หมื่นแดด /2538 / สีอะครีลิคบนผ้าใบ
เรียนศิลปะจบแล้วไปทำอะไรได้บ้าง
อนันต์ ประภาโส
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า การประกอบอาชีพทางด้านศิลปะได้ขยายตัวออกไปในทุกวงการและทุกกิจการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหนต่างก็ต้องใช้คนที่มีความรู้ด้านศิลปะเป็นส่วนหนึ่ง ตำแหน่งหนึ่ง หรือแผนกหนึ่งของกิจการนั้นๆ เพื่อช่วยในเรื่องธุรกิจการขายหรือการบริการต่าง ๆ ให้คล่องแคล่วกว้างขวางขึ้น เพราะคนที่เรียนทางด้านศิลปะมามักจะเป็นคนที่มีความคิดและไอเดียในการออกแบบและรู้จักค้นหาวิธีล่อใจให้ลูกค้าสนใจที่จะซื้อหาสินค้านั้นๆ หรือเกิดความสนใจที่จะใช้บริการต่าง ๆ ที่มีศิลปะในการเสนอที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีการแข่งขันกันมากมายหลายยี่ห้อยิ่งจำเป็นจะต้องใช้วิธีการทางศิลปะนำเสนอให้ลูกค้าตัดสินใจเลือก หรือบริการของตนมากขึ้น
เราก็เลยยกโขยงไปเรียนศิลปะกันมากมาย สถาบันต่างๆ ก็มีคณะวิชาศิลปะให้เลือกเรียนกันมากขึ้น จำนวนคนเรียนศิลปะมีมากขึ้นทุกปีจนหลายคนชักเป็นห่วงกันแล้วว่า จบออกไปแล้วจะต้องไปเตะฝุ่นเหมือนคนที่จบสาขาอื่นๆ หรือเปล่า...
เมื่อวงการธุรกิจมีความต้องการ “ฝ่ายศิลปะ-ออกแบบ” มากขึ้นตามความเติบโตของสังคมและการแข่งขัน การเรียนวิชาชีพศิลปะจึงเป็นเรื่องเชิดหน้าชูตาไม่แพ้วิชาชีพอื่นๆ เท่านั้นยังไม่พอเราสามารถเลือกเรียนวิชาชีพศิลปะได้มากมายหลายสาขาโดยไม่ต้องมาแย่งอาชีพเดียวกันอีกด้วย
และเพราะวงการศิลปะมันกว้างอย่างนี้เอง ถึงแม้จะมีคนเรียนศิลปะมากมายก็ยังหาคนตกงานไม่ได้ (ยกเว้นคนไม่ยอมทำงาน หรือเลือกงานมากเกินไปนะ อย่างนั้นเขาไม่เรียกว่าตกงาน) ดังนั้นคำพูดที่ว่า “เรียนศิลปะแล้ว จบออกไปก็ต้องเป็นศิลปินไส้แห้ง” จึงไม่มีใครคิดจะพูดอีกต่อไป เพราะมันเชยมากและคำตอบที่สำคัญที่สุดว่าเรียนศิลปะไปทำไม หรือทำไมต้องเรียนศิลปะก็คือ...คุณอยากเรียน...
