ครอบครัวบำบัด

อยากเล่าประสบการณ์การทำครอบครัวบำบัดในกลุ่มผู้ติดยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดในศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดขอนแก่น ที่ผู้เขียนและทีมงานได้ดำเนินการขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2552 ได้รวบรวมแนวคิดการบำบัดครอบครัวในรูปแบบ การให้ความรู้ครอบครัว(Family education) กลุ่มประคับประคอง

ครอบครัว (Family supportive group) และการทำครอบครัวบำบัด (Family Therapy)มาผสมผสานกัน โดยจัดในวันอาทิตย์ที่ถือเป็นวันที่สะดวกที่สุดสำหรับครอบครัวที่ไม่ต้องลางาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการบำบัดเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวกับผู้ป่วย จัดการปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวที่มีผลต่อการเสพยาเสพติดของผู้ป่วย รวมถึงการให้ความรู้ และการประคับประคองปัญหาของครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยด้วย โดยได้ออกแบบให้ภาคเช้าเป็นกิจกรรมกลุ่ม และภาคบ่ายเป็นการบำบัดรายครอบครัวที่มีปัญหา ในครั้งนี้ ผู้เขียนขอเล่ารายละเอียดในส่วนของกิจกรรมในภาคเช้าก่อนและในโอกาสหน้าจะนำเสนอการบำบัดครอบครัวที่มีปัญหาเฉพาะที่ผู้เขียนใช้ศาสตร์ของซาเทียร์ (Satir Model) ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก

กิจกรรมครั้งแรก เป็นกิจกรรมที่สร้างสัมพันธภาพระหว่างผู้บำบัดและครอบครัว เรานัดหมายครอบครัวพร้อมกันเวลา 9 โมงเช้า แต่ครอบครัวมาพร้อมกันครบทุกครอบครัวก็ปาไปเกือบสิบเอ็ดโมงเช้า แต่ทีมงานของเราก็เริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้าเริ่มต้นด้วยการแนะนำทีมงาน บอกวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินงานและประโยชน์ที่

ครอบครัวจะได้รับ ครอบครัวจะได้แนะนำให้รู้จักกัน และร่วมกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ด้วยเพลง เล่นเกมส์ ใช้เวลาช่วงนี้ประมาณครึ่งชั่วโมงระหว่างนี้ครอบครัวก็จะทยอยมากันเรื่อยๆ พอสักประมาณ 9 โมงครึ่งทีมงานก็นำเสนอวีดีทัศน์กิจกรรมการบำบัดของศูนย์ เพื่อให้ครอบครัวเข้าใจการบำบัดโดยภาพรวม จากนั้นก็ให้ความรู้เรื่องโรคสมองติดยา ความสำคัญอยู่ตรงนี้ล่ะค่ะ เราจะทำอย่างไรที่จะให้ครอบครัวมีส่วนร่วมและจะรู้ได้อย่างไรว่าครอบครัวมีความรู้อย่างไรเกี่ยวกับการติดยาของผู้ป่วย ก่อนให้ความรู้จึงประเมินความเข้าใจในเรื่องโรคสมองติดยาก่อน โดยใช้คำถามง่ายๆกับครอบครัว เช่น คุณพ่อ คุณแม่คิดอย่างไรกับการติดยาของลูก อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไข้เสพยาอย่างต่อเนื่อง เราจะพบว่า ครอบครัวส่วนใหญ่คิดว่า เป็นเพราะมันไม่รักดี แม่ก็เลี้ยงมันมาอย่างดี ...แล้วตามด้วยคำบ่นอีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ครอบครัวยังไม่เข้าใจปัญหาของผู้ติดยาเท่าที่ควรและอาจนำมาซึ่งปัญหาการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือก่อปัญหานำไปสู่การกลับไปเสพซ้ำของผู้ป่วยในอนาคตได้ จากนั้นทีมงานจึงให้ความรู้เรื่องโรคสมองติดยา โดยการบรรยายผ่านสื่อ และเชิญสมาชิกของครอบครัวมาร่วมอภิปรายร่วมกัน ทำให้การทำกิจกรรมให้ความรู้นี้มีชีวิตชีวามากขึ้นและครอบครัวได้เรียนรู้และเข้าใจภาวะการเสพติดมากขึ้นถึงกับเอ่ยว่า “ถ้าไม่ได้มาวันนี้ก็จะไม่รู้เลยนะว่า การติดยาเป็นความเจ็บป่วยด้วย”

อาทิตย์ที่ 2 กิจกรรมภาคเช้าเริ่มต้นด้วยการทำการบริหารจิตคลายเครียด ทีมงานของเราได้เปิดซีดีเพลง ดอกไม้บานของแม่ชีศันสนีย์ จากเสถียรธรรมสถาน เป็นกิจกรรมแรก สังเกตวันนี้ครอบครัวมากันเร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้มีครอบครัวมาทันช่วงเปิดกลุ่มกันมากขึ้น หลังจากนั้นได้จัดครอบครัวเป็นกลุ่มเพื่อร่วมกลุ่มประคับประคองครอบครัว โดยสมาชิกกลุ่มประกอบด้วย ผู้ป่วยและสมาชิกใน

