ทุกคนมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

 

วันนี้ผู้บันทึกเองได้กลับไปบ้านต่างอำเภอ ในการเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต.2552  ตำบลหนองแวง  อำเภอกุดรัง  จังหวัดมหาสารคาม   เพื่อทำหน้าที่คนไทย คนหนึ่ง ทุกคนมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เข้าคูหา  รับบัตร 2 ใบ

·      ใบหนึ่งเลือกนายก   X

·      ใบสองเลือกสมาชิกสภา อบต. X

ซึ่งมีผู้สมัคร นายก อบต. จำนวน 2 หมายเลข  นายกสามารถเลือกได้  1 หมายเลข

ผู้สมัครสมาชิก อบต. หมู่บ้านละ 2 คน  ซึ่งหมู่ที่6 บ้านโนนสูงมีผู้สมัคร จำนวน 3 คน  แต่สามารถเลือกได้ 2 หมายเลข

 

หลังจากไปเลือกตั้งกลับมาที่บ้าน  อากาศร้อนอบอ้าวมาก  ร้อนผิดปกติ ไม่มีลม    คิดว่าฝนต้องตกหนักแน่นอน   เมื่อเดินทางมาถึงบ้าน   เสียงฝนลงเม็ด  สายฝนที่ตกกระหน่ำลงมา   โดยไม่มีสัญญาณเตือน ฝนตกประมาณ 1 ชม.ทำให้น้ำท่วมขัง   ต้องขับรถลุยน้ำออกมาจากหมู่บ้าน   ตกหนักจัง  ลมเย็น   เสมือนว่าฝน ได้นำความเย็น มาลดความกังวลใจของผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันนี้ได้บ้าง

    ซึ่งการเลือกตั้ง  สภา อบต. และนกยก อบต. มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด  เข้มข้น ที่ผู้สมัครอยู่รายรอบ สถานที่ในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง  คอยเฝ้ามอง และทักทายผู้มีสิทธิเลือกตั้งแบบห่างๆ

 

จากการสังเกตสีหน้าของผู้สมัครรับเลือกตั้ง  รอลุ้น มีท่าทางกังวลใจ  เมื่อถามถึงความรู้สึก ก็มีความมั่นใจในตนเองเช่นเดียวกัน แต่ก็บอกว่าพยายามทำเต็มที่ ที่จะชนะการแข่งขันได้ของผู้สมัคร คือ ความดี  ความเสียสละ  มีความซื่อสัตย์ และ  ขออาสาเพื่อเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องชุมชน

การแข่งขันเป็นไปด้วยความเข้ม  แต่ละจุดมีการบริหารจัดการอย่างดี  ว่าจะมีวิธีการสื่อสารกับผู้มีสิทธ์ในการเลือกตั้ง  ที่จะเอาชนะ หรือมีชัยชนะในการเลือกตั้งได้อย่างไร

 

และวันนี้ได้ถามความรู้สึกของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละยุค แต่ละสมัยว่า รู้สึกอย่างไร

 

กว่าจะได้เข้ามาตรงจุดนี้ได้ ต้องสร้างความศรัทธา และเชื่อมั่น   เราต้องการเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นกลาง  ในการที่จะให้คำชี้แนะให้กับนักการเมืองแต่ละรุ่นไป

 จะต้องมีความเป็นมาผู้ที่จะต้องให้ผู้สมัครให้ความเคารพ และเป็นที่น่านับถือให้ความเกรงขามปรึกษาได้ทุกเรื่องรวมทั้งเป็นผู้ประสานความสัมพันธ์ให้แต่ละฝ่ายให้เกิดความเคารพในกติกา   ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการจัดการและประสานความเข้าใจ แต่การที่กระทำไปทุกอย่างต้องการที่จะให้เกิดความสามัคคีในหมู่บ้าน มีความเอื้ออาทรต่อกัน   และต้องการให้คนที่อาสาเข้ามาทำงานบริหารบ้านเมืองที่ดี ลดความขัดแย้งลงได้

แต่ต้องยอมรับในกฎกติกาบ้านเมือง มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ ชนะ และรู้จักการให้อภัยต่อกัน และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับได้

หน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล   ( อบต. )

องค์การบริหารส่วนตำบล มีชื่อย่อเป็นทางการว่า อบต. มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2546 โดยยกฐานะจากสภาตำบล ที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกันสามปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

 

รูปแบบองค์การ

องค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วย สภาองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล

 

สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวนหมู่บ้านละสองคน ซึ่งเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น กรณีที่เขตองค์การบริหารส่วนตำบลใดมีเพียงหนึ่งหมู่บ้านให้มีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวนหกคน และในกรณีมีเพียงสองหมู่บ้านให้มีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หมู่บ้านละสามคน

องค์การบริหารส่วนตำบลมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนึ่งคน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

 

การบริหาร

กฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการบริหาร อบต. (ม.58) ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล 1 คน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล 2 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น เรียกว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมาจากการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง

 

 

 อำนาจหน้าที่ของ อบต.

อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วน ตำบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542)

 

พัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66)

ที่มา:http://th.wikipedia.org/wiki/