สิ่งที่เกิดขึ้นโดยสรุป
ข้าพเจ้ามีเพื่อนคนหนึ่ง รู้จักกันมานานร่วม 5 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ข้าพเจ้าเคยเชื่อว่ามากพอที่จะทำให้เกิดความผูกพัน ความไว้ใจ ความเข้าใจ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นในที่สุด เป็นเหตุการณ์ความเข้าใจผิดที่ทำให้ข้าพเจ้าและเพื่อนมีอันต้องปิดฉากมิตรภาพดีๆ ความเข้าใจผิดในครั้งนี้เริ่มก่อตัวมาจากคำพูดของผู้คนรอบข้างข้าพเจ้า ทั้งคำเท็จและคำยุแยงต่างๆ จนในที่สุดข้าพเจ้าและเพื่อนก็ทะเลาะกันด้วยเหตุผลไร้สาระ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเพื่อนคนนี้ไม่ต้องการจะพูดคุยและเป็นเพื่อนกับข้าพเจ้าอีกต่อไป ข้าพเจ้าเก็บเอามาคิดว่าทำไมคนอื่นต้องพูดในสิ่งที่ไม่จริง ทำไมคนรอบข้างถึงต้องพยายามทำให้ข้าพเจ้ากับเพื่อนต้องแตกแยก ระแวงว่าคนรอบข้างคนอื่นๆก็อาจจะมาทำให้ข้าพเจ้าต้องเจอกับเหตุการณ์นี้อีก คิดว่าเพื่อนคนนี้จะต้องเกลียดข้าพเจ้า คิดว่าตนเองจะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเพื่อนสนิทไปสักคน คิดมากไปซะทุกเรื่อง จนในที่สุดก็เป็นทุกข์ เป็นอย่างนี้ไปอยู่หลายสัปดาห์ จนเมื่อข้าพเจ้าใจสงบขึ้น ก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า ในเมื่อเขาไม่ใส่ใจที่จะฟังคำอธิบาย และไม่ใส่ใจที่จะถามหาความจริง นั่นก็แสดงว่า เขาคงไม่เหลือความเชื่อใจ ไว้ใจ เข้าใจในตัวเราอีกแล้ว คงเช่นเดียวกับความเป็นเพื่อนที่คงเป็นเพียงแค่อดีต เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ล้ำค่า ที่ข้าพเจ้าจะหาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้ผ่านเหตุการณ์นี้มาด้วยตัวเอง เหตุการณ์นี้เปลี่ยนแปลงข้าพเจ้าอย่างไรและให้ข้อคิดอย่างไร ข้าพเจ้าจะกล่าวในหัวข้อถัดไป

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง
ข้าพเจ้าอาจจะดูเป็นคนที่เหมือนจะมีความเป็นผู้ใหญ่ แต่หากใครที่รู้จักข้าพเจ้าจริงๆ หรือหากลองพิจารณาดีๆ จะเห็นว่าบางเรื่องข้าพเจ้ายังคิดและตัดสินใจแบบเด็กๆ ชอบคิดมาก คิดไปจนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ แม้สุดท้ายข้าพเจ้าจะต้องเสียเพื่อนไปหนึ่งคน แต่มันก็ทำให้ข้าพเจ้าได้ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ พยายามใช้เหตุผลมากขึ้น เพื่อที่จะพิจารณาดูว่าสิ่งไหนที่ควรเก็บมาคิด หรือสิ่งไหนที่ควรปล่อยให้ผ่านไป เปลี่ยนจากคนที่เคยโกรธและหงุดหงิดง่าย มาเป็นคนที่ใจเย็นขึ้น นอกจากนั้นเหตุการณ์นี้ยังทำให้มุมมองในการมองเรื่องต่างๆของข้าพเจ้านั้นเปลี่ยนไปอีกด้วย จากที่เคยยึดติดว่าถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วจะต้องเป็นเพื่อนกันตลอดไป แต่ในตอนนี้ข้าพเจ้ามองมันต่างออกไป มีคนมากมายที่จะต้องผ่านเข้ามาในชีวิตเรา คนบางคนอาจจะผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านออกไป เพื่อให้คนเราได้พบเจอกับคนใหม่ๆ
ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์
1. หากเราเลี่ยงที่จะรับรู้หรือยอมรับบางสิ่งบางอย่างที่ใจเรากลัว ความเจ็บความทุกข์ ที่เราแบกรับไว้ จากการปรุงแต่งของหัวใจเราเอง ยิ่งจะทำให้เราเป็นทุกข์มากกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่านัก เพราะไม่มีอะไรที่จะทำร้ายเราได้มากกว่า “ความคิด” ของเราเอง

2. บางทีการปล่อยบางสิ่งให้มันผ่านไป อาจจะดีกว่าการกำสิ่งนั้นไว้ ได้เพียงเศษเสี้ยวที่ไม่สมบูรณ์ เพราะบางสิ่งบางอาจเกิดมาเพียงเพื่อเป็นความทรงจำ

3. เรื่องร้ายๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอาจจะไม่ได้มีแค่ด้านร้ายเพียงด้านเดียว หากเรามองในอีกแง่มุมนึง เรื่องเหล่านี้เป็นเหมือนบทเรียน ที่เตรียมพร้อมเราในการรับมือปัญหาอีกมากมายที่มนุษย์ทุกคนย่อมต้องประสบพบเจอเป็นเรื่องธรรมดา
ควรจะเปลี่ยนสีตัวอักษรเป็นสีที่ เข้มกว่านี้ น่าจะอ่านสบายตากว่า
บางสิ่งบางอาจเกิดมาเพียงเพื่อเป็นความทรงจำ
ชอบคำนี้จัง
ชอบข้อคิดอันที่ 3 เราต้องมองหลายๆด้าน
ขอบใจนะที่ให้พี่ได้อ่านบทความนี้
เพราะว่าชีวิตพี่ตอนนี้กำลังเจอเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิต
จำพี่ตุ้มที่ Orchard ได้หรือป่าว
พี่คบกับพี่ตุ้มเป็นแฟนมา 7 ปีกว่าแล้ว
แต่เมื่อวานนี้พี่ตุ้มหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
โดยที่ทางบ้านเค้าไม่รู้ด้วยว่าหายไปไหน
ส่วนพี่ก็อยู่ทางนี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่พี่เค้าเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้
ว่าขอโทษที่ทำให้พี่ผิดหวัง เสียใจ
บอกว่าถ้ามีคนใหม่เข้ามาก็ขอให้พี่เจอคนดีๆ
แต่ลงท้ายว่ารักพี่เสมอ
ตอนนี้พี่สับสนวุ่นวายไปหมดเลยอ่ะ
พี่ไม่รู้จริงๆ ว่า เกิดอะไรขึ้น และพี่จะทำไงต่อไป
อืมมม
ก้อจริงนะถ้าเค้าไม่ฟังเหตผลของเรา แล้วเราก้บอกเค้าไม่ได้
ก้คงจะไม่เข้าใจกัยต่อไปอ่ะแหละ
ถ้าเป็นผม ก็คงอยากจะพูดกับเพื่อนให้มันจบๆไป
เวลาคิดมากแล้วมันไม่ดีเลยน้า เสียสุขภาพจิตด้วย เสียเวลา สูญเสียโอกาสดีๆที่จะเกิดขึ้น อาจจะพาลไปให้คนรอบข้างเบื่อหนาย ไม่มีความสุขหรอก
ชอบไอ้ข้อคิดที่ได้ข้อสุดท้ายมากมาย
ดี ดี ชอบ ชอบ
โอ้ววววว อาเจ๊....
คือคิดได้ล้ำลึกแท้น้อ แจ๋วๆ
ทุกอย่างอยุ่ที่ความคิด
เขาบอกว่ามา เวลาทุกข์ให้เอามาหาร3
สำหรับเค้าเวลาทุกให้เอาไปคูณ0 อิอิ
เวลาสุข เอาไปคูณ ล้าน
ปล.บทความดีจัง ชอบคะ แง่คิดเยอะดี
"ในเมื่อเขาไม่ใส่ใจที่จะฟังคำอธิบาย และไม่ใส่ใจที่จะถามหาความจริง นั่นก็แสดงว่า เขาคงไม่เหลือความเชื่อใจ ไว้ใจ เข้าใจในตัวเราอีกแล้ว"
โอ๊ย โอ๊ย โดน!!
ปล. Perfect ทุกอย่างแล้วเจ๊ เหมือนงานเขียนพวก ดร. เลย (แม้จะไม่เคยอ่านของพวก ดร. ก็ตาม)
เขียนดีอ่ะ
ก็นะเรื่องเพื่อน
คนที่เคยเจอเหตุการณ์นี้ต่างก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน
มันป็นอะไรที่เศร้าโคตร
ทุกๆสิ่งที่เข้ามา สิ่งนั้นจะออกไป ไม่ว่าจะในแง่ที่ดีหรือร้ายนั่น
สักวันมันจะออกไปจากชีวิตของเราเอง
บางครั้ง บางสิ่ง มันยังคงอยู่ แต่เราเองนั่นแหละ
ที่เป็นผู้เดินจากไปเสียเอง การก้าวข้ามผ่านสิ่งร้ายๆไป
สำหรับบุคคลที่ผ่านมันไปได้ จะรู้สึกได้ถึงความสุขที่มีอยู่
และรู้สึกได้ถึงความเข้มแข็ง ความอ่อนแอของตน
น้องดีใจที่พี่ผ่านสิ่งร้ายๆไปได้ แต่สิ่งร้ายนั่นก็คืออุปสรรค
ในวันข้างหน้าต้องเจออุปสรรคอีกมากมาย
น้องเชื่อว่าพี่ต้องผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้อย่างแน่นอน
น้องจะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ^^
ไม่มีใครที่ไม่มีความทุกข์ ความสุขก็เช่นกัน เพียงเเค่มองหาในแง่มุมบวกทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี ชอบความคิดที่ 3
อ่านแล้วเป็นซึ้งๆ
คำคมข้อ 1- 3
สู๊ดดดด ยอดเลย
ซึ้งอะ
พี่คิดหรอเนี่ยย
สุดๆอะ
:))
อืม..พี่ก็เคยเป็นเหมือนกัน
เพื่อนก้ไม่ได้ถามว่าเราเป็นอะไร..เราก็เงียบ ไม่พูด และเหินห่าง
จนถึงจุดที่เพื่อนทนไม่ไหว...เค้าก็บอกว่าเค้าอยากจะขอโทษในสิ่งที่เค้าอาจจะไม่ได้ทำ และยังบอกว่า พี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่เค้าเคยมีมา....อ่านะ ซึ้งเลย...
ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกัน แต่ก็ไม่เหมือนเดิม..นั่นแหละข้อคิดที่วิเศษมาก..
จงไว้ใจ เชื่อใจ และวางใจเพื่อน..เหมือนที่เพื่อนทำกับเราเสมอ
บทความของน้องก็ใช้ได้ทีเดียว ถ้าฝึกเขียนบ่อยๆรับรองดีขึ้นขั้นเทพแน่น้องเรา
สู้ๆจ้า
โอ้วเจ๊หนุ่น
ชอบมากเลย ยย
^_______^
ไม่มีอะไรที่จะทำร้ายเราได้มากกว่า “ความคิด” ของเราเอง
โดนเลย^^
ช่ายยยย!!
ทุกอย่างอยุที่ความคิดของเรา
ชอบๆๆๆ
^^~
อ่านแล้วทำให้คิดได้ว่า แค่การทะเลาะกันครั้งเดียว
ก็สามารถทำให้เสียมิตรภาพไปได้อย่างง่ายดาย
ผิดกับมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นจากความผูกพันธ์เป็นเวลานาน
โลกแห่งความเป็นจริงยังมีเรื่องให้เราได้เรียนอีกมากมาย
สู้ต่อไปเพื่อวันข้างหน้า Fight!!!
เจ๋งดี!!
โฮ้โห
สุดยอดอ่ะ
อิอิ+