การไม่เจตนาในการกระทำผิดกฏหมายหรือไม่มันต้องดูที่ตรงใหน

เมื่อวานนี้ ได้ไปเป็นอนุกรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ตำบลชะเมา ได้นำนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปากพนังไปเป็นกรรมการนับคะแนนด้วยจำนวน 24 คน และหนึ่งในนั้นก็เป็นหลานชายด้วยคนหนึ่ง โดยบอกทุกคนว่าให้ใส่เสื้อสีฟ้าปักข้างหลังว่า กศน.ปวช.ปากพนังเหมือนกันหมดทุกคน

ขณะที่ทุกคนเตรียมตัว  สถานที่เพื่อเตรียมความพร้อมกันนั้น ประธานการเลือกตั้งก็เรียกประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจกันอีกรอบ

น้องชายซึ่งเป็นน้าชายของหลานก็ให้หลานนั้นเอาของไปเก็บในรถ

หลานก็พึ่งได้เห็นรถของน้าที่เป็นรถมือสองและซื้อมาได้ 2 วัน ยังจำสีและป้ายทะเบียนยังไม่ได้ เพราะอยู่คนละบ้านกัน และน้าชายเพิ่งได้ไปรับมาเพื่อพาหลานนั่งไปด้วยในวันนั้น

ก็ยังได้ถามหลานเลยว่าน้าซื้อรถมา สีอะไร เค้าตอบว่า สีออกม่วง   ทั้งๆที่ในความเป็นจริงรถสีน้ำเงินเข้ม

ขณะที่หลานกำลังไขกุญแจรถนั้นก็ไม่ได้สังเกตุว่าด้านหน้ามีรถที่จอดอยู่อีกคัน สีเหมือนกัน แบบเดียวกัน

และที่ตัวเองกำลังไขอยู่นั้นมันผิดคันและเป็นรถของนายตำรวจ ชื่อ ร.ต.ต.พิริยะ  นุตราพันธ์ สังกัด สภ.เกาะทวด  ได้เข้ามาล็อกตัว แบบเหมือนคนร้าย ไม่ได้ถามไถ่ก็ทำร้ายร่างกายกำหมัดแน่นและต่อยต้นคอหลานไปหลายที  พร้อมกับลากตัวเข้าไปคุยกันหลังป้าย  น้าๆ และลุงซึ่งเป็น กกต.ตำบลอยู่ก็รีบวิ่งเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ถามกันก่อน และเป็นเด็กอายุ 19 ขับรถก็ไม่เป็น  และได้ทำงานที่กรมชลประทานในโครงการพระราชดำริ ที่สำคัญก็ทำงานให้กับท้องถิ่นไปกับครู  คนก็มีมากมาย  นายก็เยอะ  ที่มายืนดูกันเต็มไปหมด ไม่ได้ห้ามหรือสอบถามกันก่อน

ถามยังพูดท้าทายอีกว่า   มีปัญหาให้ฟ้องเอา  และบอกว่าอย่าถือเด็ก

จึงเขียนมาเพื่อขอคำชี้แนะจากผู้รู้  ว่าการกระทำของนายที่ได้ชื่อว่าใส่ชุดสีกากี ที่เป็นเครื่องแบบอันได้ซื่อว่า  จะดูแลปกป้องประชาชน ดังลูกหลานของตัวเอง แบบนี้มันสมควรแล้วหรือยัง