทั่วไป มีความจำเป็นยิ่งกว่าพระพุทธรูป...

จึงขอบอกญาติโยม ถ้าหมอดูบอกว่าให้ซื้อพระพุทธรูปถวายเป็นการสะเดาะห์เคราะห์นั้น ก็ลองไปถามที่วัดใกล้ๆ ว่านอกจากพระพุทธรูปแล้วขัดสนอุปกรณ์อะไรบ้าง จะจัดหามาให้เพื่อถวายแทนพระพุทธรูป แล้วค่อยอธิษฐานว่า.... แทนพระพุทธรูป โดยอ้างว่า การทำอย่างนี้ดีกว่า เพราะเป็นการทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ตรัสไว้ว่า...

  • วิเจยฺย ทานํ สาธุ การตรวจสอบถวาย เป็นการยังประโยชน์ให้สำเร็จ

ถ้ามีศรัทธาคือความเชื่อตามหลักพระพุทธศาสนาจริงๆ ควรจะทำอย่างนี้ และผู้เขียนยืนยันว่าไม่ผิดแน่นอน...