ครอบครัว  โดยผู้ป่วยและครอบครัวจะมีโอกาสได้เล่าระบายปัญหาที่เกิดขึ้น ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และการแก้ไขปัญหา กิจกรรมนี้ ทำให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวได้มองปัญหาซึ่งกันและกัน เกิดความเข้าใจในปัญหาของกันและกันมากขึ้น อ้อ ลืมบอกไปว่า การทำกลุ่มครอบครัวเป็นกลุ่มใหญ่เช่นนี้ ต้องมีผู้ช่วยกลุ่มนะคะ ครั้งนี้เรามีผู้นำกลุ่มสองคน คือตัวดิฉันและพี่พิม โดยพี่พิมจะลีดช่วงถามประเด็นความทุกข์ของครอบครัว เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดความทุกข์ของครอบครัวที่มีสมาชิกครอบครัวติดยาเสพติด และดิฉันจะลีดในช่วงทุกข์ของผู้ป่วย ก็ให้โอกาสผู้ป่วยทุกคนได้พูดถึงความทุกข์และปัญหาของตนเอง กลุ่มครั้งนี้ บรรยากาศต้องปลอดภัยและส่งเสริมการเล่าระบายนะคะ ท่าทางของผู้นำกลุ่มมีความสำคัญมาก ต้องมีท่าทีที่เป็นมิตร ดูอบอุ่น เอื้ออาทร จะทำให้สมาชิกของกลุ่มเปิดเผยตนเองมากขึ้น ในกิจกรรมครั้งนี้ ได้ช่วยให้ทุกคนเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น พ่อแม่เข้าใจปัญหาของลูกมากขึ้น และลูกๆก็เข้าใจความเป็นพ่อแม่มากขึ้นเช่นกัน ก่อนจบกลุ่มเนื่องจากวันนี้ใกล้วันแม่ เราจึงให้ผู้ป่วยได้เปิดใจกับแม่ มีหลายคนบอกว่า “แต่ก่อนไม่เคยบอกรักแม่เลย วันนี้ขอบอกรักแม่ และขอโทษที่ทำให้เสียใจมาตลอด” วันนี้จึงเป็นวันที่ทีมงานของเรามีความสุขที่สุดวันหนึ่งในการทำงานที่เห็นความรักและความเข้าใจของคนในครอบครัว นี่แหล่ะค่ะ คือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของทีมงานครอบครัวค่ะ ไว้ในโอกาสหน้าจะเล่าต่อในครั้งที่ 3 และ 4 นะคะ สวัสดีค่ะ อ้อ ก่อนจบ ขอนำการประเมินของครอบครัวที่สื่อให้พวกเราทราบนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งนะคะ

“กิจกรรมที่ทำในวันนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์มาก ครอบครัวของเราได้มีโอกาสและมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่ใกล้กับวันแม่ ก็มีการจัดกิจกรรมทำให้ผู้ป่วยและแม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น แม้จะมีอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่บ้าง แต่คิดว่าคุณแม่ของผู้ป่วยทุกคนคงประทับใจ เพราะได้เห็นความตั้งใจของลูก ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น กิจกรรมที่ทำในครั้งนี้ก็ทำให้ครอบครัวเราเริ่มที่จะเข้าใจในตัวผู้ป่วยเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะคุณหมอและพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ทุกคน ได้ทำให้เราเปิดใจกันมากขึ้น จากอาทิตย์แรกเรายังไม่กล้าพูดคุยกันเท่าไหร่ ผู้ป่วยก็มีกำลังใจดีขึ้น อยากจะมาทุกอาทิตย์ถ้ามีโอกาส (และเวลา) เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจของผู้ป่วย และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครอบครัวว่าเราจะมีแนวทางอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยอย่างไร และเมื่อเขาออกไปอยู่กับเราแล้วเราจะปฏิบัติอย่างไร ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และคุณหมอทุกท่านที่ทุ่มเทพลังกายพลังใจในการประชุมครั้งนี้และครั้งต่อไป”

“ผมรู้สึกว่าดีมากเลยที่ได้เข้าโครงการ สายใยรักแห่งครอบครัว ได้รู้จักความรู้สึกของคนอื่นความรู้สึกของลูกที่แท้จริง คิดอย่างไรอยากให้พ่อแม่ทำอย่างไร ความหวังของพ่อแม่ก็คิดว่าลูกเข้าอยู่ในศูนย์บำบัด ก็มีความหวังว่าลูกจะดีขึ้น และจะเลิกได้ในที่สุด ผมก็ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ที่ทำให้ผมมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากครับ”