สืบเนื่องจากบทความที่อยากรู้ว่าจะสามารถลดคาร์บอนไดออกไซค์ได้เท่าไร ผมไปค้นคว้ามา ได้ข้อมูลจากบทความที่เขียนไว้ และอ้างถึงงานวิจัยของ “อารักษ์ จันทุมา” นักวิชาการศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา สถาบันวิจัยยาง ซึ่งทำไว้เมื่อปี 2546 ช่วยชี้ให้เห็นว่า ยางพาราพันธุ์ RIM600 ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยเฉพาะใน “โครงการยางล้านไร่” มีความสามารถกักเก็บสารคาร์บอนปริมาณสารคาร์บอนได้ 8.32, 11.46, 15.44, และ 22.39 เมตริกตันต่อไร่ เมื่อต้นยางอายุ 9 ปี 12 ปี 18 ปี และ25 ปีตามลำดับ
นอกจากนี้ เนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของต้นยาง ก็ยังเก็บสารคาร์บอนไว้อีกประมาณ 45% และการทิ้งเศษซากใบ กิ่ง ก้าน ผล เมล็ด ในแต่ละปีลงสู่ดิน เมื่อต้นยางอายุ 11-12 ปี 15-17 ปี และ20-21 ปี จะทิ้งเศษซาก 1.29, 0.53, และ0.33 เมตริกตันต่อไร่ ตามลำดับ เก็บสารคาร์บอนได้ 8.0 เมตริกตันต่อไร่ และผลผลิตน้ำยางจะเก็บสารคาร์บอนได้ 4.57 เมตริกตันต่อไร่
ขณะที่ในส่วนของดินมีปริมาณอินทรียวัตถุยังเก็บสารคาร์บอนได้อีก 7.8 เมตริกตันต่อไร่ จึงเห็นได้ว่า วงจรชีวิตของการปลูกสร้างสวนยางอายุ 25 ปี จะมีปริมาณสารคาร์บอนในแหล่งต่างๆ ได้แก่ ส่วนของต้นยาง เศษซาก และผลผลิตน้ำยาง ซึ่งรวมแล้วจะสามารถเก็บสารคาร์บอนได้มากถึง 42.65 เมตริกตันต่อไร่
แสดงว่าปัจจุบันที่ผมปลูกยางพาราทั้งหมด
ยางอายุ 20 ปี จำนวน 3 ไร่
ยางอายุ 6 ปี จำนวน 4 ไร่
ยางอายุ 5 ปี จำนวน 9 ไร่
ยางอายุ 2 ปี จำนวน 4 ไร่
รวม 20 ไร่
ผมสามารถเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้หลายตันอยู่นะครับ หากคำนวณที่เฉลี่ย 8.32ตัน ต่อปี รวม20 ไร่ ผมเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ไว้ที่ = 8.32 X 20 = 166.4 ตันต่อปีครับ
อีกเรื่องที่ตรงกันข้าม เคยอ่านเจอจากที่ไหนไม่ทราบว่า ในกระบวนการปลูกข้าว(ทำนา) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ออกในปริมาณมากในอันดับต้นๆ แสดงว่าที่ผมทำนาก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ออกมากเหมือนกัน แต่เมื่อผมปลูกยางพาราทดแทนผมคงจะได้ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์โดยการปลูกยางพาราแล้ว ส่วนต่างตรงนี้เท่าไร วันหลังจะไปค้นหาข้อเท็จจริงมาเล่าสู่กันฟังครับ