“...หากทำอะไรแล้วเหนื่อยมาก ๆ ลองอดทนทำต่ออีกนิดเดียว เราจะหายเหนื่อย จะทำได้ต่อไปอีก...ลองดูนะ...”

 

     หากพูดถึงคำว่า “ครู” คนไม่มีรากก็คิดถึงหลาย ๆ ท่าน ท่านหนึ่งซึ่งถือเป็น “ครูในชีวิตการทำงาน” คือ ศ.นพ.ประเวศ วะสี หรือที่เรียกติดปากว่า อาจารย์หมอประเวศ วะสี

       คนไม่มีรากมีโอกาสเป็นคณะทำงานจัดทำร่างนโยบายส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา ตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งในปีนั้นอาจารย์หมอประเวศ วะสี เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน ฯ

       ความรู้สึกที่ได้เห็นตัวจริงของท่านเป็นครั้งแรก หลังจากได้อ่านหนังสือและบทความของท่านมาแล้ว ... รู้สึกว่าท่านใจดี มีเมตตา อยู่ใกล้ ๆ แล้ว ราวกับอยู่ใกล้ญาติผู้ใหญ่ เย็นกาย เย็นใจ

              ในฐานะที่โชคดีได้มีโอกาสร่วมงานกับท่าน จึงอยากบันทึกแง่มุมดี ๆ ที่ได้เรียนรู้จากท่าน....ปูชนียบุคคลท่านหนึ่งในสังคมไทย

 

        ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มาตรงเวลาอย่างยิ่งในการประชุม ต่างจากผู้ใหญ่บางท่าน (ที่มักจะมาหลังเริ่มประชุมแล้ว แต่กลับก่อน ด้วยเหตุผลว่า มีงานเยอะยุ่ง) และหากรับปากว่าจะมาร่วมประชุมแล้ว ท่านจะมาแน่นอน ไม่ต้องโทร Confirm ท่านพูดน้อย พูดช้าชัด ใบหน้ายิ้มละไม รับฟังและไม่เคยตำหนิความคิดเห็นของใครในที่ประชุม ท่านไม่ดื่มชา กาแฟ ไม่เคยร้องขอเครื่องดื่มหรืออาหารชนิดใดเป็นพิเศษ และทานอาหารน้อยมาก ในช่วงพักทานข้าวกลางวัน มักจะมีนักข่าวมารอสัมภาษณ์ท่านด้วยประเด็นต่าง ๆ จนบางครั้งเราทานข้าวกลางวันเสร็จแล้ว ท่านก็ยังคงให้สัมภาษณ์อยู่ จนหลายครั้งต้องเข้าไปขอร้องนักข่าว และเชิญให้ท่านมารับประทานอาหารกลางวันก่อนจะเริ่มประชุมต่อในช่วงบ่าย 

       หากให้สรุปรวมแล้ว คนไม่มีรากรู้สึกว่าท่านคล้ายพระผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เต็มไปด้วยสติ ปัญญา และเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณากับทุกคนโดยไม่เลือกหน้า ....

       พยักหน้ากับตัวเอง...อ้อ นี่เอง “คนดีแท้” ที่ไม่เลือกเขาเลือกใคร เมตตากรุณาให้โดยเท่าเทียมกันทุกคน...

       ช่วงที่ต้องประสานงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการทำ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ข้าราชการทุกคนจะต้องทำงานชนิดที่เรียกว่า หามรุ่งหามค่ำ เนื่องจากเป็นงานเร่งด่วน ทุกเย็นราว 5 โมงเย็น (ช่วงเย็นคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิจึงจะมีเวลาว่าง) จะมีการประชุมคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ข้าราชการของสำนักงาน ฯ จะต้องเป็นฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน ฯ กว่าจะประชุม เก็บประเด็นเสร็จก็เกือบ 2 ทุ่มบ้าง บางครั้งประเด็นไม่ลงตัวอาจประชุมถึง 4 ทุ่ม แยกย้ายกันกลับบ้าน ถึงบ้าน 4-5 ทุ่มทุกวัน ต้องรีบสรุปประเด็น พิมพ์ จัดทำเอกสารเพื่อเสนอท่านเลขาธิการ ฯ ก่อน 10 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น รอท่านอ่านพิจารณาให้ความเห็น ปรับแก้ เพิ่มเติม จัดทำเอกสาร เข้าเล่ม เพื่อนำเข้าที่ประชุมต่อตอน 5 โมงเย็น เป็นวัฏจักร...ไม่เว้นแม้แต่เสาร์-อาทิตย์...

       วันหนึ่งขณะกำลังทำหน้าที่จัดเอกสารเตรียมประชุมตอนเย็นเช่นเคย...คนไม่มีรากกับพี่ที่ช่วยกันจัดเอกสารคุยกันว่า...เหนื่อยจังนะ มาทำงานตั้งแต่เช้ามืด กลับบ้านก็ไม่เห็นแสงอาทิตย์ หากวันไหนกลับบ้านเร็ว คนที่บ้านจะตกใจและร้องทักว่า...เกิดอะไรขึ้น กลับบ้านถูกหรือ ...ฯลฯ 

 

      ...แล้วพลันก็ได้ยินเสียงนุ่ม ๆ ว่า...อดทนหน่อย เราทำงานเพื่อการศึกษาชาตินี่นะ... เราสองคนหันไปมอง อ้าว...อาจารย์หมอประเวศนี่นา รีบยกมือสวัสดีอย่างรวดเร็ว...

       และประโยคที่ท่านพูดต่อมา ซึ่งคนไม่มีรากจดจำได้ขึ้นใจและยึดถือไว้เป็นคาถาในการทำงานตลอดมาก็คือ

 

“...หากทำอะไรแล้วเหนื่อยมาก ๆ ลองอดทนทำต่ออีกนิด จะหายเหนื่อย จะทำได้ต่อไปอีก...เหมือนวิ่งจนเหนื่อยมากใกล้จะขาดใจ หากกลั้นใจ อึด อดทนวิ่งไปอีกหน่อย เราจะแปลกใจที่เราวิ่งไปได้ หายเหนื่อยไปเลย เพราะเลยจุดที่ "เหนื่อย"แล้ว ลองดูนะ...”

 

       น้อมกราบระลึกถึงอาจารย์หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ผู้ใหญ่ที่เป็น “เสาหลัก” ท่านหนึ่งของสังคมไทย ซึ่งคนไม่มีรากยกท่านไว้ในฐานะ “ครู” ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

                                                                         (^___^)