การมีส่วนร่วมของชาวบ้านก็ไม่ใช่ง่ายนะ จะให้ชาวบ้านคิดเองทำเอง บางทีดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย เพราะว่าเขาถูกสั่งให้ทำตามมาตลอด เวลาจะสั่งให้คิดเองมันก็คิดไม่ค่อยจะเป็น เวลาทำประชาคมหมู่บ้านระดมปัญหา หาทางแก้ไข ปรากฏว่าเป็นถนนไปหมดเลย เรื่องเด็ก เรื่องเยาวชน เรื่องการศึกษานี่ไม่สนใจเลย

จากบทเรียนสู่การปฏิบัติ :

การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กบ้านหนองนกปีกกา

     เย็นวันรุ่งขึ้น หลังจากตัวแทนชุมชนกลับจากการศึกษาดูงาน บริเวณใต้ถุนอาคารสถานีอนามัย ตัวแทนชุมชนที่ไปศึกษาดูงาน รวมทั้งปลัด อบต. ซึ่งไม่ได้เดินทางไปด้วยเนื่องจากติดราชการ ได้ประชุมสรุปบทเรียนร่วมกัน

     การพูดคุยกันครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงานแล้ว ยังเป็นการหารือจัดทำข้อเสนอเพื่อการปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นำเสนอต่อที่ประชุมชาวบ้านี่จะมาประชุมร่วมกันในคืนนี้ ต่อจากการประชุมสรุปของทีมศึกษาดูงาน

     สิ่งที่ทีมงานได้เรียนรู้ ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมสำหรับการนำมาปรับปรุงกรทำงานของชุมชน เช่น การเข้าไปช่วยสอนเด็กของผู้สูงอายุในศูนย์เด็กเล็ก, การระดมทุนเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการศูนย์เด็กเล็ก, การเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำอาหารกลางวันของผู้ปกครอง, การปรับปรุงสนามเด็กเล่นโดยใช้วัสดุและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ฯลฯ ซึ่งที่ประชุมมีข้อเสนอหลายประการ ซึ่งหลังจากนำเสนอต่อที่ประชุมชุมชนแล้ว ก็ได้รับการตอบรับ/เห็นด้วย เช่น การเก็บเงินเพิ่มจากผู้ปกครองเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงาน, การให้ผู้ปกครองหมุนเวียนมาจัดทำอาหารกลางวัน, การเชิญผู้สูงอายุมาช่วยสอนเด็ก, การปรับปรุงอาคารศูนย์เด็กเล็กและจัดทำสนามเด็กเล่น

     กิจกรรมแรกที่ชาวบ้านตกลงร่วมกันว่าจะดำเนินการคือ การปรับปรุงอาคารศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งตัวอาคารเดิมเป็นสถานีอนามัยหลังเก่า หลังจากสถานีอนามัยได้อาคารหลังใหม่ อาคารนี้ชุมชนจึงใช้เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ใช้งานมานานหลายปี โดยไม่มีการปรับปรุง

     ชาวบ้านได้หมุนเวียนมาช่วยกันปรับปรุงอาคารกันอย่างแข็งขันอยู่ราว ๑ สัปดาห์ แต่ละวันมีชาวบ้านหมุนเวียนมาไม่น้อยกว่า ๒๐ คน วัสดุต่าง ๆ ส่วนหนึ่งเป็นงบประมาณเหลือจากการใช้อย่างประหยัดของโครงการคาวานเสริมสร้างเด็ก วัสดุบางอย่างจำพวกไม้ที่นำมาต่อเติมได้รับการบริจาคจากชาวบ้านคนละนิดละหน่อย บ้างก็บริจาคไม้ยืนต้นจำพวกไม้เนื้อแข็งที่อยู่ตามหัวไร่ปลายนา ในส่วน อบต.โป่งแดง ได้นำรถยนต์ของ อบต.เป็นพาหนะในการบรรทุกขนส่ง และซื้อหาวัสดุอุปกรณ์จากในเมือง

