แล้วใช้ทำอะไร
โทรศัพทํกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้การติดต่อกันสะดวกรวดเร็วมากครับ โดยเฉพาะสมัยนี้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับทำอะไรหลายๆอย่าง เช่น ติดต่อพูดคุย โหลดเพลง ดูข่าว เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และ อีกมากมาย
สมัยผมเรียนที่มหาวิทยาลัย ปีหนึ่งยังใช้เพจเจอร์อยู่เลยครับ พอโทรศัพท์มือถือเริ่มบูม เท่านั้นแหละ ใครๆก็ต้องมีครับ ยิ่งสมัยนี้ เด็กตัวน้อยบางทีแค่อนุบาลก็มีกันแล้วนะครับ
การมีโทรศัพท์ตั้งแต่อายุน้อยไม่ใช่เรื่องผิด แต่พ่อแม่ก็ควรสอนลูกให้ใช้แต่พอควร อย่าโทรในที่เปลี่ยวเพราะโทรศัพท์กลายเป็นของต้องตากับผู้ที่ไม่หวังดีกับเรา ไม่โทรนานเกินไป เดี๋ยวจะเสียสุขภาพ และ ตัดขาดจากโลกภายนอกนะครับ
สำหรับผมก็ใช้ติดต่อกับครอบครัว ติดต่องาน ติดต่อเพื่อนๆ และ ก็เป็นตัวเชื่อมให้ตัวอักษรของผมวิ่งผ่านโลกไซเบอร์มายัง G2K ได้ครับ และผมมักไม่ค่อยโทรนาน คุยธุระเสร็จก็มักวางไม่ค่อยเกิน10นาที แต่บางคนผมเห็นติดโทรศัพท์มากๆครับ อาจจะเพื่อนเยอะ และ โปรโมชั่นถูก คุยโทรศัพท์มากอยู่ในโลกส่วนตัวระวังไม่มีคนคุยด้วยนะครับ
วันนี้มีเรื่องเล่ามาฝากครับ เมื่อเช้าผมแวะไปตัดผมที่ตลาดแถวบ้าน ไปถึงก็ต้องนั่งรอครับ เราพะไปประมาณ 10 โมงแล้วคนเยอะ มีช่าง 3 คนครับผมก็จัดแจงหยิบหนังสือพิมพ์ดูข่าวสารบ้านเมืองบ้าง ตอนนี้รู้สึกภาคใต้มีคาร์บอมบ์บ่อยมากครับ รู้สึกสงสารคนที่นั่นมากๆครับ
หลังจากนั่งรอสักพักก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มน้องชายตัวน้องมาตัดผมครับ เธอและน้องคนบ้านอยู่แถวนั้นเพราะเธอรู้จักช่างตัดผมและผู้หญิงที่ขายน้ำหน้าร้านตัดผมครับ ผู้หญิงคนนี้เธอก็มีลูกสาวตัวน้อยเช่นกันครับ นั่งเล่นเดินไปเดินมาในร้านและหน้่าร้าน

ทันใดนั้นเจ้าเด็กชายตัวน้อยที่มารอตัดผมก็เห็นเด็กหญิงตัวน้อย เด็กชายก็จัดการเอามือน้อยๆตีหัวเด็กหญิงครับเสียงดีง "แปะ แปะ แปะ"ช่วงนั้นพี่สาวของเด็กชายไมาอยู่พอดี ช่างตัดผมก็ตัดผมไปโดยไม่ได้สังเกต ส่วนผมมารู้เอาก็ทีหลังแล้วครับ
แม่ของเด็กผู้หญิงเดินกลับเข้ามาเห็นลูกโดนตีหัวก็เกิดโทสะอย่างแรง โทรศัพท์ที่มีในมือก็พุ่งตรงไปที่ฝาบ้านที่เป็นไม้อัดเสียงดัง "โครม"
ทุกคนในร้านหยุดหายใจชั่วขณะเพราะตกใจ
แม่คงตั้งใจให้เด็กคนนั้นหยุดทำร้ายลูก แต่ก็ไม่ทันตั้งหลักว่าโทรศัพท์ที่ขว้างไปอาจทำร้ายเด็กชายคนนั้นถ้าเกิดพลาดไปโดน หรือ อาจจะโดนลูกของเธอเองก็ได้