เรียนศิลปะจบแล้วไปทำอะไรกิน...นี่คืออีกคำถามหนึ่งที่ส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่ผู้ปกครองของเรามักจะเป็นผู้ถามเสียมากกว่า สมัยที่ผมเรียนจบชั้นมัธยมต้นใหม่ ๆ และบอกทางบ้านว่าจะเรียนต่อทางด้านศิลปะ คำถามแรกที่แม่ถามก็คือ “แล้วแกจะไปทำอะไรกิน” แน่นอนว่าสมัยนั้นเราคงจะหาคำตอบดีๆให้กับทางบ้านไม่ได้แน่ เพราะวงการศิลปะบ้านเรายังแคบมากบริษัทโฆษณาก็ยังไม่มีมาก ศิลปินเศรษฐีอย่างพี่เฉลิมชัยก็ยังไม่มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง คอมพิวเตอร์กราฟฟิคก็ยังไม่มีสมัยนั้นยังไม่มีอะไรเลยนอกจากกระดาษ สี ปากการอตติ้ง ไม้ที...แค่นี้เราทำงานกันได้สบายแล้ว แต่ปัจจุบันนี้เรามีคำตอบดี ๆ ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้มากมายหลายคำตอบ จนบางครอบครัวถึงกับโทรมาปรึกษาผมด้วยซ้ำไปว่า อยากให้ลูกเรียนทางด้านศิลปะจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
สมัยที่ผมเรียนศิลปากรปีหนึ่งก็เห็นรุ่นพี่รับงานจ๊อบมาทำกันโครมๆ เราก็สงสัยว่าเขาไปเอางานที่ไหนมาทำ ใครหนอช่างไว้ใจจ้างนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบให้ทำงาน พี่ ๆ เขาต้องเก่งกันมาก ๆ เลยจึงมีคนมาจ้างวาดรูป จ้างปั้นรูป จ้างออกแบบ ฯลฯ แต่พอเรากระเถิบขึ้นมาอยู่ปี 3 ปี 4 มั่งก็มีคนมาจ้างเราเหมือนกัน เรียกว่ามีงานให้ลองทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแสดงว่าตลาดแรงงานด้านศิลปะนั้นกว้างขวางมาก พวกเราชาวศิลป์ทั้งหลายคุ้นเคยกับการติดต่อ-ทำงานมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่และส่งผลต่อเนื่องมาจนจบการศึกษา ทำให้เป็นคนที่ “ทำงานเป็น” อีกด้วย ทีนี้พอเรียนจบออกมาจริง ๆ ละ เราจะไปทำอะไรกัน ต่อไปนี้คือการงานอาชีพที่น้อง ๆ สามารถจะออกไปทำงานได้ เมื่อเรียนจบสายศิลปะ-ออกแบบ
1. เป็นศิลปินอิสระ ผลิตผลงานขาย เช่น ภาพเขียน ภาพประดับผนัง รูปปั้นต่างๆ ภาพพิมพ์ หรืองานศิลปะอื่น ๆ อันก็มีตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จให้เราได้เห็นกันแล้วว่า เป็นศิลปินไม่จำเป็นต้องไส้แห้ง เช่น ศิลปินเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ฯลฯ และอีกมากมาย
2. เป็นช่างฝีมือ ผลิตของใช้ต่าง ๆ ออกขาย เช่น เครื่องหนัง ผ้าบาติก ตุ๊กตาที่ระลึก งานกระดาษ (เปเปอร์มาเช่) ของกระจุกกระจิกสวย ๆ งาม ๆ ที่เป็นหัตถกรรม
3. เป็นนักเขียนภาพประกอบตามนิตยสาร หนังสือต่าง ๆ เช่น อาจารย์เกริกบุระ ยมนาค นพดล ขาวสำอางค์
4. เป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน อาคารบ้านเรือนและสำนักงานต่าง ๆ
5. เป็นนักออกแบบสิ่งแวดล้อม เช่น จัดสวน สนามหญ้า สื่อต่าง ๆ ที่ใช้ในสาธารณะ
6. เป็นนักคิดโฆษณา (CREATIVE)
7. เป็นนักออกแบบโฆษณา
8. เป็นนักเขียนคำโฆษณา (COPPY WRITER)
9. เป็นครู อาจารย์สอนศิลปะ
10. เป็นนักเขียน (เช่น ชาติ กอบกิตติ วานิช จรุงกิจอนันต์)
11. เป็นนักวิจารณ์ศิลปะ วัฒนธรรม บันเทิงคดี
12. เป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเรือนต่าง ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ
13. เป็นนักออกแบบเซรามิค (เครื่องเคลือบ เครื่องปั้นดินเผา)
14. เป็นช่างภาพ นักถ่ายรูปประเภทข่าว ภาพแฟชั่น สารคดี หรือถ่ายภาพสร้างสรรค์
15. เป็นนักออกแบบจัดรูปเล่มหนังสือ ทำอาร์ตเวิร์ค ออกแบบหนังสือและสิ่งพิมพ์
ต่าง ๆ
16. เป็นนักออกแบบแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับต่าง ๆ
17. เป็นนักออกแบบเครื่องหมายการค้า ดวงตราต่าง ๆ
18. เป็นนักออกแบบหีบห่อ เช่น ซองบุหรี่ กล่องใส่ขนม กระป๋อง ฉลากยา แชมพู
และ ฯลฯ
19. เป็นนักเขียนการ์ตูน ภาพล้อ ภาพคนเหมือน
20. เป็นข้าราชการฝ่ายศิลปะ
เหนื่อยไหมครับ...นี่เขียนเท่าที่นึกออกตอนนี้เท่านั้นนะ ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเรียนศิลปะจบแล้วไม่อดตาย
แล้วอย่ามาถามอีกนะว่า เรียนศิลปะไปทำไม...?
