ผมเฝ้าตั้งคำถามว่า ทำไมองค์กรบางองค์กร จึงหาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกในองค์กรไม่ได้ ขณะที่ค้นคว้าเขียนรายงานส่งอาจารย์ ไปเจอเข้ากับสาราณียธรรม อันที่จริงก็เคยฟังพระท่านพูด แต่ก็ผ่านๆไป แต่วันนี้เมื่อมานั่งพิจารณาข้อความในพระไตรปิฎก http://www.84000.org/tipitaka/read/?11/317/257 ถอดความ ตีความและเทียบความกับปรากฏการณ์ของสมาชิกองค์กร ก็พบว่า "อ้อ..เอ้อ อย่างนี้นี่เอง มันเป็นสิ่งที่สะอาดจริงๆ"

  สิ่งที่ผมถอดความได้ เป็นดังนี้ (ขออภัยท่านผู้รู้ หากสิ่งที่ถอดความออกมานี้ ผิดจากข้อความที่อ้างถึง)

สาราณียธรรม[1] ๖ ประการ คือ

(๑)          พฤติกรรมทางกายที่แสดงออกพึงแสดงออกด้วยความเมตตา (ความรักความปรารถนาดี) ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

(๒)       พฤติกรรมทางวาจาที่แสดงออก พึงแสดงออกด้วยเมตตา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

(๓)        พฤติกรรมทางใจ พึงเป็นจิตใจที่ประกอบด้วยเมตตาเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

(๔)        สิ่งอันพึงมีพึงได้อันใดที่ได้มาจากการกระทำร่วมกันด้วยความถูกต้อง [ถูกต้องทั้งศีลธรรม กฎหมาย จารีตฯลฯ ประเพณี] เหมาะสม และดีงาม [ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นให้ได้รับความเดือดร้อนแล้วได้มา] โดยที่สุดแม้แต่เงินบาทเดียว [เทียบความ] ไม่ควรหวงแหน ควรแบ่งปันให้กับคนดีมีศีลธรรม [องค์กรที่มีความเสมอกันด้วยศีล เรียกว่า สีลสามัญญตา หรือ ศีล=เก่ง และ ธรรม = ดี]

(๕)        ข้อปฏิบัติ กฎเกณฑ์ กติกา ข้อตกลง ที่อิสระ [มิใช่เพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บุคคลใดบุคคลหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง] ซึ่งผู้รู้เห็นชอบ ยกย่องสรรเสริญ [ผู้รู้ที่เรียกว่า วิญญูชน นี้ หมายถึง รู้แจ้งชัด ทะลุปรุโปร่ง ถึงข้อความทั้งหลายในกฎ ข้อตกลง ฯลฯ ที่ตราขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เห็นพ้องต้องกันว่าดี เป็นเอกฉันท์ (มีฉันทะเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่มีข้อโต้แย้งจากคนใดคนหนึ่งแม้แต่คนเดียว) เอื้อประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ผู้รู้นี้ มีคุณธรรมหลายอย่าง มิใช่มีความรู้อย่างเดียว] ซึ่งไม่เกี่ยวกับความอยากและความเห็น [เช่น อยากจะตั้งกฎนี้ขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้ หรือตีความเอาเองว่า กฎข้อนี้คืออย่างนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นกลางจริง] คนทุกคนได้ปฏิบัติโดยเสมอกัน ไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ด่างพร้อย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง [ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ]

(๖)          ความเห็นที่ประเสริฐ  อันเป็นแนวทางเพื่อการพ้นจากทุกข์ [ปัญหาและอุปสรรค] และความเห็นนี้สามารถจะทำให้พ้นทุกข์ได้จริง [ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ซึ่งเป็นความสุขความสำเร็จได้จริง]ทุกคนมีความเห็นเสมอเหมือนกันเช่นนั้น ทั้งต่อหน้าและลับหลังสมาชิกในองค์กร สังคม ชุมชน

โดยพุทธศาสนามองว่าหลักดังกล่าวนี้ จะเป็นที่มาของการประสานความรู้สึกทางใจที่ดี ก่อเกิดเป็นความรัก ความเคารพ การช่วยเหลือ ความไม่ขัดแย้ง และความสามัคคีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

 


[1] ที.ปา. (ไทย), ๑๑/๓๑๗/๒๔๒-๒๔๓