เป็นโอกาสสุดท้ายของเด็กยกจน

หนังสือพิมพ์รัฐ

วันที่ 10 กันยายน 2552

ฉบับที่ 18860

ชู วชช.สร้างอาชีพ

        ศ.นพ.วิจารย์ พานิช ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  กล่าวตอนหนึ่งว่าในการสัมมนาเรื่อง "วิทยาลัยชุมชน" ทางเลือกอุดมศึกษาเพื่อประชาชน" หัวข้อและมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนว่า วชช.เป็นนวัตกรรมการศึกษาของประเทศที่สร้างอุดมศึกษา และเป็นตัวตั้งในการจัดการศึกษา ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายของ วชช. ควรให้ชุมชนเป็นเจ้าของ วชช. ควรให้ชุมชนเป็นเจ้าของและกำกับดูแลสนองความต้องการของชุมชนในพื้นที่ ด้วยมาตรฐานที่หลากหลาย เน้นเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้กับการทำงาน ไม่ใช่เพื่อปริญญา ควรเน้นการสอนในหลักสูตรระยะสั้น มากกว่าหลักสูตรอนุปริญญา มีกลไกจัดการเพิ่มคุณค่า สินทรัพย์ทางปัญญาในชุมชนยกระดับความอยู่พอดี กินพอดี ทั้งนี้ วชช.จะต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาถิ่นมาช่วยสอน.

       นับว่าเป็นโอกาสดีมากครับที่กระผมได้อ่านข้อความในหนังสือพิมพ์ในเรื่องนี้ ของท่านนายแพทย์วิจารย์ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรแต่ก็หันไปเห็น นักศึกษามาฝึกงานของ วชช.เข้าที่มาฝึกงานอยู่ที่กระผมทำงานคือที่ กศน.ยะหริ่ง กระผมส่งบทความนี้ให้อ่าน แล้วถามว่า มีความรู้สึกอย่างไร เธอตอบว่า " เป็นโอกาสสุดท้ายของเด็กยากจน อย่างพวกเธอ" ที่ได้มีโอกาสได้ศึกษาต่อ กระผมถามต่อไปว่าโครงการนี้มีมากี่ปีแล้วเธอตอบว่า 4 ปีแล้วค่ะ นักศึกษาที่จบไปแล้วเป็นจำนวนมาก ที่ได้ทำงานหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว กระผมก็ถามต่อไปว่าจะเรียนต่อระดับปริญญาหรือไม่เธอตอบ ว่าคงจะไม่มีโอกาสแล้ว ได้เรียนระดับอนุปริญญาก็นับว่าดีใจสุด ๆ แล้ว เพราะไม่มีเงินจะเรียนต่อ กระผมก็ชวนคุยต่อว่า ถ้า วชช.เปิดระดับปริญญาจะเรียนต่อหรือไม่ เธอนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งตอนนั้นกระผมคิดว่าเธอคงจะไม่เรียนแล้ว แต่เธอตอบว่าจะเรียนต่อ โดยจะหางานทำไปเรียนไปด้วย. นี้คือเสียงสะท้อนจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ศึกษาต่อกับโครงการนี้ เมื่อก่อนกระผมก็ไม่ค่อยได้ยินชือนี้เท่าไร แต่เมื่อกระผมมาทำงานอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จะเห็นว่าโครงการนี้ให้ประโยชน์กับเยาวชนใน 3 ชายแดนใต้มากครับกระผมชวนคุยไปเรื่อยๆ ดูเธอมีความสุขมากเมื่อพูดถึงเรื่องการศึกษาต่อ จุดนี้อาจจะไม่มีใครสนใจเพราะเป็นคำพูดของเยาวชนตัวเล็ก ๆ แต่ถ้าคิดให้ลึก ๆ มีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจอยู่มากครับกับเรื่อง ความสงบของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ครับท่านผู้มีอำนาจทั้งหลาย..