^_^
สวัสดีค่ะ
มาประเดิม อิอิ
ศิลปะ นำสิ่งดีๆมาสู่ชีวิตเรามากมายค่ะ ครูอุ๋ยแจงเสียเห็นภาพเลย
ขอรวมบล็อคครูอุ๋ยเข้าแพลนเนทนะคะ
อ้อ ส่งไปรษณีย์มาแล้วค่ะ
คุณณัฐรดาแนะนำมา
ชี้ทางว่าครูอุ๋ยชำนาญกวี
เขียนเรื่องราวดีๆเป็นละคร
จึงขอวอนส่งเทียบเชิญ
ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการ โครงงานคุณธรรม
ในงาน"พลังเยาวชน พลังสังคม" ครั้งที่ 1
"ร่วมสร้างประเทศไทย...ด้วยการให้"
และร่วมเวทีเสวนา
วันเสาร์ที่ 10 ต.ค. : ถอดองค์ความรู้โครงงาน สร้างเป็นบทภาพยนต์โทรทัศน์
เวลา10.00-16.30น. ณ หอประชุมชั้น5 หอศิลป์ฯ กทมฯ
วันอาทิตย์ที่ 11ต.ค. : ถอดรหัส ๙ วิธีฟื้นฟูชาติ

เวลา13.00-18.00น. ณ หอประชุมชั้น5 หอศิลป์ฯ กทมฯ
ผมก็ถือโอกาสใช้เวทีเสวนาที่สยามกัมมาจลเป็นเจ้าภาพงาน จัดระดมความคิด หัวข้อ ถอดรหัส ๙ วิธีฟื้นฟูชาติ ขึ้น
ยังไงก็เรียนเชิญ กัลยาณมิตร ผู้รักแผ่นดินทุกท่าน ร่วม work shop ระดมความคิดในเวทีเสวนาได้นะครับ
เรื่องดีๆที่ว่านี้ คือความดีที่เด็กทำ
บุญหนุนนำให้ได้พบ ขอน้อมนบครูยอดศิลป์
ช่วยขยายความงาม ให้เต็มแผ่นดิน
ชวนยอดศิลป์ ถอดเป็นบทละคร
Moral Project
สวัสดีค่ะ
แจ้งคุณครูแล้วนะคะ ว่าครูอุ๋ยกำลังจัดส่งหนังสือที่ฝากคุณครูให้ห้องสมุดให้ค่ะ
ผมอยู่ปี2 ช้างไฟ ด็อบ ใจอยากเรียนด้าน ศิลป์ มาก ได้อ่านแล้ว ดีมากเลยครับผม
เครียด หนูอยากเรียนศิลปะกลัวว่าเรียนจบจะไม่ได้เป็นข้าราชการ
แต่ทางบ้านก็ไม่มีใครสนับสนุน หนูข้อความเห็นหน่อยนะคร้า และหนูจะลองปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น
และขอบคุณทุกคนที่ให้ความคิดเห็นนะคร้า
ผมไม่ค่อยได้เข้ามาใช้งานที่บล็อคนี้
หากมีเรื่องปรึกษารบกวนส่งทางอีเมล์นะครับ
ขอบคุณครับ
ครูอุ๋ย
[email protected]