ผมเป็นคนไม่มีความรู้เรื่องการเมือง แต่เมื่อวันที่ ๙ ก.ย. ๕๒ พบคุณพูลทรัพย์ ปิยะอนันต์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และอดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านบอกว่าถ้าท่านมีส่วนยกร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านจะเสนอให้มีจำนวน สส. ทั้งประเทศเพียง ๒๐๐ คน
ท่านให้เหตุผลว่า จำนวน สส. มากไม่มีความจำเป็นแล้วในยุคปัจจุบัน ที่การสื่อสารทั่วถึงขึ้นกว่าสมัยก่อนมากมาย
ผมจึงนำเอาความคิดนี้มาเผยแพร่ต่อ เพราะผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะเกิดคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองในภาพรวม โดยมีหลากหลายเหตุผลมาก
มิติหนึ่งคือ การเมืองยุคใหม่ควรมีขนาดของการเมืองตัวแทนลดลง การเมืองภาคประชาชนขยายขึ้น ผมคิดว่าการเมืองภาคประชาชนจะ corrupt น้อยกว่าการเมืองตัวแทนที่เห็นอยู่ในขณะนี้ และการเมืองภาคประชาชนน่าจะเข้าไปกำกับควบคุมพัฒนาให้การเมืองตัวแทนดีขึ้น มีคุณภาพสูงขึ้น เน่าหนอนชอยไชน้อยลง
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ก.ย. ๕๒
การเมืองภาคประชาชน...แบบไทยๆจะขยายเเบบไหน ที่สุดจะมีรูปแบบอย่างไร เป็นโจทย์ที่ผมกำลังเขียนบทความ เพื่อนำไปวิพากษ์ในชั้นเรียนครับ
ประเด็นนี้น่าสนใจมากครับ ในที่สุดเราหวังกับระบบการเมืองหลักไม่ได้ การเมืองภาคประชาชนแบบไทย อาจต้องรุก แต่จะรุกอย่างไร ตรงนี้น่าสนใจดีครับ
ในหลักการแล้วเห็นด้วยนะคะ
ว่าการเมืองภาครัฐ ควรมีขนาดของการเมืองตัวแทนลดลง
ในขณะที่ การเมืองภาคประชาชน ควรได้รับการขยายบทบาทเพิ่มขึ้น
แต่ในความเป็นมาของสังคมไทย
ความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ของการเมืองภาคประชาชนมีน้อยเหลือเกิน
สมัยก่อน ความใฝ่หาอิสระของไพร่มีสูง จนมีกรณีไพร่หนีนายอยู่เนืองๆ เป็นเหตุให้ต้องลดเวลาการเกณฑ์แรงงงานมาตามลำดับ
สมัยนี้ ความใฝ่หาสังกัดของประชาชนคนเดินดินมีมากเหลือเกิน ไม่ค่อยมีเสรีชน มีแต่เสื้อสีนั้น สีนี้
การ corrupt ของภาคประชาชนที่น้อยกว่าภาครัฐ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาคประชาชนยังมีศีลธรรมอยู่มาก และยังมีโอกาสน้อย
แต่ถ้าโอกาสเปิดมากขึ้น และศีลธรรมเสื่อมทรามลงเรื่อยๆ สิ่งที่เคยน้อยก็สามารถขยายใหญ่ได้
ดังนั้น พร้อมๆ กับการที่ขยายบทบาทให้กับ การเมืองภาคประชาชน การรณรงค์เรื่องความเป็นอิสระ ความเป็นตัวของตัวเอง การสร้างหรือรักษาระบบคุณค่าทางศีลธรรม(ของทุกศาสนา หรือไม่มีศาสนาก็ตาม)ก็จำเป็นต้องมีควบคู่กันไปด้วย
ขอต่ออีกนิดนะคะ คือ เห็นว่า ปัญหาของสังคมไทยนั้น เป็นกิเลสร่วม กรรมร่วม และวิบากร่วม
กรอบกติกา โครงสร้าง นั้นสำคัญก็จริง แต่เนื้อในที่สอดคล้องกับกรอบกติกา และโครงสร้างก็สำคัญด้วย
เนื้อใน ก็คือ ผู้คนทั้งหลาย ผู้คนที่มีชีวิต มีจิตใจ มีทุกข์จากการข่มเหงเบียดเบียนกัน มีความระแวงแคลงใจกัน
ถ้าจะสร้างการเมืองภาคประชาชนที่เป็นธรรม ที่แบ่งปัน ที่เกื้อกูลกัน ภาคประชาชนจำต้องมีระบบคุณค่าของตนเอง
อาจสานรวมของหลายๆ ศาสนธรรมก็ได้ แต่ต้องไม่ใช้ศีลธรรมของทุน ที่ทุกอย่างเป็นสินค้า เงิน และการตลาด
ต้องไม่ใช้ศีลธรรมแบบอำนาจนิยม ที่ใช้พวกมากลากไป ใช้"พวก" เป็นศีลธรรม เป็นความถูกต้อง ตัดสินผู้อื่น
