กระทรวงการคลังจี้ส่วนราชการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 49 เพราะปัญหาการจัดทำงบปี 2550 ต้องล่าช้าออกไป พร้อมยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องดุลเงินสดรัฐแน่นอน มั่นใจค่าเงินบาทจะนิ่งอยู่ในระดับ 38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และในไตรมาสที่ 2 นักลงทุนจะกลับเข้ามาลงทุนเพิ่ม
นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 23 พ.ค. 2549 เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนและหารือเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายการลงทุนของภาครัฐเพื่อผลักดันให้ออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมให้การสนับสนุน ในทุก ๆ โครงการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และยืนยันว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังไม่มีปัญหา เรื่องดุลเงินสดรัฐบาลแน่นอน เพียงแต่ที่ผ่านมากระทรวงการคลังต้องการสร้างวินัยการเงินการคลัง เพื่อแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น โดยเฉพาะงบประมาณสำหรับลูกจ้างชั่วคราว ที่พบว่ากลายเป็นปัญหาสำคัญ    ที่เป็นช่องทางรั่วไหลของการทำงานและรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเพียงแค่เขียนโครงการออกมา    แต่ไม่สามารถทราบได้ว่านำเงินไปใช้ทำอะไรและถูกต้องหรือไม่
นายทนง ยอมรับว่า การเมืองที่มีปัญหาซ้ำเติมเศรษฐกิจ และทำให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ยากมาก โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณ ซึ่งจากเดิมที่คาดว่าจะล่าช้าไปเพียง 1 ไตรมาส ก็จะส่งผลให้งบประมาณปี 2550 ต้องล่าช้าออกไปถึง 2 ไตรมาส หรือล่าช้าไปถึงเดือน เม.ย. 2550 กว่าจะเบิกจ่ายได้ และหากล่าช้าไปมากกว่านี้ก็จะส่งผลกระทบไปถึงการจัดทำงบประมาณปี 2551 ด้วยเช่นกัน
       นายทนง กล่าวว่า เมื่อทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่าเอกชนจะกลับเข้ามาลงทุนในไทยอีกครั้งในไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 หลังจากที่ค่าเงินบาทเริ่มมีเสถียรภาพ ในระดับที่ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐบวกลบบ้างเล็กน้อย โดยปัจจุบันเอกชนชะลอการลงทุนและใช้เครื่องจักรที่มีอยู่ดำเนินการ แต่เมื่อทุกอย่างมีเสถียรภาพ มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือ เรื่องอัตราดอกเบี้ย เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ที่มีเสถียรภาพ เมื่อนักธุรกิจมองว่าอัตราดอกเบี้ยเริ่มนิ่ง ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ก็จะกลับมาลงทุนต่อไป

ผู้จัดการออนไลน์  19  พ.ค.  49