ความคิดสร้างสรรเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อมองความคิดของตะวันตก และของไทย จากภาพยนต์ 2 เรื่องที่เป็นข่าวขึ้นมา




รหัสลับดาวินชี The Da vinci code นวนิยายที่วางพล็อตเรื่องไว้ซับซ้อน โดยหยิบประเด็นของคริสตจักรโรมันคาทอลิก มาโยงเข้ากับศาสนสัญลักษณ ์, ภาพเขียนของลีโอนาโด ดาวินชี และจอกศักดิ์สิทธิ์ (โฮลีเกรล) ของพระเยซู

แดน บราวน์ ผู้แต่งนวนิยาย มีความสามารถในการค้นข้อมูลเชิงลึก แล้วนำเรื่องศาสนา และสัญลักษณ์ มายำจนเกิดนวนิยายที่มีเนื้อหาแนบเนียน จนหลายคนชักจะแยกไม่ออกว่า เนื้อหาไหน เรื่องจริง หรือเรื่องแต่ง
เว็บผู้แต่ง http://www.danbrown.com/

ประเด็นที่ถูกต่อต้าน คือ ประเด็นที่พระเยซูคริสต์ ตามคัมภีร์ไบเบิ้ล ระบุว่า พระเยซูเป็นเพศพรหมจรรย์ แต่ในรหัสลับดาวินชี บอกว่า พระเยซูมีภรรยา ชื่อ แบรี่ แม็กดาลีน อยู่กินกันจนมีลูก และทายาทสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ประเด็นนี้เองที่ถูกชาวคริสต์โจมตีว่า มั่ว โกหก ทำลายศรัทธาในศาสนา ซึ่งเนื้อหาในนิยายเรื่องนี้ หลายคนเริ่มจะคล้อยตามบ้างแล้ว

แต่ในเมืองไทย ภาพยนต์เรื่องนี้ ก็ยอมให้มีการฉายภาพยนตร์ได้ แต่จะมีคำชี้แจงว่านี่คือ เรี่องแต่ง

* * *

ภาพยนตร์ไทย ก็อื้อฉาวบ้าง "หมากเตะ โลกตะลึง" ซึ่งกำหนดฉาย 18 พ.ค. ต้องระงับการฉายไปก่อน เพราะทางการลาว ประท้วงทันที เพราะเหมือนเป็นการล้อเลียน และดูถูกประชาชนลาว

หนังเรื่องนี้ ทำออกมาเพื่อกระแสฟุตบอลโลก ผู้กำกับตั้งใจทำเพื่อความบันเทิง สนุก เฮฮา

ผู้สร้างมีเจตนาดีในการทำงาน อยากสร้างภาพยนตร์ให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อคนดูในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จับประเด็นที่ว่า ทางลาวไม่ค่อยชอบที่เราเรียกว่า บ้านพี่เมืองน้อง หรือ พี่ไทย-น้องลาว ดูเหมือนว่า ไทยจะข่มลาวอยู่ในที

เจตนาของภาพยนตร์นี้ คือ อยากให้พวกเรารักกัน มีความเป็นเพื่อนกันดีกว่า

แต่เนื้อหาของหมากเตะ โลกตะลึง ก็แทงใจดำใครบางคน ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายลาว

เนื้อเรื่องย่อๆ คือ โค้ชฟุตบอลชาวไทยมีประสบการณ์ทำทีมในต่างประเทศ อยากจะกลับมาทำทีมไทยบ้าง แต่คนไทยมียอมรับเขา

จึงเกิดประเด็น อะไรจะเกิดขึ้นถ้าลาวได้ไปบอลโลก

ที่ว่าเนื้อหาในหนัง ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ดูถูกกันเกินไป ตรงที่การแข่งขันระหว่างไทย กับลาว ผลการแข่งขัน ลาวบุกมาเสมอไทย แล้วลาวได้โควต้าไปแข่งฟุตบอลโลก

แทงใจดำคนในวงการฟุตบอลไทยหลายคนเหมือนกัน ส่วนคนลาว ก็ไม่อยากให้ใครดูถูกชาวลาว เพราะทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน


Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง
Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง
Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง
Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง
Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง Lucky Loser - หมากเตะ..โลกตะลึง



กว่าที่จะเป็นภาพยนตร์มาให้ชม ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากแค่ไหน

ระหว่างรหัสลับดาวินชี และ หมากเตะโลกตะลึง มีข้อสังเกตเพื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ คือ

1. การสร้างโครงเรื่องที่ก่อให้เกิดกระแสความสนใจได้อย่างกว้างขวาง ทั้ง 2 เรื่องมีกลยุทธการตลาดที่ต่างกัน ฝ่ายหนึ่งสามารถสร้างกระแสความสนใจให้เกิดความอยากรู้ จนสามารถสร้างผลกำไรจาก รหัสลับดาวินชีได้อย่างมากมาย แต่กรณี หมากเตะ โลกตะลึง กลับตรงกันข้าม ไม่สามารถแปลงวิกฤติให้เป็นโอกาสได้

