วันนี้ไม่มีเพลงเสภา

 

 

 

 

เจ้าลืมนอนซ่อนพุ่มกระทุ่มต่ำ

เด็ดใบบอนช้อนน้ำที่ไร่ฝ้าย

พี่เคี้ยวหมากเจ้าอยากพี่ยังคาย

แขนซ้ายคอดแล้วเพราะหนุนนอน

หนาวสำเนียงเสียงเห่เพลงเสภา

เสน่หาหนหลังแต่ครั้งก่อน

ดูนานนักหนักหนาโอ้อาวรณ์

ไหนจะย้อนกลับคืนมาชื่นใจ

ไม่มีแล้วแนวพุ่มกระทุ่มทิพย์

มีดวงไฟไหววิบวับวับไหว

เสียงเครื่องจักรเครื่องยนต์เครื่องกลไก

เร็วเร็วเข้าเร็วไวไปทำงาน

แหงนมองฟ้าแผ่นฟ้าก็ฟ้าฝาด

ละอองไออากาศก็หยาบกร้าน

ทั้งผู้คนคราคร่ำน่ารำคาญ

ยัดทะนานแน่นอยู่บนรถยนต์

เป็นแถวยืดยาวไปไม่รู้จบ

เสียงนกหวีดกรีดลบกระจายหน

ในหมอกฝ้า ควันฝุ่น น้ำหมุนวน

ที่ริมคูข้างถนนขนาบทาง

บัวเจ้าแย้มยิ้มรับประดับดอก

น้ำแก้วกรอกเกลือกประกายเมื่อสายสาง

ละมุนเหมือนเมื่อวัยเยาว์อันเบาบาง

นอนเท้าคางเคียงกันอ่านวรรณคดี

แล้วแตรรถก็แผดลั่นกระชั้นโชก

โลกทั้งโลกราวจะหล่นลงป่นปี้

ลืมเสียเถิดวันนั้นแม้วันนี้

ปล่อยดนตรีเครื่องจักรมันกินใจ

       

 

จาก เพลงขลุ่ยเหนือทุ่งข้าว  : นาวรัตน์  พงศ์ไพบูลย์