รุ่น 4 โชคดี ได้ฟังเทศน์จากหลวงปู่ทองใบ

          การไปปฏิบัติธรรมครั้งที่ 2 ปี 51 นี้ หนึ่งลงชื่อไปรุ่นที่ 4 คือรุ่นสุดท้ายของศูนย์มะเร็งอุดรฯ และบังเอิญจริงๆว่าสามลงชื่อไปรุ่นที่ 1 ของโรงพยาบาลหนองหาน (สามเป็นเภสัชกรที่โรงพยาบาลหนองหานค่ะ) และบังเอิญจริงๆว่า รุ่น 4 ของศูนย์มะเร็งอุดรฯ กับรุ่น 1 ของโรงพยาบาลหนองหานนั้น เป็นรุ่นเดียวกันที่ขึ้นไปบนวัดนาหลวงค่ะ ดังนั้น เราสองคนพี่น้องจึงได้ออกเดินทางไปปฏิบัติธรรมพร้อมกันค่ะ งานนี้โรงพยาบาลหนองหานมีจำนวนผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมเยอะกว่าศูนย์มะเร็ง จึงมากันด้วยรถมินิบัส แต่ชาวศูนย์มะเร็งฯ ไฮโซ (คนน้อยกว่า) มารถตู้ อิอิ สามเลยมากะรถตู้ศูนย์มะเร็งค่ะ คิดว่ารถตู้คงพาเราขึ้นไปบนวัดโดยไม่ต้องเดินขึ้นวัดเองอ่ะ อิอิ แต่ที่ไหนได้ พอมาถึงเชิงบันได ที่ควรจะเดินขึ้นกันไป พวกเราไม่ลงเดิน บังคับให้พี่คนขับรถตู้ขับรถขึ้นไปส่งข้างบนซึ่งทางชันมาก ยังไม่ทันถึงไหนก็มีกลิ่นไหม้โชยเข้ามาในรถค่ะ ทั้งๆที่เรากำลังอยู่ในช่วงทางชันมากๆแต่รถไปต่อไม่ได้ พี่คนขับจึงดึงเบรคมือไว้ เพราะถ้าไม่ดึงเบรคมือไว้รถตู้อาจไหลลงเหวข้างหลังแน่ๆ แล้วให้พวกเราลงจากรถด่วน แหะๆ เป็นไงล่ะคะ ด้วยความขี้เกียจเดิน ตกลงว่าได้เดินมากกว่าปกติ คือเราต้องเดินกลับลงไปที่เชิงบันไดที่ผ่านมา และเดินขึ้นไปทางบันได้เหมือนคนอื่นๆอยู่ดีค่ะ อิอิ ขณะที่เราลงจากรถนั้น ก็พบพระอาจารย์เดินลงมาจากเขา(ข้างทางจะเป็นเขาชันๆ อีกฝั่งจะเป็นเหว พระอาจารย์ลงมาจากข้างทางที่เป็นเขาชันๆค่ะ) และมาบอกทางพวกเราค่ะ ว่าต้องไปทางนี้ แล้วพระอาจารย์ก็หายไป พวกเราเดินขึ้นมาบนวัดเหงื่อท่วมตัวเลย และมาพบพระอาจารย์ที่มาบอกทางพวกเรานั่งรอพวกเราอยู่ ง่า...เป็นไปได้ไง แต่พวกเราก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เสมอค่ะ อิอิ ในขณะที่รถเสียและพวกเราต้องเดินกลับไปขึ้นบันได้ข้างล่างนั้น เราก็ถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ เพราะบรรยากาศดี๊ดีค่ะ ใครจะอดใจไหว แถมคงไม่มีใครได้มีโอกาสถ่ายรูปแบบพวกเราแน่ๆจริงป่าวคะ

 

ก็วิวสวยจริงๆนี่คะ เดินเหนื่อยยังไงก็ขอเก็บภาพไว้นิดนึง อิอิ

เดินกันลงมาถึงเชิงบันไดทางขึ้นแล้วค่ะ เก็บภาพกะป้ายนิดนึง อิอิ

          กิจกกรรมบนวัดก็คล้ายๆเมื่อปีที่แล้วค่ะ แต่คราวนี้สนุกกว่าเดิมหน่อยเพราะเรามากัน 2 คนพี่น้อง อิอิ นั่งสมาธิจะให้สงบเหมือนคราวแรกก็ใช้เวลานานอีกนิด แต่ก็มีความสุขดีค่ะ นอกจากกิจกรรมเหมือนครั้งก่อนๆก็ยังมีโปรแกรมธุดงค์ในวันก่อนกลับด้วยค่ะ ในปีแรก พระอาจารย์ให้เราเดินเท้าเปล่า และพบว่าเกิดแผลพุพองกันไปหลายคน ปีนี้พระอาจารย์อนุญาตให้ใส่รองเท้าได้ค่ะ

สามและหนึ่ง วันลาพระอาจารย์กลับค่ะ

ทีมศูนย์มะเร็งฯบังพระอาจารย์กันหมดเลย