วัฒนธรรมขี้โกง


มุมมองหนึ่ง ขณะนั่งฟังรายการวิทยุ ที่อธิบายมุมมองของการคอร์รัปชั่นในสังคมไทย โดยมีมุขตลกที่ขำไม่ออก มาคอยหยอดให้คนไทย ได้ตระหนักตระหนกกันบ้าง ถึงรากอันฝังลึก และ ชอนไชสังคมไทย ในนามของการ "คอร์รัปชั่น" หรือ วัฒนธรรมขี้โกง วัฒนธรรมขี้ฉ้อ ในสังคมไทยของเรา

วัฒนธรรมขี้โกง

 

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

วันเสาร์ที่ผ่านมา

มีโอกาสนอนฟังวิทยุ

เหมือนตอนยังเป็นเด็กเล็ก

 

นอนฟังเรื่องราวต่างๆไปเรื่อยเปื่อย อาจเน้นหนักรายการสาระความรู้ รายการวิเคราะห์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือกระทั่งการเมืองระหว่างประเทศ เปิดวนเวียนไปมา จากวิทยุเครื่องแถมของบริษัทห้างร้านทั่วไป คราวนี้เป็นของกำนัลจากธนาคารแห่งหนึ่ง

ฟังแบบได้ลุ้น เพราะไม่มีช่องบ่งบอก

ไม่มีหน้าปัดวิทยุคอยยืนยัน

ต้องคอยลุ้นเอา

 

ว่ากำลังฟังช่องไหนสถานีใด ซึ่งก็ได้บรรยากาศแบบแปลกๆไปอีกแบบหนึ่ง ยิ่งรายการใดที่น่าสนใจ ยิ่งอยากรู้ ยิ่งต้องคอยฟังให้ตลอด เช่น ช่วงสปอตเข้ารายการ หรืออินโทรเอาท์โทรของรายการ หรือแม้กระทั่ง เสียงยืนยันจากผู้ดำเนินรายการ ว่าเป็นรายการใด สถานีใด

หลังจากฟัง

เรื่องราวการเมืองใหม่

และประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น

 

ผมก็หมุนคลื่นไปพบรายการที่น่าสนใจ ในบทวิเคราะห์ที่กำลังติติงรัฐบาล ติติงนักการเมือง กระทั่งอธิบายถึงมิติมุมมอง ของการเมืองที่ควรจะเป็น โดยมีบทวิเคราะห์เหตุผล ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรี กรณีการระงับใบลาออกของ ผบ.ตร.

ซึ่งผู้ดำเนินรายการก็ยืนยันเหตุผล

ในมิติระเบียบข้าราชการ

โดยเฉพาะรายละเอียด

 

เรื่องการปฏิบัติ และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่ ปปช. มีมติในการกำหนดบทลงโทษต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ในฐานที่เข้าดำเนินการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2552 โดยอธิบายขั้นตอนว่า นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องดำเนินการ ให้เสร็จสิ้นขั้นตอนระเบียบราชการ ที่ต้องลงโทษ มิฉะนั้นอาจถูกกล่าวหาว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ฟังไปฟังมา

ด้วยความรู้สึกว่า

ผู้ดำเนินรายการน่าจะเข้าใจดี

 

ถึงเงื่อนไข ระเบียบบริหารราชการ หรือกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติราชการพอสมควร จนกระทั่งถึงบางอ้อ เมื่อมีเสียงท้ายรายการ ก่อนปิดเบรคช่วงแรก ว่าเป็นรายการ เปิดบ้าน กกต. ก่อนเข้าข่าวต้นชั่วโมง ในบทบาทของวิทยุแห่งประเทศไทย แต่ไม่ได้ระบุชื่อคลื่น ว่าเป็นคลื่นใด

จนเข้าสู่เบรคที่สองในช่วงกลาง

ผู้ดำเนินรายการพูดถึง

ประเด็นคอร์รัปชั่น

 

และปัญหาการทุจริตในวงราชการ ในวัฒนธรรมไทย และในสิ่งที่คนไทยกำลังดำเนินการแก้ไข แก้ปัญหาดังกล่าว หลังจากช่วงแรก อธิบายเนื้อหาของเพลงตาอินกับตานา และปัญหาการแบ่งปันผลประโยชน์ แบ่งปันทรัพยากรของประเทศชาติ จนถึงปัญหาการคอร์รัปชั่น

