การจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นกระบวนการสร้างองค์ความรู้ เผยแพร่องค์ความรู้ และนำเอาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งสาระสำคัญประการหนึ่งของการจัดการความรู้คือการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลแบบปัจเจกปัญญา ซึ่งเป็นความรู้เฉพาะตัว (ปัจจัตตัง) (Tacit Knowledge) มาพัฒนาให้เป็นระบบสาธารณปัญญา (Explicit Knowledge) ในรูปของเอกสารและสื่อต่างๆ เพื่อให้ใครก็ตามสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ การจัดการความรู้จึงเป็นการหาความรู้ที่ถูกต้องให้ถูกคนที่ต้องการและถูกเวลาที่เขาต้องใช้
การจัดการความรู้มีปรากฎในคัมภีร์พระพุทธศาสนาในหลากหลายมิติ เช่น การที่พระอานนท์ พุทธอุปัฏฐากได้ร้องขอพรจากพระพุทธเจ้าว่า เมื่อพระองค์ไปแสดงธรรมโปรดใคร ณ ที่แห่งใด ของได้โปรดกลับมาแสดงธรรมนั้นให้พระอานนท์ฟังอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคุณูปการดังกล่าวได้ทำให้การทำสังคายนาครั้งที่ ๑ ได้บันทึกหลักฐานที่เกี่ยวกับธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ไปแสดงในสถานที่ต่างๆ โดยพระอานนท์เป็นผู้นำเสนอข้อมูลที่เป็นปัจเจกปัญญาของพระพุทธพุทธเจ้าให้กลายเป็นสาธารณาปัญญา ฉะนั้น ในพระสูตรต่างๆ จึงปรากฎคำว่า "เอวัมเม สุตัง เอกัง สมยัง ภควา" ซึ่งแปลว่า "ในสมัยหนึ่ง ข้าพเจ้าได้สดับมาว่า พระพุทธเจ้า...." หากพระอานนท์ไม่ได้ขอพรเช่นนั้น ยากยิ่งที่เราจะได้มีโอกาสอ่านเนื้อหาในพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้เคยตรัสไว้
นอกจากนั้น พระสารีบุตรได้อาศัยเหตุของการความแตกแยกและความเสื่อมสูญของลัทธิหนึ่งในอินเดียสมัยพุทธกาลที่ไม่ได้จัดการความรู้ ด้วยเหตุนี้ องค์ความรู้จึงสูญหายและสลายไปพร้อมกับศาสดาของลัทธิดังกล่าว ท่านจึงได้ประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับพุทธธรรมและจัดเป็นหมวดหมู่ (Select) เป็นสังคีติสูตร และ ทสุตตรสูตรเพื่อให้ง่าย (Simplify) ต่อเข้าถึง (Search) และนำไปแบ่งปัน (Share) กับผู้อื่นที่สนใจ อีกทั้งจัดแสดง (Show) ในสถานที่ต่างๆ
จากพื้นฐานดังกล่าวจึงทำให้การทำสังคายนาในครั้งที่ ๑ ได้อาศัยแบบอย่าง และแนวทางดังกล่าวมาเป็นกรอบในการเก็บ เรียบเรียง และรวบรวมพระธรรมและวินัยที่กระจายอยู่กับสาวกรูปอื่นๆ ออกมาท่องต่อๆ กันมาจนถึงการจารึกเป็นตัวอักษรเมื่อ ๔๓๐ ปีล่วงไป และการจัดการความรู้ในลักษณะนี้ ได้กลายเป็นแบบแผนและแนวทางที่พระอรรถกถาจารย์ พระฏีกาจารย์ และพระสงฆ์ในยุคปัจจุบันได้ใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นองค์กรทางศาสนาที่จัดการศึกษาด้านพระไตรปิฏกและวิทยาการชั้นสูงตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ว่า "เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม" ได้สร้างช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันภายในระหว่างบุคคลากรควบคู่ไปกับการรับความรู้จากภายนอกเพื่อไปสู่การพัฒนาและปรับตัวให้ทัน
ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
เข้ามาเยี่ยมอาจารย์ครับ
เป็นบทความที่ให้ความรู้มากครับ
จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้ความรู้ความเข้าใจที่ดี
เกี่ยวกับวิชาทางพระพุทธศาสนามากครับ
ด้วยความยินดีครับ
ไม่ทราบว่าท่านเป็นนิสิตหรือว่าเจ้าหน้าที่ พวกเราในฐานะผู้บริหารจะไปเยี่ยมนะครับ โดยการนำข้อสอบกลางไปเปิดสอบนะครับ โดยเฉพาะนิสิตปีหนึ่ง และสอง
นมัสการพระคุณเจ้า
มาขอความรู้เจ้าค่ะ
นมัสการพระคุณเจ้า
ดิฉันบันทึกงานชุด พรรณไม้ในพุทธประวัติ
บันทึกไม้ชนิดแรกคือ บัว
อยากเชิญพระคุณเจ้าไปกรุณาเพิ่มเติมสาวนที่ขาดเจ้าค่ะ
นมัสการครับ
น่าจะมีการทำวิจัยเรื่องการจัดการความรู้แนวพุทธนะครับ
ดูว่าในพระศาสนามีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร บนโลกทัศน์ใด ในบริบทใด และจะสามารถมาปรับใช้ในสถานการณ์อย่างไร ?
ขออภัยเจ้าค่ะ
พิมพ์ผิดเสียได้ หมายถึง "ส่วน" ที่ขาดเจ้าค่ะ
เจริญพร โยมหนานเกียรติ และขจิต
ขอแจ้งว่า ตอนนี้กำลังทำวิจัยอยู่แต่ยังไม่เรียบร้อย และมหาวิทยาลัยกำลังให้ทุนแก่นิสิตปริญญาเอกเพื่อศึกษาวิจัยอยู่เช่นกัน และคิดว่า คงไม่เกินครึ่งปี งานคงเสร็จครับ ถึงกระนั้น อาตมาจะพยายามนำงานการจัดการความรู้เชิงพุทธมาเล่าสู่พวกเราให้ได้อ่านเนื่องๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน
เจริญพร โยมหนานเกียรติ และขจิต
ขอแจ้งว่า ตอนนี้กำลังทำวิจัยอยู่แต่ยังไม่เรียบร้อย และมหาวิทยาลัยกำลังให้ทุนแก่นิสิตปริญญาเอกเพื่อศึกษาวิจัยอยู่เช่นกัน และคิดว่า คงไม่เกินครึ่งปี งานคงเสร็จครับ ถึงกระนั้น อาตมาจะพยายามนำงานการจัดการความรู้เชิงพุทธมาเล่าสู่พวกเราให้ได้อ่านเนื่องๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน
นมัสการครับ
ผมกับมหาจุฬาที่เชียงใหม่คุ้นเคยประดุจดังญาติครับ
เคยร่วมงานและได้รับความกรุณาจาก พระมหาบุญช่วยอยู่บ่อย ๆ
ตอนนี้ท่านก็เป็นที่ปรึกษางานชิ้นนึงให้ผมอยู่หลายชิ้น
รวมท้ังงานถอดบทเรียนที่ผมนำส่วนหนึ่งมาบันทึกไว้ในนี้ด้วยครับ
คาราวานสร้างฅน ตอนที่ ๑ (ฅ.บ้านนอก)
คาราวานสร้างฅน ตอนที่ ๒ (ฅนรักบ้านเกิดและจิตอาสา)
โยมหนานเกียรติ
ขออนุโมทนา เจริญพรว่า อาตมากับท่านพระครูสนิทกันดี เพราะเราเป็นผู้บริหาร มจร. เหมือนกัน และวันที่ 7-8 เดือนตุลาอาตมาจะเดินทางไปบรรยายการเขียนบทความให้มีประสิทธิผลที่วิทยาเขต หวังว่าคงมีโอกาสได้คุยกับโยม
นมัสการ พระคุณเจ้า MCUKM
เข้าหาหความรู้ เรื่องการจัดการความรู้แนวพุทธธรรม
ขอแลกเปลี่ยนเพิ่มในการไกล่เกลี่ยปัญญหาความขัดแย้งครับ
คือก่อนการเจรจา เราขอให้ทุกฝ่ายพูดกันด้วยดี ถ้าเกิดมีการถกเถียงกัน
ผมก็จะเข้าไปลูบหลัง พร้อมกับกระซิบ "คาถา"ที่ข้างหูว่า "อย่าหลังแดง" ผวนเป็นภาษาใต้ว่า "อย่าแหลงดัง" มีความหมายว่า "อย่าพูดดัง" ครับ ถ้า คาถาหลังแดงเอาไม่อยู่ เราก็จะ พัก การเจรจาครับ จนกว่าทุกฝ่ายจะสงบครับท่าน
นมัสการพระคุณเจ้า
มาขอรวมบล็อคพระคุณเจ้าเข้าแพลนเน็ตเจ้าค่ะ
กราบนมัสการลา
นมัสการพระคุณเจ้า
ดิฉันแวะมาอ่านบทความ KM เพราะดิฉันก็ใช้ KM บริหารจัดการในกลุ่มสาระ และการเรียนการสอน กราบขอบพรุคุณที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้...แล้วลูกของกษัตริย์ลิจฉวีได้หรือยังเจ้าคะ....นมัสการค่ะ
พระอาจารย์ครับ ผมนิสิตป.เอก รป.ด.ครับ กำลังทำหัวข้อดุษฎี เรืื่อง พุทธวิธีการจัดการความรู้ เทศบาลในกลุ่มภาคเหนือตอนบนครับ อยากให้อ.แสดงความคิดเห์็นเกี่ยวกับ การจัดความรู้ทางพระพทธศาสนาครับ