บทที่5 1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์
1.1 ความหมายของมนุษยสัมพันธ์
มนุษยสัมพันธ์คือการรวมพลังของบุคคลเพื่อการทำงานและมีแรงจูงใจให้ความร่วมมือในการทำงาน โดยมุ่งที่จะให้ผลผลิตสูง และขณะเดียวกันบุคคลก็ได้รับการตอบสนองความต้องการทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและจิตวิทยา
มนุษยสัมพันธ์หมายถึงกระบวนการจูงใจคนอย่างมีประสิทธิภาพที่ว่าด้วยศาสตร์และศิลปะในการสร้างความพอใจ รักใคร่ ศรัทธา เคารพ นับถือ ครองใจคน โดยแสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสมทั้งกาย วาจาและใจ เพื่อโน้มให้เกิดความรู้สึกที่ดีใกล้ชิด เป็นกันเอง ร่วมมือ ร่วมใจในอันที่จะบรรลุในสิ่งที่พึงประสงค์อย่างราบรื่นและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
1.2 ขอบข่ายของมนุษยสัมพันธ์
1.1.2 มนุษยสัมพันธ์มีขอบข่ายกว้างขวางดังนี้
- ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมความสามารถในการรับรู้ การยอมรับตัวเองและผู้อื่น
- ศึกษาเกี่ยวกับการจูงใจตนเองและผู้อื่น เพื่อกระตุ้นให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์
- ศึกษาเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ความเข้าใจระหว่างบุคคลระหว่างกลุ่มและความสำเร็จในการทำงานของกลุ่มและองค์การ
- ศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน การบริหารงานแนวใหม่ ซึ่งเน้นคุณภาพของมนุษย์ การประสานความร่วมมือ การทำให้เกิดความพอใจในการทำงานร่วมกัน
1.2 ความสำคัญของมนุษยสัมพันธ์
มนุษยสัมพันธ์มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตประจำวัน และการดำเนินงานดังนี้
1. มนุษยสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลมากกว่าเครื่องจักรกล
2. มนุษยสัมพันธ์มีส่วนช่วยจูงใจบุคคลเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น ซึ่งบุคคลจะกระทำเพื่อตอบสนองความต้องการทางกายภาพ ความต้องการทางด้านจิตใจและทางสังคม
3. มนุษยสัมพันธ์เป็นพื้นฐานของการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งอาศัยการประสานและความร่วมมือของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
1.3 ปรัชญาของมนุษยสัมพันธ์
1. มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าความเป็นคนเท่าเทียมกัน ต้องการเป็นผู้ที่มีคุณค่าและความสำคัญต้องการการติดต่อเกี่ยวข้องฉันท์มิตร
2. มนุษย์มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด มีความต้องการทางด้านวัตถุและจิตใจ เมื่อได้รับการตอบสนองในระดับหนึ่งก่อจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
3. การไม่เบียดเบียนกันและกันของมนุษย์ทำให้สังคมสงบสุขและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
1.4 ทฤษฎีการยอมรับสรุปว่าผู้ใต้บังคับบัญชาจะทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็ต่อเมื่อ
1. ผู้ใต้บังคับบัญชามีความสามารถที่จะข้าใจคำสั่งนั้นได้
2. เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชามีความเชื่อว่าคำสั่งนั้นมีประโยชน์ต่อตัวเขาเอง
3. เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อว่าคำสั่งนั้นมีประโยชน์ต่อหน่วยงาน
4. เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชามีความพร้อมที่จะทำตามคำสั่งนั้นได้
1.5 ทฤษฎี X และ ทฤษฎี y
เป็นความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ของ Douglas megregor ว่า ลักษะธรรมชาติของมนุษย์แบ่งเป็น 2 ประเภทตามทฤษฎีคือ
ทฤษฎี X สรุปว่า
1. คนส่วนมากไม่ชอบทำงานเกียจคร้าน
2. คนส่วนมากไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่ชอบการรับผิดชอบต้องการที่จะได้รับการควบคุมบังคับมาก
3. คนส่วนมากมีขีดความสามารถในด้านการสร้างสรรค์น้อยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่างๆในองค์การ
4. คนจะทำงานเพื่อสนองความต้องการทางด้านร่างกายและความปลอดภัยเท่านั้น
5. คนส่วนมากต้องการที่จะได้รับการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดและชอบที่จะให้ใช้อำนาจบังคับบ่อยๆ
ทฤษฎี Y สรุปว่า
1. การกระทำของมนุษย์ มิใช่ผลของการบังคับ แต่เป็นการกระทำที่เกิดจากความเต็มใจอยากทำงาน
2. ทุกคนมีความรับผิดชอบ รู้จักควบคุมตัวเอง
3. ทุกคนมีความรู้สึกอยากสร้างสรรค์เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ขององค์การ
4. ทุกคนจะทำงานเมื่อได้รับการยกย่องนับถือ มีความเชื่อในความสามารถของตน
5. ทุกคนสามารถที่จะบังคับควบคุมตัวเองได้ ถ้าหากได้รับการจูงใจที่เหมาะสม
สรุป มนุษยสัมพันธ์เป็นกระบวนการจูงใจคน เพื่อให้มาซึ่งความรัก ความนับถือ ความพอใจ ความร่วมมือความสุข เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่วางไว้ของบุคคลและองค์การ
สวัสดีครับแวะมาเยี่ยมครับ