     นอกจากการปรับปรุงตัวอาคารซึ่งได้รื้อผนังกั้นห้องออก ต่อเติมออกมาจนเต็มพื้นที่ซึ่งทำให้มีพื้นที่ใช้งานเพิ่มมากขึ้นแล้ว เนื่องจากมีข้อตกลงว่าผู้ปกครองเด็กจะหมุนเวียนมาทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็ก แต่ศูนย์ฯ ยังไม่มีห้องครัวสำหรับประกอบอาหาร จึงได้ทำการต่อเติมห้องครัวด้านหลังอาคารด้วย ใช้เป็นที่ประกอบอาหารและเก็บวัสดุอุปกรณ์

     ในระหว่างการปรับปรุงอาคารศูนย์เด็กเล็ก ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้ช่วยกันจัดทำสนามเด็กเล่น ประกอบด้วยเครื่องเล่นต่าง ๆ เช่น ชิงช้า กระดานโยก บันไดเชือก ฯลฯ ซึ่งเครื่องเล่นแต่ละชนิดใช้วัสดุพื้นบ้านที่หาได้ในพื้นที่ ตามแบบที่ได้พบเห็นมาจากเชียงราย

     การทำสนามเด็กเล่นนี้ถือว่าเป็นงานหนัก เพราะพื้นที่ทำสนามเด็กเล่นเป็นที่ลุ่ม น้ำท่วมขัง จำเป็นต้องถมที่ให้สูงพอที่น้ำจะไม่ท่วมขัง ชาวบ้านที่มีรถอีแต๊ก (รถใช้ในการเกษตร) มาช่วยกันไปขุดดินลูกรังมาถมจนเต็มบริเวณหลายสิบเที่ยว

     หลังจากสิ้นสุดการปรับปรุงอาคาร ซึ่งได้อาคารที่ปรับปรุงใหม่ พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางมีห้องครัวสำหรับประกอบอาหาร มีสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นจากวัสดุและภูมิปัญญาพื้นบ้านแล้ว ชุมชนได้ร่วมกันทำบุญเปิดศูนย์เด็กเล็ก นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ เชิญแขกผู้ใหญ่ในจังหวัดมาเยี่ยมชมศูนย์ พร้อมกับการทอดผ้าป่าเพื่อระดมทุนในการพัฒนากิจกรรมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่อไป

     การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ไม่หยุดอยู่แค่เพียงการปรับปรุงอาคาร การก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังได้ปรับปรุงการดำเนินงานของศูนย์เด็กเล็กอกหลายอย่าง เช่น

     -    มีการเก็บเงินจากผู้ปกครองเพิ่มจาก ๓๐ บาท เป็น ๕๐ บาท เพื่อนำเงินดังกล่าวมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็ก

     -    จากเดิมที่ศูนย์เด็กเล็กจ้างเหมาให้แม่ค้าภายนอกทำอาหารกลางวันมาส่งให้ ได้ยกเลิกวิธีการทำอาหารกลางวันดังกล่าว โดยให้ผู้ปกครองเด็กเล็กในศูนย์ฯ หมุนเวียนมาทำอาหารกลางวันวันละ ๒ คน ทุกวัน

     -    เชิญคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านหมุนเวียนมาทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ เช่น เล่านิทาน ร้องเพลง ทำของเล่นให้เด็ก ๆ ในศูนย์ (กิจกรรมอุ้ยสอนหลาน)

     ในส่วนของ อบต.โป่งแดง ได้สนับสนุนอัตราผู้ดูแลเด็กให้กับศูนย์ฯ อีก ๑ อัตรา โดยใช้คนในชุมชน และส่งเสริมให้ผู้ดูแลเด็กไปศึกษาเพิ่มเติม มีการเตรียมแผนรองรับสำหรับการบรรจุผู้ดูแลเด็กเป็นพนักงานของ อบต. ซึ่งจะมีความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น