จากนั้นเธอได้อุ้มลูกของเธออกไปนอกร้าน พร้อมกับปลอบให้หายเจ็บ ผมเพิ่งเห็นลูกของเธอร้องไห้ ไม่แน่ใจเพราะตกใจ หรือ เพราะเจ็บกันแน่
ส่วนเด็กชายตัวน้อยคนนั้นก็ตกใจเช่นกัน แต่ไม่พูดอะไรเราพะยังเป็นเด็กเล็กเหมือนกัน พูดได้ไม่กี่คำ พอพี่สาวกลับมาถูกดุและถูกตีอีกรอบ
ในความคิดของผมเด็กชายตัวน้อยคงซนไปตามปกติโดยไม่รู้ว่าที่ตนทำกำลังทำร้ายเด็กหญิงและทำร้ายใจแม่ของเด็กหญิงด้วย
โชคดีนะครับที่ไม่หัวร้างค้างแตก
เวลาโมโหนี่อย่ามีโทรศัพท์ใกล้ตัวเลยนะครับ
โทรศัพท์ + โทสะ อาจจะกลายเป็นอาวุธไ้ด้โดยไม่ตั้งใจครับ
โทรศัพท์มือถือของภรรยบาผมนี่สารพัดประโยชน์ครับ
ใช้หุงข้าวได้ ล้างจานได้ ทำความสะอาดบ้านได้ ซักผ้าได้ รับส่งเจ้าของโทรศัพท์ไป-กลับที่ทำงานได้ ทำอะไรได้อีกหลายอย่างครับ
แต่การจะใช้งานต้องมีวิธีครับ
อันดับแรก กดหมายเลขที่โทรศัพท์ครับ กดหมายเลขเบอร์โทรของผม
จะทำอะไรก็พูดใส่ไปในโทรศัพท์
ปลายทางจะยืนยันคำสั่งว่า ครับ ครับ...
ไม่รู้ว่ามือถือคนอื่นทำได้อย่างนี้หรืเปล่าครับ...
..
แวะมาทักทายครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณคุณหนานเกียรติที่แวะมาเยี่ยมครับ
โทรศัพท์ใช้บัญชาการจากผู้นำได้ครับ
ผมก็ต้องเชื่อฟังคนอยู่ปลายสายเข่นกันครับ
สวสัดีครับพี่ครูคิม
แวะไปดูบันทึกใหม่ๆของพี่ครูแต่เห็นเงียบๆน่ะครับ
ไม่ได้ตั้งใจให้เครียดนะครับ
แต่ความรัก ถ้าไม่ยับยั้งชั่งใจก็น่ากลัวนะครับ
อยากเตือนสติน่ะครับ
happy weekend ครับ
พยายามควบคุมตัวเองให้ใช้โทรศัพท์เพื่อรับข่าวสาร งานการ(จากที่ทำงาน)เท่านั้นค่ะ
สวัสดีค่ะ
สงสัยผ่านบันทึกนี้ไปได้ยังไง.....
คนไม่มีรากมีปัญหากับ "โทรศัพท์มือถือ" ค่ะ
เป็นเครื่องมือที่จำเป็นต้องมี แต่ไม่ชอบเลย และมือถือนี้ทำให้โดนตำหนิจากคนรอบข้างบ่อย ๆ ค่ะ เพราะ....
- ไม่ค่อยชอบคุยมือถือ คุยแล้วก็ตัดบทไม่เป็น ติดลม เออออห่อหมก พาลปวดหัวหลังโทรมือถือ
- มือถือ เป็นเครื่องมือที่เป็นตัวจำกัดอิสระเสรีภาพของเราที่สุด หากเปิดไว้ พอดังขึ้นมาไม่ว่าเราทำอะไรอยู่ อยู่ที่ไหน ในชุดอะไร ต้อง...วิ่งมารับอย่างไม่มีข้ออ้าง คนโทรมาก็มักจะถามว่า....อยู่ไหน... เราไม่อยากบอก ก็ต้องบอก (ไม่ชอบผิดศีล) บอกไปแล้ว ก็อาจถูกตำหนิ ไปทำไมน่ะ อันตราย กลับมาเลยนะ....ฯลฯ
สรุป ... อย่าตกเป็นทาสมือถือ จงเป็นนาย ในการตัดสินใจที่จะรับหรือไม่รับมือถือ....
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
ขอบคุณคุณภูสุภา และ คุณคนไม่มีรากที่แวะมาเยี่ยมครับ