งานการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยแท้นั้น เป็นงานที่ไม่ใช่งานเพื่อตัวเรา ไม่ใช่งานเพื่อครอบครัว ไม่ใช่เพื่อหมู่พวก เพื่อพรรคของตน ไม่ใช่การเมืองที่แสวงหาประโยชน์เพื่อตัวเอง เพื่อพรรคพวกของตนเองแคบๆ แต่ทำเพื่อประชาชนทั้งมวล ประชาธิปไตยต้องทำเพื่อประชาชนทั้งหลาย

        ความหมายของนักการเมือง จากวาทะของนักปราชญ์ของแผ่นดินในอดีต มีดังนี้:-

       ๑. ความดีของมนุษย์ต้องสิ้นสุดลง เมื่อเริ่มเล่นการเมือง(อริสโตเติล)

       ๒. นักการเมืองคือบุคคลที่ชอบหลอกลวงผู้อื่น บางครั้งกล้าหลอกลวงแม้กระทั่งพระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่กลัวบาปกรรม(วิลเลียม เชกสเปียร์)

       ๓. นักการเมืองขี้โกง ชั่วร้ายยิ่งกว่าอ้ายมหาโจร เพราะนักการเมืองมีโอกาสโกงได้มากกว่าโจร จึงควรลงโทษนักการเมืองให้หนัก(จอร์จ วอชิงตัน)

        การเมืองที่เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ

       ๑. การเมืองต้องมีคุณธรรมและเป็นกุศล ต้องเป็นคุณงามความดี เป็นความเฉลียวฉลาด(กุศล) เพื่อมวลมนุษยชาติ

       ๒. นักการเมืองต้องรู้จักประชาธิปไตยที่แท้ มีอิสรเสรีภาพที่นำไปสู่คุณภาพคุณธรรมเพื่อให้อำนาจความเป็นใหญ่เป็นของประชาชน ไม่ใช่อำนาจใหญ่เป็นของตัวกู

       ๓. นักการเมืองต้องสอนหรือเผยแพร่ประชาธิปไตย ให้กับประชาชน ประชาชนก็ต้องขวนขวายศึกษาความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่านักการเมืองครอบงำทางความคิดประชาชน แล้วก็ทำให้ประชาชนงมงายหรือว่าโง่ไปเรื่อยๆ แล้วก็จะได้ประชานิยม เอาประชาชนเป็นบริวาร

       ๔. นักการเมืองต้องเป็นผู้พึ่งตนเองได้แล้ว มีความรู้ความสามารถเลี้ยงตนเองได้แล้ว

       ๕. นักการเมืองต้องเป็นผู้มักน้อยสันโดษ ต้องเป็นคนจน รู้จักพอ ไม่สะสม ซึ่งเราได้บทเรียนราคาแพง จากคนรวยแล้วไม่โกงมาแล้ว

       ๖. นักการเมืองต้องไม่ทำงานการเมืองเป็นอาชีพหากิน โดยพ้นจากมิจฉาชีพทั้ง ๕ คือ ๑.โกง(กุหนา) ๒.พูดหลอกลวง(ลปนา) ๓.ตลบตะแลง(เนมิตกตา) ๔.ยอมมอบตนในทางผิด(นิปเปสิกตา) และ ๕.เอาลาภแลกลาภ(ลาเภนะลาภัง นิชิคิงสนตา) เช่นหมูไปไก่มา จะพ้นจากมิจฉาชีพข้อที่ ๕ ได้ ต้องทำงานฟรีโดยไม่มีรายได้ เงินเดือนตอบแทน

       ๗. นักการเมืองต้องเป็นงานอาสาเสียสละ อาสาหมายความว่าเราเข้าไปเสนอตัว ขอทำงานนั้นโดยไม่ได้ทำงานเพื่อที่จะเรียกร้องเอาอะไรตอบแทน จึงจะเป็นการอาสาเสียสละ

      ๘. นักการเมืองจะต้องไม่มีอคติ คือไม่มีความลำเอียงในใจไม่อคติลำเอียงเข้าข้างตัวเอง ไม่อคติเข้าข้างหมู่ฝูงตัวเอง ไม่อคติเข้าข้างครอบครัวตัวเองแคบๆ ไม่อคติเข้าข้างพรรคพวกตัวเอง

      ๙. นักการเมือง คือ ผู้มีอิสระแท้จริง ไม่เป็นทาสโลกธรรม

     ๑๐. นักการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่งานเพื่อตัวเรา เพื่อครอบครัว เพื่อหมู่พวก เพื่อพรรค แต่เป็นงานเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชนทั้งมวล เพื่อผู้อื่นที่พ้นไปจากตัวเองพ้นไปจากครอบครัว พ้นไปจากหมู่พวก แม้แต่พ้นไปจากพรรคของตน.

จากหนังสือ "การลอกคราบเป็นการเมืองใหม่"