ในฐานะที่ดิฉันเป็นพุทธ จึงขอเสนอระบบคุณค่าสำหรับการเกี่ยวพันกับการเมือง ดิฉันเองเป็นประชาชนคนเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่เล่นการเมือง ไม่จัดตั้งใครและไม่ให้ใครจัดตั้ง แต่ใคร่ขอใช้พื้นที่ตรงนี้เสนอความคิดเชิงพุทธ ต่อท่านทั้งหลายที่กำลังสร้างสานการเมืองภาคประชาชนกันอยู่ ด้วยกลอนข้างล่างนี้ ที่ดิฉันเขียนไว้เมื่อต้นปีพ.ศ.2549 และนำมาใช้ซ้ำเมื่อเมษายน 2552 ในปรากฎการณ์ม็อบกีฬาสี
เราสวดมนต์ไหว้พระมนัสน้อม
เก็บดอกหอมที่งามงามในยามสาย
ประณมมือบูชาพระไม่ละคลาย
สดับสายกระแสธรรมนำชีวี
เขายิ่งโกงเรายิ่งซื่อถือเป็นหลัก
เขาโลภนักเราสละละเต็มที่
เขาฟาดหัวคนด้วยเงินเดินด้วยดี
เราขยายข่ายคนมีศีลธรรม
พลังความดีงามตามที่เกิด
แม้กระทบการละเมิดยังใสฉ่ำ
เกิดพลังผุดภายในใจประจำ
แม้กระจายแต่จะค้ำเคลื่อนสังคม
ไม่คบพาลคบบัณฑิตจิตสะอาด
ทุจริตวิปลาสจะแหลกล่ม
เริ่มจากตนสู่รอบตัวไม่กลั้วตม
ไม่สะสมของโจรใครปล้นมา
ไม่ติดต่อคบค้ากับคนโฉด
ไม่เสียดายประโยชน์ที่มีกังขา
ไม่ค้อมหัวถวายให้ใครบัญชา
ไม่อายฟ้าอายดินเพราะกินโกง
ขอให้ทำให้จริงทุกสิ่งสิ้น
อยู่ในศีลผ่องใสจิตใจโล่ง
จะกระทบเคลื่อนไปเป็นข่ายโยง
ทุกยามโมงทำตลอดไม่ทอดทิ้ง
จะพบแหล่งพลังดังอาทิตย์
ซึ่งเปล่งแสงแรงฤทธิ์เป็นอย่างยิ่ง
เพราะมีแสงในตนเองเปล่งเป็นจริง
ใช่เพียงสิ่งสะท้องแสงแรงพลัง
จะพบตาน้ำในใจสะอาด
เหลือเดาคาดธารใสที่ไหลหลั่ง
แม้เป็นเพียงคนเล็กเร้นไม่เด่นดัง
ก็อาจยั้งหยุดเหตุร้ายได้โดยดี
ทำไปตามเหตุปัจจัยโดยใสซื่อ
ทำเพื่อวางใช่ยึดถือคือวิถี
ทำโดยคนหมู่มากหลากวิธี
ทำโดยมีคุณธรรมที่นำพา
ทำไปตามอัตภาพตราบใจมั่น
ทำแต่สิ่งสร้างสรรค์นั่นแหละหนา
ทำเช่นนั้นทุกสถานกาลเวลา
จริยาจะนำทางสร้างสังคม
ทำหนังสือขึ้นมาบูชาพระ
เพื่อเตรียมตระเตรียมใจให้เหมาะสม
ทุกขณะจิตผัสสากับอารมณ์
เราจะข่มกิเลสร้ายให้คลายไป
เรื่องของความรุนแรงแห่งมนุษย์
ซึ่งไม่หยุดก่อเหตุอาเพศใหญ่
เราพบผ่านมามากนักจนปักใจ
ว่าอภัยต่อกันนั่นแหละดี
เพราะต่อให้ฆ่าฟันกันเลือดกลบ
ข้ามชาติภพล้างพันธุ์ เผ่าเอาเป็นผี
แต่ที่สุดยุติธรรมที่กรรมดี
จึงสิ้นมีเวรภัยไม่วนเวียน
อันกรรมของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งก่อกอบ
จนระบอบสังคมไทยไร้เสถียร
สังคมควรจำจดเป็นบทเรียน
เพื่อปรับเปลี่ยนกลไกในสังคม
พลังของปัจเจกชนคนเล็กน้อย
อาจต่ำต้อยบางเบาเท่าเส้นผม
แต่หากเปี่ยมเมตตาเหมือนว่าพรหม
ย่อมสร้างสมสมดุลใหม่ในทางธรรม
เพียงหยุดยั้งการเลือกแต่เปลือกนอก
โดยเริ่มลอกจากตนเองไม่เพ่งพร่ำ
มีศีลสัตย์ไม่คบพาลผ่านกระทำ
ตัดโอกาสด้านมืดดำจากตัวเรา
นี่คือความหาญกล้ากว่าท้ารบ
เป็นจุดจบพวกมั่นมาดที่ขลาดเขลา
เป็นพลังอิงเอื้ออย่างเหลือเดา
เกิดโดยเบ้าหลอมใจในทางดี
เป็นประจักษ์พยานความหาญกล้า
อันเกิดจากจริยาธรรมถ้วนถี่
เป็นอหิงสธรรมนำวิธี
ซึ่งมากมีหลากหลายกระจายตัว
ใครจะอยู่ที่ใดทำได้หมด
อำนาจใดยากกำหนดหรือกดหัว
เป็นเครือข่ายพรายผ่องไม่หมองมัว
เพียงธารธรรมรินไหลทั่วทั้งสังคม
ขอบคุณค่ะ สำหรับโอกาสที่ได้เข้ามาใช้พื้นที่แสดงความคิดเห็น
ประชาธิปไตยใช้ผู้แทนแสนผูกขาด ทุน-อำนาจ-วิชาการปั่นเรื่องนี้
การเมืองประชาชนสร้างคนดี แต่เวทีไม่มีที่จะไป
การเมืองภาคประชาชนเริ่มต้นใหม่ ภาคส่วนไหนก็ให้มาว่าเป็นสาย
เป็นสัดส่วนของรัฐสภาว่าเป็นไท ไม่สังกัดพรรคใดให้เผด็จการ