2. รหัสลับดาวินชี มีการค้นข้อมูลเชิงลึก และเรียบเรียงเนื้อหาได้อย่างกลมกลืน ทำให้หลายคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของศาสนาอย่างลึกซึ้ง เริ่มที่จะคล้อยตาม ในขณะที่เรื่องหมากเตะ โลกตะลึง ของไทย ขาดการนำเสนอข้อมูลในเชิงลึก นำเสนอเนื้อหาในเชิงความคิดสร้างสรรค์ ผสมกับความสนุกเฮฮา ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับหนังของต่างประเทศ ในประเด็นความสมจริง หลายคนจึงมองว่า หนังไทยดูด้อยกว่า

3. ทั้ง 2 เรื่อง เกิดเป็นแนวความคิดตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว หมากเตะ โลกตะลึง เป็นพล็อตเรื่องที่ผู้สร้างหนัง วางโครงเรื่องไว้ ส่วนรหัสลับ ดาวินชี ผลิตออกมาเป็นหนังสือ ให้ผู้อ่านได้อ่านมาก่อนแล้ว ทำให้เรื่องนี้หลายคนรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เมื่อเกิดประเด็นอื้อฉาว เกิดการต่อต้าน ทำให้อีกหลายคนอยากรู้เรื่อง สามารถไปหาหนังสือมาอ่านได้ ก็ยิ่งมีคนรู้เรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ จนบอกต่อกันไปปากต่อปาก

.... แต่ในกรณีหมากแตะ โลกตะลึง เมื่อเกิดการต่อต้านจาก ชาวลาว เกิดการประท้วง ก็ไม่มีใครสามารถที่จะไปหาข้อมูล เรื่องราวของ หมากเตะ โลกตะลึง มาอ่านได้เหมือน รหัสลับ ดาวินชี .... ของไทยไม่สามารถแปลงวิกฤติให่เป็นโอกาสได้อย่าง รหัสลับดาวินชี

4. เมื่อรหัสลับดาวินชี เกิดกระแสต่อต้านหนัง แต่หนังสือได้ถูกเผยแพร่ไปล่วงหน้าเป็นปีแล้ว จึงเป็นโอกาสของสำนักพิมพ์ ที่จะตีพิมพ์หนังสือ และแปลหนังสือ เป็นภาษาต่างๆถึง 44 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย ทำรายได้จากการขายหนังสือได้อีกหลายล้านเล่ม เพราะมีการวางแผน การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นระบบ

.... แต่ของไทย ยังไม่มีการทำงานที่เป็นระบบเช่นนี้ เมื่อถูกกระแสต่อต้าน ก็ต้องระงับการเผยแพร่ไปก่อน

5. ถึงแม้จะเกิดกระแสต่อต้านหนัง รหัสลับ ดาวินชี แต่หนังสือได้ถูกเผยแพร่มาเป็นปีแล้ว ทำให้คนที่อยากรู้ สนใจที่จะไปหามาอ่าน จนทำให้เกิดการแสความต้องการที่จะชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในหลายประเทศ แม้ในบางประเทศจะแบนไม่ให้หนังเรื่องนี้ฉายก็ตาม

... แต่ของไทย เนื่องจากไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลของ หมากเตะ โลกตะลึงเหมือนของฝรั่ง พึ่งจะมาเผยแพร่ให้กับเอกอัครราชฑูตของลาว เมื่อเริ่มเกิดกระแสต่อต้าน ... ถึงแม้หนังจะถูกระงับไม่ให้ฉาย ก็ไม่ได้เกิดกระแสความต้องการที่อยากจะชมภาพยนตร์เรื่องนี้มากมาย เหมือนอย่าง รหัสลับ ดาวินชี มากนัก

ดังนั้น การวางแผนเผยแพร่ข้อมูล อย่างเป็นระบบ จนเกิดเป็นกระแสขึ้นมา แม้จะเป็นเรื่องที่ทำลายความรู้สึกของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ก็สามารถทำรายได้อย่างมหาศาลได้เช่นกัน

กรณีของภาพยนตร์ไทย ซึ่งมี 2 เรื่อง ที่มีเนื้อหากระทบกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ GHOST GAME เกม ล่า ท้า ผี ที่มีฉากในภาพยนตร์ เกี่ยวกับคุกในเขมร ที่ชาวกัมพูชาไม่พอใจ จนถึงเรื่อง หมากเตะ โลกตะลึง ที่มีเป้าหมายเน้นมิตรภาพความเป็นเพื่อนในตอนจบ แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ ชาวลาวก็ไม่พอใจ เพราะเป็นการล้อเลียนมากเกินไป

ทั้ง 2 เรื่อง เป็นของบริษัม จีทีเอช ในเครือ GMM GRAMMY

ความคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบ เป็นสิ่งที่ดี แต่อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับอีกหลายคน ที่ยังคงอยู่ในกรอบเดิมๆก็ได้ครับ