ผมโชคดี ได้รับเชิญไปพูดในที่ประชุมนี้   จึงได้รู้เรื่องการประชุมนี้ ซึ่งมีชื่อทางการว่า “การประชุมทางวิชาการของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ครั้งที่ ๒ : เครือข่ายเชิงกลยุทธเพื่อพัฒนาบุคลากรมหาวิทยาลัย” (Commission on Higher Education Congress II : University Staff Consortium)   ใช้ชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า CHE-USDC II   ถือเป็นการประชุมทางวิชาการประจำปี ของ สกอ.   ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว    เพื่อเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการจัดการผลสำเร็จของ “โครงการเครือข่ายเชิงกลยุทธเพื่อพัฒนาบุคลากรมหาวิทยาลัย สู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในด้านอุดมศึกษา”   ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ และใช้เงินปีละเป็นพันล้านบาท 

          ผมอยากไปเห็นว่าการดำเนินการโครงการนี้จะได้คุณภาพหรือไม่   จะเป็นเครื่องมือแยกแยะ “ภูเขา ๔ ลูก” ของอุดมศึกษาหรือไม่ 

          เมื่อไปเห็นแล้ว ผมสรุปกับตนเอง (ไม่ทราบว่าถูกหรือผิด) ว่ายังดำเนินการภายใต้แนวคิดว่าอุดมศึกษาเป็นภูเขาลูกเดียว   จึงเป็นความท้าทายของ สกอ. และคณะผู้จัดการโครงการ ว่าจะปรับปรุงวิธีทำงานทั้งของโครงการ และของ Congress อย่างไร   จึงจะเป็นไปตามนโยบาย “ภูเขา ๔ ลูก” ด้านอุดมศึกษาที่ประกาศไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว  


          ผมไม่ได้อยู่ร่วมประชุมตลอดทั้ง ๓ วัน  (๒๗ – ๒๙ ส.ค. ๕๒)  หรือจริงๆ แล้วผมไปร่วมเพียงวันแรกครึ่งวัน   จึงไม่ได้เห็นภาพรวมและภาพลึกอย่างเพียงพอ   แต่ก็พอจะทำให้ผมได้เห็นความก้าวหน้าของระบบอุดมศึกษาไทยทั้งระบบ   ว่าเราสามารถพัฒนาขึ้นมาให้มี self-reliance ด้านบัณฑิตศึกษาในระดับหนึ่งแล้ว   จึงมีความท้าทายต่อเนื่องว่าเราจะทำสิ่งต่อไปนี้อย่างไร (“เรา” ในที่นี้หมายถึงประเทศไทย)

   เปลี่ยนความคิด ว่าการทำงาน/สร้างผลงาน ในการสร้างนักวิชาการระดับสูงให้แก่ประเทศ มีหนทางเดียว คือจัดสรรทุนส่งคนเก่งไปเรียนต่อต่างประเทศ   การเปลี่ยนความคิดนี้ต้องเปลี่ยนทุกกระทรวง   เราควรจะคิดได้ลึกซึ้งกว่านั้น


   หาทางใส่กลไกเพิ่มคุณภาพเข้าไปในโครงการมากยิ่งขึ้น   กลไกประเมินอย่างเข้มงวด (critical review) เป็นกลไกหนึ่ง


   ต้องแยกกลไกประเมินวิชาการอย่างเข้มงวด ออกจากกลไกบริหารจัดการ    อย่าใช้คนชุดเดียวกันทำ ๒ หน้าที่   เพราะจะทำให้การประเมินไม่เข้มงวด


   จัดการให้เกิด excellence 4 แบบ   ตามหลักการ/นโยบาย “ภูเขา ๔ ลูก”


   เอาเงินจำนวนหนึ่งไปให้หน่วยงานอื่นจัดการตามเป้าหมายที่ต้องการ   แล้วเอาผลลัพธ์หรือ progress มานำเสนอใน Congress นี้ด้วย   เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านการจัดการ    เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง


   ผมเห็นรายชื่อผู้ได้รับทุนไปศึกษาระดับปริญญาเอกในต่างประเทศ ใน CD ที่แจก   ทำให้นึกได้ว่า ผมเคยได้ข้อมูลจากผู้ได้รับทุนบางคน   ที่แสดงว่าการจัดการความสัมพันธ์กับผู้ได้รับทุนที่กำลังศึกษาอยู่ ยังไม่ดี   ยังน่าจะมีการจัดการคุณค่าของทุนเหล่านี้ให้เพิ่มขึ้นได้อีกมาก   ทุนนี้ยังขาดการจัดการที่ดี เพื่อให้สังคมไทยได้รับประโยชน์คุ้มค่า    มากกว่าแค่ได้คนที่มีปริญญาเอก

          หลังจากฟังท่านเลขาธิการ สกอ. ดร. สุเมธ แย้มนุ่น กล่าวเปิด   ผมเรียนท่านว่า ชื่อโครงการนี้ยาวและจำยาก   น่าจะเรียกว่าโครงการ UDC II จะจำง่ายกว่า    โดยต้องมีคำอธิบายให้เข้าใจว่าในโครงการยุคที่ ๒ นี้   แตกต่างจากยุคที่ ๑ อย่างสิ้นเชิง   คือก้าวหน้ากว่า และเป็นตัวของตัวเองมากกว่าอย่างที่เรียกได้ว่าคนละโลก   และเรากำลังเดินไปสู่ยุคที่ ๓ ที่เราจะยิ่งมี self-reliance และมีความร่วมมืออย่างเท่าเทียม ด้านการพัฒนาบุคลากรอุดมศึกษามากยิ่งขึ้น

          เราต้องใช้โครงการนี้ ส่งสัญญาณความภาคภูมิใจ ในความก้าวหน้าของระบบอุดมศึกษาไทย   ให้สังคมไทยได้รับรู้

          โครงการนี้ ทำกันแบบเงียบเกินไป   ผมเสนอว่า มีดีต้องโชว์   เพื่อเป็นพลังหรือลมส่ง ให้เราทำดียิ่งขึ้น

วิจารณ์ พานิช
๒๘ ส.ค. ๕๒