ขอต่ออีกนิดนะคะ คือ เห็นว่า ปัญหาของสังคมไทยนั้น เป็นกิเลสร่วม กรรมร่วม และวิบากร่วม

กรอบกติกา โครงสร้าง นั้นสำคัญก็จริง แต่เนื้อในที่สอดคล้องกับกรอบกติกา และโครงสร้างก็สำคัญด้วย

เนื้อใน ก็คือ ผู้คนทั้งหลาย ผู้คนที่มีชีวิต มีจิตใจ มีทุกข์จากการข่มเหงเบียดเบียนกัน มีความระแวงแคลงใจกัน

ถ้าจะสร้างการเมืองภาคประชาชนที่เป็นธรรม ที่แบ่งปัน ที่เกื้อกูลกัน ภาคประชาชนจำต้องมีระบบคุณค่าของตนเอง

อาจสานรวมของหลายๆ ศาสนธรรมก็ได้ แต่ต้องไม่ใช้ศีลธรรมของทุน ที่ทุกอย่างเป็นสินค้า เงิน และการตลาด

ต้องไม่ใช้ศีลธรรมแบบอำนาจนิยม ที่ใช้พวกมากลากไป ใช้"พวก" เป็นศีลธรรม เป็นความถูกต้อง ตัดสินผู้อื่น

ในฐานะที่ดิฉันเป็นพุทธ จึงขอเสนอระบบคุณค่าสำหรับการเกี่ยวพันกับการเมือง ดิฉันเองเป็นประชาชนคนเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่เล่นการเมือง ไม่จัดตั้งใครและไม่ให้ใครจัดตั้ง แต่ใคร่ขอใช้พื้นที่ตรงนี้เสนอความคิดเชิงพุทธ ต่อท่านทั้งหลายที่กำลังสร้างสานการเมืองภาคประชาชนกันอยู่ ด้วยกลอนข้างล่างนี้ ที่ดิฉันเขียนไว้เมื่อต้นปีพ.ศ.2549 และนำมาใช้ซ้ำเมื่อเมษายน 2552 ในปรากฎการณ์ม็อบกีฬาสี

เราสวดมนต์ไหว้พระมนัสน้อม

เก็บดอกหอมที่งามงามในยามสาย

ประณมมือบูชาพระไม่ละคลาย

สดับสายกระแสธรรมนำชีวี

เขายิ่งโกงเรายิ่งซื่อถือเป็นหลัก

เขาโลภนักเราสละละเต็มที่

เขาฟาดหัวคนด้วยเงินเดินด้วยดี

เราขยายข่ายคนมีศีลธรรม

พลังความดีงามตามที่เกิด

แม้กระทบการละเมิดยังใสฉ่ำ

เกิดพลังผุดภายในใจประจำ

แม้กระจายแต่จะค้ำเคลื่อนสังคม

ไม่คบพาลคบบัณฑิตจิตสะอาด

ทุจริตวิปลาสจะแหลกล่ม

เริ่มจากตนสู่รอบตัวไม่กลั้วตม

ไม่สะสมของโจรใครปล้นมา

ไม่ติดต่อคบค้ากับคนโฉด

ไม่เสียดายประโยชน์ที่มีกังขา

ไม่ค้อมหัวถวายให้ใครบัญชา

ไม่อายฟ้าอายดินเพราะกินโกง

ขอให้ทำให้จริงทุกสิ่งสิ้น

อยู่ในศีลผ่องใสจิตใจโล่ง

จะกระทบเคลื่อนไปเป็นข่ายโยง

ทุกยามโมงทำตลอดไม่ทอดทิ้ง

จะพบแหล่งพลังดังอาทิตย์

ซึ่งเปล่งแสงแรงฤทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

เพราะมีแสงในตนเองเปล่งเป็นจริง

ใช่เพียงสิ่งสะท้องแสงแรงพลัง

จะพบตาน้ำในใจสะอาด

เหลือเดาคาดธารใสที่ไหลหลั่ง

แม้เป็นเพียงคนเล็กเร้นไม่เด่นดัง

ก็อาจยั้งหยุดเหตุร้ายได้โดยดี

ทำไปตามเหตุปัจจัยโดยใสซื่อ

ทำเพื่อวางใช่ยึดถือคือวิถี

ทำโดยคนหมู่มากหลากวิธี

ทำโดยมีคุณธรรมที่นำพา

ทำไปตามอัตภาพตราบใจมั่น

ทำแต่สิ่งสร้างสรรค์นั่นแหละหนา

ทำเช่นนั้นทุกสถานกาลเวลา

จริยาจะนำทางสร้างสังคม

ทำหนังสือขึ้นมาบูชาพระ

เพื่อเตรียมตระเตรียมใจให้เหมาะสม

ทุกขณะจิตผัสสากับอารมณ์

เราจะข่มกิเลสร้ายให้คลายไป

เรื่องของความรุนแรงแห่งมนุษย์

ซึ่งไม่หยุดก่อเหตุอาเพศใหญ่

เราพบผ่านมามากนักจนปักใจ

ว่าอภัยต่อกันนั่นแหละดี

เพราะต่อให้ฆ่าฟันกันเลือดกลบ

ข้ามชาติภพล้างพันธุ์ เผ่าเอาเป็นผี

แต่ที่สุดยุติธรรมที่กรรมดี

จึงสิ้นมีเวรภัยไม่วนเวียน

อันกรรมของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งก่อกอบ

จนระบอบสังคมไทยไร้เสถียร

สังคมควรจำจดเป็นบทเรียน

เพื่อปรับเปลี่ยนกลไกในสังคม

พลังของปัจเจกชนคนเล็กน้อย

อาจต่ำต้อยบางเบาเท่าเส้นผม

แต่หากเปี่ยมเมตตาเหมือนว่าพรหม

ย่อมสร้างสมสมดุลใหม่ในทางธรรม

เพียงหยุดยั้งการเลือกแต่เปลือกนอก

โดยเริ่มลอกจากตนเองไม่เพ่งพร่ำ

มีศีลสัตย์ไม่คบพาลผ่านกระทำ

ตัดโอกาสด้านมืดดำจากตัวเรา

นี่คือความหาญกล้ากว่าท้ารบ

เป็นจุดจบพวกมั่นมาดที่ขลาดเขลา

เป็นพลังอิงเอื้ออย่างเหลือเดา

เกิดโดยเบ้าหลอมใจในทางดี

เป็นประจักษ์พยานความหาญกล้า

อันเกิดจากจริยาธรรมถ้วนถี่

เป็นอหิงสธรรมนำวิธี

ซึ่งมากมีหลากหลายกระจายตัว

ใครจะอยู่ที่ใดทำได้หมด

อำนาจใดยากกำหนดหรือกดหัว

เป็นเครือข่ายพรายผ่องไม่หมองมัว

เพียงธารธรรมรินไหลทั่วทั้งสังคม

ขอบคุณค่ะ สำหรับโอกาสที่ได้เข้ามาใช้พื้นที่แสดงความคิดเห็น