การแก้ปัญหาเด็กด้วยการให้ความรู้
เมื่อวานบ่าย ผมประชุมคณะทำงานคณะหนึ่งครับ บอกได้เลยว่าผลการประชุมที่ออกมา ไม่ถูกใจผมเลยครับ
สืบเนื่องจากการที่ผมเขียนขอเงินงบประมาณมาจำนวนหนึ่ง เพื่อแก้ปํญหาเด็กในเรื่องหนึ่ง โดยผมจะเน้นการ "ให้ความรักความเข้าใจ" ในการแก้ปัญหา
เจ้าของงบประมาณท่านก็ใจดีครับ จัดสรรงบประมาณมาให้ ผมก็ดีใจที่จะได้แก้ปัญหาเด็กได้ตรงจุด
แต่ผลจากการประชุมเมื่อวาน เข้าของเงินเขาเปลี่ยนโครงการผมหมดเลยครับ จากการ "ให้ความรัก" เปลี่ยนมาเป็นการ "ให้ความรู้"
กิจกรรมหลัก ก็คือ จัดบรรยายให้ความรู้เด็ก โรงเรียนละ 100 คน
ผมเห็นภาพกิจกรรมแล้ว ให้เด็ก 100 คน มาทนฟังบรรยาย 1 วันเต็ม
ผมฟังแล้ว รู้สุกว่าจะหงุดหงิดเล็กๆ
ทั้งๆ ที่ ผมได้คุยแล้วว่า เด็กเขาไม่ได้ขาดความรู้ ที่เขาขาด คือ ขาดความรักความเข้าใจ เขาก็ฟังผมครับ แต่ไม่ทราบเป็นอย่างไร โครงการกลับกลายมาเป็นอีกแบบ
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า
1. ผู้ใหญ่บางคน มักถนัดแก้ปัญหาเด็ก ด้วยการ "ให้ความรู้"
2. ผู้ใหญ่ บางคน ชอบทำงานแบบ Top down
3. ผู้ใหญ่บางคน มักไม่ชอบการมีส่วนร่วม



สวัสดีค่ะ
การให้ความรู้ (Knowledge) เจตคิด (Attitude) ทักษะ (Practice) มีความสำคัญแตกต่างกันไป เป็นวงจรที่ต้องหมุนเวียน และเลือกที่จะเริ่มต้นอย่างเหมาะสมกับสภาพการณ์ค่ะ
แต่ คนทั่วไปมักจะเห็นว่า...คงง่ายกว่า (ไม่ต้องคิดมาก) ที่จะให้ ความรู้ โดยลืมคิดไปว่า ความรู้นั้น หากต้องการ ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงความรู้ได้ด้วยตนเอง (ยิ่งในยุคโลกาภิวัตน์เช่นนี้แล้ว) แต่สิ่งที่ต้องให้ก่อนอื่นคือ เจตคติที่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจปัญหาต่างหาก
(^___^)
สวัสดีครับท่านรองฯ
คนที่อยู่นอกวง มักจะมองปัญหาต่างจากวงที่เราอยู่บ้างครับ แต่ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเด็กน่าจะได้รับประโยชน์ก็แล้วกันครับ
เป็นกำลังให้ท่านครับ
ผมเห็นด้วยเลยครับ ที่ว่าห็นผลงานชัดเป็นรูปธรรม
ส่วนใหญ่ก็เลยชอบจัดอบรมเด็กครับ
ขอบคุณครับ
ครับการแก้ปัญหาหรือพัฒนา คงต้องไปพร้อมกันทั้งความรู้ ทักษะ เจตคติ ครับ
ส่วนใหญ่จะขาดเจตคติครับ
ขอบคุณมากครับ
เป็นคนนอกวงการศึกษาจริงๆครับ เขาเลยมองต่างจากเรา
ก็ เด็กคงได้อะไรบ้างครับ
ขอบคุณครับ
อาจารย์ครับตรงใจผมเลย
1. ผู้ใหญ่บางคน มักถนัดแก้ปัญหาเด็ก ด้วยการ "ให้ความรู้"
2. ผู้ใหญ่ บางคน ชอบทำงานแบบ Top down
3. ผู้ใหญ่บางคน มักไม่ชอบการมีส่วนร่วม
ได้อ่านบทความของท่านอาจารย์ได้สาระประโยชน์อะไรดีๆ หลายข้อครับ
1.การจัดกิจกรรมบางอย่าง มักไม่คำึนึงถึงผู้เข้าร่วม ไม่คำนึงถึงอายุ คงไม่ได้
2. หากยังยึดติดในอัตตาของตน มองแต่มุมเดียว ไม่เข้าใจไม่เข้าถึง การพัฒนาก็ไม่เกิด
3. หากเข้าใจเพียงด้านเดียว ก็จะรู้จะทำในด้านเดียว พัฒนาเพียงด้านเดียวเท่านั้น
เหมือนกับมีความรู้แต่ไม่มีประสบการณ์ ไม่ให้ความรักความเข้าใจดูแลเอาใจใส่ เด็กจะมีประสบการณ์ที่ดีคงไม่ได้ คงมีแต่ความรู้เพียงเท่านั้น
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ ครับ
เห็นด้วยครับท่านรอง
ให้ความรักก่อนให้ความรู้ดีกว่าไหมครับ
เห็นด้วยกับท่านรอง
หาอ่านรายละเอียดได้จากหนังสือของ อ.วรภัทร นะครับ
ผู้ใหญ่บางคน หลายๆคน มักจะมองแบบแยกส่วนครับ มองด้านเดียว ทำให้แก้ปัญหาได้ไม่ครบไปถึงต้นเหตุ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
ให้ความรักก่อนให้ความรู้ ผมก็นำมาจาก ดร.วรภัทร แหละครับ และรู้สึกว่า ต้นตำรับจริงๆ น่าจะมาจากครูสมพรสอนลิงทางใต้(เสียชีวิตแล้ว)
ขอบคุณครับ
เด็กไม่ชอบ และ เบื่อๆๆๆๆ เขากล้าพูดออกก็ดีนะครับ
มีบางที่ ต้องทนเบื่อโดยไม่กล้าพูดครับ
ขอบคุณครับ
ธรรมชาติของเด็กแล้วเขาย่อมที่จะมีความอดทดที่ยังน้อยอยู่คะท่านรอง
เห็นด้วยกับข้อสรุปของนิทานเรื่องนี้นะคะ
เด็กเขามีความสนใจระยะสั้นครับ ผู้ใหญ่เองยังเบื่อเลยใช่ใหมครับ ที่ต้องมานั่งฟังนานๆ
ขอบคุณครับ