        

บทบาท ของ อบต. กับผลงานของชุมชน

     นอกจากชุมชนจะได้อาคารศูนย์เด็กเล็กที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่ด้วยน้ำมือของชาวบ้านเอง มีห้องครัวสำหรับการประกอบอาคาร มีสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นหลากหลาย มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของศูนย์ แล้วผลพลอยได้ประการสำคัญของชุมชนที่ได้จากการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ คือความรู้สึกในการเป็นเจ้าของงานพัฒนา

     ความรู้สึกเป็นเจ้าของงานพัฒนา เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในงานพัฒนา เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

     และหากถามว่าความรู้สึกเป็นเจ้าของงานพัฒนาของชาวบ้านเกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบคงหนีไม่พ้นการแสดงบทบาทของ อบต.โป่งแดง ที่สามารถดึงเอาชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

     ...การพัฒนาต่าง ๆ ที่เอาไปให้ชาวบ้านไม่มีอันไหนยั่งยืนสักอัน ไปดูได้เลย โครงการต่าง ๆ อยู่ได้พักเดียวแล้วก็หายไป สักพักเดี๋ยวก็มีอันใหม่เข้ามา...

     ...งานพัฒนาถ้าชาวบานไม่มีส่วนร่วม มันล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว...

     วันชัย กล่าวถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วม และกล่าวเพิ่มเติมว่าการทำงานที่เป็นแบบบนลงล่าง (Top - Down) แบบที่ราชการถือปฏิบัติมาตลอดนั้น ไม่เพียงทำลายการมีส่วนร่วมของชาวบ้านเท่านั้น แต่ได้ทำลายศักยภาพในการคิดของชาวบ้านด้วย

     ...คือการมีส่วนร่วมของชาวบ้านก็ไม่ใช่ง่ายนะ จะให้ชาวบ้านคิดเองทำเอง บางทีดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย เพราะว่าเขาถูกสั่งให้ทำตามมาตลอด เวลาจะสั่งให้คิดเองมันก็คิดไม่ค่อยจะเป็น เวลาทำประชาคมหมู่บ้านระดมปัญหา หาทางแก้ไข ปรากฏว่าเป็นถนนไปหมดเลย เรื่องเด็ก เรื่องเยาวชน เรื่องการศึกษานี่ไม่สนใจเลย...

     ในทัศนะของวันชัยนั้น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนของหน่วยงาน มิใช่เพียงการให้ชุมชนเป็นฝ่ายคิดเองทำเอง แล้วหน่วยงานนั่งรอดูอยู่เฉย ๆ อย่างนั้นเรียกเป็นการทิ้งภาระ ไม่รับผิดชอบ แต่หมายถึงการทำงานแบบเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวบ้าน

    

     กล่าวโดยสรุปแล้วบทบาทในการสร้างการมีส่วนร่วมของ อบต.โป่งแดง สำหรับการดำเนินงานในคราวนี้ คือ

     -    การจัดเวทีเพื่อสำรวจสภาพปัญหา/วิเคราะห์ปัญหา สำหรับกลุ่มย่อยในชุมชน

     -    การจัดเวทีประชาคมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหา รวมทั้งการหาแนวทางในการแก้ปัญหา

     -    การจัดทำโครงการโดยใช้ข้อมูลจากเวที เพื่อขอนรับการสนับสนุนงบประมาณ

     -    การให้คำแนะนำสถานที่ศึกษาดูงานรวมทั้งการประสานงานสถานที่ศึกษาดูงาน

     -    การส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกในระหว่างการศึกษาดูงาน

     -    การทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการกระตุ้นการเรียนรู้ในระหว่างการศึกษาดูงาน รวมทั้งการสรุปบทเรียนหลังจากการศึกษาดูงาน ฯลฯ