 

 

มุขตลกตบท้าย

ในเรื่องราวการคอร์รัปชั่น

คือ การอธิบายถึงหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง

 

ซึ่งได้รับงบประมาณ ในการทำรายงานศึกษาวิจัยว่าด้วยเรื่อง การคอร์รัปชั่นในประเทศไทย โดยมีผู้ดำเนินการผลักดัน เพื่อให้นักวิชาการในแวดวงราชการท่านหนึ่ง ดำเนินการศึกษาวิจัย ซึ่งหลังจากการอนุมัติงบประมาณในระยะเวลา 1 ปีแล้ว ข้าราชการผู้ผลักดันเรื่องดังกล่าว

ก็เข้าไปหานักวิชาการผู้วิจัยท่านนั้น

โดยระบุว่าต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์

ในฐานะที่เป็นผู้วิ่งเต้น

 

เพื่อให้ได้งบประมาณในการศึกษาวิจัยเรื่อง การคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ซึ่งพอฟังแล้ว ก็ขำไม่ออกครับ ขำไม่ออกเหมือนกับที่ผู้ดำเนินรายการท่านนั้นยืนยันว่า เรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ที่ไม่ต้องคิดมาก และไม่ต้องดูอื่นไกล สำหรับคำว่า คอร์รัปชั่น ในประเทศไทย

ยิ่งได้ฟัง

ได้ลำดับเรื่องราว

ผมยิ่งเห็นด้วยกับผู้ดำเนินรายการ

 

ถึงปัญหาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทย ฝังอยู่ในความคิด ที่คิดว่าจะสามารถตอดเล็กตอดน้อยกับงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณประเทศชาติ และงบประมาณที่เกิดขึ้นจากหยาดเหงื่อของคนไทยร่วมชาติ ที่มักจะมีผู้คนมาคอยทำตัวเป็นนายหน้า มาคอยหากิน

จะกินสินบาท คาดสินบน

กินบนกินล่างกินกลาง

ตลอดชาติเช่นไร

 

เราคนไทยทั่วไป ก็คงได้มีโอกาสเห็น ได้มีโอกาสสัมผัสกับความจริงในแต่ละวันคืนของบ้านเรา ยิ่งได้เห็นวิสัยสันดาน จากทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการ หรือคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับงบประมาณของประเทศชาติบ้านเมือง เราอาจต้องฉุกคิดให้มาก

สำหรับมุขตลก

ที่ฟังไปฟังมาแล้ว ขำไม่ออก

ขำไม่ออกจริงจริง กับความจริงที่ยิ่งกว่านิยาย

 

สำหรับความจริงในบ้านเมืองของเรา ที่คนมีอำนาจ และมีส่วนในการจัดสรรอำนาจ จัดสรรทรัพยากรของชาติ ไม่ว่าจะเป็นในระดับชุมชน ในระดับท้องถิ่น กระทั่งยึดโยงสู่ระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ ในทุกองคาพยพยามนี้ของสังคมไทย ล้วนโกงกิน และขี้โกง กันทั้งสิ้น

สำหรับวัฒนธรรมแห่งการจัดสรร

จะโกง จะกิน จะแบ่งเช่นไร

เราคนไทยล้วนรับรู้

 

ตอนแรกก็พาลจะนึกขำ และปล่อยใจให้สนุกสนานกับเรื่องราวตลกๆ ที่น่าจะเป็นมุขในวงสนทนายามค่ำคืน หรือกระทั่งเป็นมุขที่เอาไว้ปล่อยให้เพื่อนร่วมวง ได้ช่วยกันคิดเล่นๆ ถึงทางออกของวงจรอุบาทว์ที่กัดกินสังคมไทยเช่นนี้ คิดไปคิดมา ผมก็ยิ่งผะอืดผะอม

เราคนไทยทั่วไป

จะเอายังไงกันดีครับท่าน กับมุขที่ขำไม่ออก

ถ้าคิดออกแล้ว หักส่วนแบ่ง หักเปอร์เซ็นต์ให้ผมด้วยครับ

ถือว่า ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน ครับ

 

หมายเลขบันทึก: 297757เขียนเมื่อ 15 กันยายน 2009 11:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 09:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี