"...รัฐธรรมนูญที่ถูกเจาะถูกกรีดจนเป็นริ้วเป็นรอย มันมีความศักดิ์สิทธิ์อะไร..."
ในขณะที่บรรดาทั่นสอสอสอวอต่อแถวเข้าคิวลงชื่อเพื่อยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอย่างคึกคักขะมักเขม้น ผู้เขียนก็เริ่มหงุดหงิดตะขิดตะขวงใจขึ้นมาทันที เพราะนั่นย่อมหมายความว่าความขัดแย้งรอบใหม่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว เพราะนี่มันไม่ได้เป็นไปเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงเลย แต่มันเป็นเกมการเมืองที่พวกท่านต้องการหยั่งเชิงและท้าทายฝ่ายตรงข้าม และศรัทธาที่เสื่อมถอยของประชาชน
อยากถามว่า พวกทั่นจะแก้ไขมันไปถึงเมื่อไหร่ เขียนแล้วแก้-แก้แล้วก็เขียนใหม่ พอเห็นว่ามันเริ่มอำนวยอำนาจให้พวกทั่นไม่ได้ ก็ฉีกมันทิ้ง แล้วก็เขียนมันขึ้นมาใหม่ เขียนกันอยู่อย่างนี้ไม่จักสิ้นสุดกันเสียที ถ้าจะต้องมาแก้ไขกันแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แล้วทำไมตอนที่เขียนไม่รู้จักพิจารณากันให้รอบคอบกว่านี้ 'ทานโทษ รัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ใช่การ์ตูนเล่มละห้าบาท รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่18แล้วนะครับ ต้องเขียนกันอีกกี่ฉบับ ถึงจะพอใจพวกทั่นทั้งหลาย ใช้เปลืองเป็นกระดาษทิชชูเลยนะครับ
ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่มันถึงจะสงบกันเสียที ประชาชนเขาเลือกพวกทั่นมาช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องความเป็นอยู่ของพวกเขานะครับ ไม่ใช่มาเดินเชิดหน้าชูตาภูมิใจในอำนาจที่ได้มา โดยเฉพาะเวลานี้ปัญหาปากท้องของประชาชน เรื่องเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ แทนที่จะช่วยกันรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้ แต่พวกท่านกลับช่วยกันยืน(เอาเท้า)ยันจะแก้ไขรธน.ให้มันเอียงกระเท่เร่ ช่วยกันง่วนอยู่กับเรื่องการแก้ไขรธน. เจริญละครับทั่น
แต่ละมาตราที่ขอแก้ไข ก็ล้วนแล้วเพื่อประโยชน์ของพวกท่านทั้งนั้น ก็ถ้าเขียนมันขึ้นมาแล้วมีคนไม่พอใจอะไร แล้วขอแก้ไขมันเรื่อยไป แล้วจะเขียนมันขึ้นมาหาพระแสงอะไรครับ รัฐธรรมนูญที่ถูกเจาะถูกกรีดจนเป็นริ้วเป็นรอย มันมีความศักดิ์สิทธิ์อะไรหรือครับ หรือเรามีรัฐธรรมนูญเอาไว้เพื่อป้องกันข้อครหาว่าเราเป็นประเทศที่อารยะเหมือนประเทศทางตะวันตกเพียงเท่านั้นใช่มั้ย อืมม์ น่าภูมิใจจังเลยเนาะ
ถ้าอย่างนั้น ในการแก้ไขรธน.แต่ละครั้ง ประชาชนก็ได้แต่มองพวกทั่นข้ามหัวพวกเขาไปมากันตาปริบๆสินะ คุณภาพของพวกท่านมันก็มาจากประชาชนคนที่มีแต่ความคิดที่ว่า...โกงบ้างก็ไม่เป็นไร ขอแต่ให้มันมีผลงานช่วยข้าได้บ้างเป็นพอ...ว่าแต่ว่า ภาษีที่เราเสียไปทุกบาททุกสตางค์ ที่ต้องลำบากหากว่าจะได้มา(เลี้ยงพวกสัมภเวสี)เหล่านั้น มันของใครกันหว่า..? หามากว่าจะได้ เสียไปก็ไม่สมประโยชน์ แล้วเราจะทำไงดีเอ่ย...???
ตัดเอ่ย ตัดใจ..
ฟันธงไปเลยว่า เมืองไทยหายนะแน่ คงไม่เกิน 39 เดือนนับจากนี้
เหตุการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ อุปมาเหมือนเช่นตอน กรุงศรีอยุธยา กำลังจะแตก
ในตอนนั้น มีน้อยคนที่จะคิดต่าง คือ ไม่ฝืนยื้ออยู่ในเมืองหลวงอีกต่อไป
เช่นพระเจ้าตาก ที่เลือกที่จะตีฝ่าวงล้อมออกไปซ่องสุมกำลังในชนบท
ไม่น่าเชื่อว่ากำลังอันน้อยนิดที่ตีฝ่าวงล้อมออกไป จะกลับมากู้ชาติบ้านเมืองได้ ในเวลาต่อมา
คำถามคือ ในตอนนั้นพระเจ้าตากก็เป็นเพียงทหารผู้น้อย ทำไม เหล่าขุนนางอำมาตย์ แม่ทัพนายกองทั้งหลายไม่คิดเช่นพระองค์บ้าง
มันก็เหมือนกับเหตุการณ์ปัจจุบันนี้ ที่มีเพียงคนเล็กคนน้อยคนไม่กี่คน ในวัยอย่างหนูนี่ละ ที่เริ่มเตรียมการฝ่าวิกฤติหายนะของชาติ
========================================
อปริหานิยธรรม ๗ (เวอร์ชั่นสรุปเป็นคำคล้องจองสัมผัสเพื่อจำง่าย)
- หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์
- พร้อมทำกิจไม่เกี่ยงก่อนหลัง
- ตั้งมั่นในหลักการไม่หาญหัก
- เคารพรักพระปราชญ์ ผู้เฒ่าผู้ใหญ่
- คุ้มกันภัยมวลหมู่มิให้หวั่นหวาด
- เคารพในชาติศาสน์กษัตริย์-ศูนย์รวมใจ
- สั่งสมและส่งเสริมให้พระดีมีกำลังนำสังคม
=======================================
ตอนนี้ ธรรมทั้ง 7 ข้อ ได้ถูกทำลายลงแทบสิ้นแล้ว
เหลือเพียง เวลาแห่งหายนะ .......
และการสร้างเหตุแห่งการฟื้นฟู
อยู่ที่ว่าเราจะเลือกสร้างเหตุแห่งหายนะ หรือเหตุไว้เตรียมการฟื้นฟู
เมื่อใดที่ภายในอ่อนแอ ภัยภายนอกจะเข้ามา
ขอทิ้งท้ายไว้นิด
ดั่งที่อุปมานั้น ใช้ได้ส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้ศัตรูของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว
มิได้รุกคืบด้วยคบหอกคบดาบอีกต่อไป
แต่ผสมผสาน
ระหว่างคมหอกคมดาบ โมหะภูมิ และบริโภคนิยมที่มุ่งเร้า(โลภ โกรธ หลง)ลัทธิความเชื่อ
ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดภาคใต้ และ เหลือง แดง น้ำเงิน
การต่อสู้ในยุคนี้จึงเปลี่ยนไป คือมีทั้งสงครามระหว่างสีต่างๆ (ชาติศาสนาลัทธิความเชื่อต่างๆ) และสงครามระหว่างสีขาวและสีดำ
หากจะตอบแทนคุณผืนแผ่นดินนี้
จึงมิใช่การแสดงออกแบบบริโภคนิยม ซื้อทุกอย่างที่เป็นสีเหลือง สีแดง หรือออกมาแสดงออกทางการเมือง แบบเหลือง แดง
แต่คนที่กตัญญุแท้ จะต้องแสดงออกด้วยการทำความดีเท่านั้น
และต้องเป็น การทำความดีเพื่อความดี
คือไม่ได้ทำเพื่อใคร หรืออะไรอีก
ไม่ได้ทำเพื่อพรรค
ไม่ได้ทำเพื่อสีใดสีหนึ่ง
ไม่ได้ทำเพื่อในหลวง
ไม่ได้ทำเพื่อชนชาติใดชนชาติหนึ่ง
หรือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง
แต่ทำเพื่อ... ให้ความดียังมีลมหายใจอยู่อีกต่อไป
ต่อลมหายใจแห่งความดี
...ให้ความดียังมีอยู่คู่โลกใบนี้
ทำความดีเพื่อความดีเท่านั้น
จึงจะส่งผลย้อนกลับมาให้ประเทศชาติ
และพระพุทธศาสนา อยู่รอดเคียงคู่คนไทยต่อไป...
ส่งเทียบเชิญ ถึงท่านเหยี่ยวข่าวรินไซ ท่านมิอยู่ไกล คงมาร่วมได้
ระดมสมองด้วยหัวใจ รักใน แผ่นดินถิ่นเราเกิดกำเนิดมา
ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการ โครงงานคุณธรรม
ในงาน"พลังเยาวชน พลังสังคม" ครั้งที่ 1
"ร่วมสร้างประเทศไทย...ด้วยการให้"
และร่วมเวทีเสวนา
วันเสาร์ที่ 10 ต.ค. : ถอดองค์ความรู้โครงงาน สร้างเป็นบทภาพยนต์โทรทัศน์
เวลา10.00-16.30น. ณ หอประชุมชั้น5 หอศิลป์ฯ กทมฯ
วันอาทิตย์ที่ 11ต.ค. : ถอดรหัส ๙ วิธีฟื้นฟูชาติ

เวลา13.00-18.00น. ณ หอประชุมชั้น5 หอศิลป์ฯ กทมฯ
ผมก็ถือโอกาสใช้เวทีเสวนาที่สยามกัมมาจลเป็นเจ้าภาพงาน จัดระดมความคิด หัวข้อ ถอดรหัส ๙ วิธีฟื้นฟูชาติ ขึ้น
ยังไงก็เรียนเชิญ กัลยาณมิตร ผู้รักแผ่นดินทุกท่าน ร่วม work shop ระดมความคิดในเวทีเสวนาได้นะครับ