ชิวิตเดินป่า กินอิ่มนอนอุ่นถือเปฯบุญมหาศาลแล้ว

      อากาศยามรุ่งอรุณที่ "อกาลิโก"*หนาวยะเยียบเย็นยะเยือก จนหลายคนต้องใช้ถุงนอนคลุมหัว  คนที่หลับเต็มอิ่มแล้ว ก็ลุกขึ้นไปจัดการกับอนามัยส่วนบุคคล   แต่บางคนก็ยังพิศมัยอากาศอยู่ในถุงนอน ปูล่า หัวหน้าทีมพยาบาลปลุกให้ทุกคนลุกขึ้น เพราะแผนการเคลื่อนไหวในวันนี้ ตามที่"ชันชี"* กันไว้เราจะขึ้นไปกินข้าวเที่ยงทียอดเขาพ่อตามังเคร  อาหารเช้าที่ทำการป่าต้นน้ำ ฝีมือคุณ "ขบเพ" มีไข่หลงดงผักเหลียง* ทุกคนตามอัธยาศัยบ้างก็กินกาแฟเช้า บ้างก็กินข้าวเช้า แต่หนุ่มต้นน้ำบางคน ไม่กินกาแฟ  ไม่กินข้าว แต่หันไปหา"เหล้าเช้า" 

P9030016

  เสร็จแล้วก็แนะนำผู้ร่วมทาง โดยคุณขบเพ มีบ่าว ยาว บ่าวเชษฐ์ และบ่าวธิป ผู้มีใบหน้าเหมือนคล้ายกับคนดังแห่งปี 46 คือหนุ่ม บอล ภราดร ศรีชาพันธ์ คุณขบเพ บอกว่าเขาเป็นญาติกับภราดร *เฒ่าพัลุงได้ที อำกลับไปว่า หนุ่มนี้ ชื่อเล่นว่า "อ้อดิบ"พาราเล ศรีกาแฟพันธ์*  เป็นที่ถูกใจ เจ็ดสาวลุง   

 

P9030018

10 .00 น.ล้อรถเคลื่อน เส้นทาง เดินขึ้นเขา 4 -5  ชั่วโมง ถือว่าเด็กๆ สำหรับ ปูล่า กับหมั่นโถ  แต่อีก ห้าสาวคงต้องดูกันตอนเดิน  เดินไปถึงนาควน* ครึ่งทาง สาว นีอาการหน้าเป็นห่วง ต้องเดิน รอ หนุ่มเชษฐ์ หันมาเห็น เรียกบ่าวยาว บอกว่า ดาวเคราะห์ ขึ้นกลางวันเล่าบาวเหอ*แล้วเดินย้อนลงมาไม่พูดจาแกะเป้ออกจากหลังสาวนี เอามาเป้ไว้ข้างหน้าตัวเดินนำหน้าหายไป  ข้างทางมีต้นไม้ถูกถากเปลือกออกเป็นทางยาง เฒ่ายืนพิจารณา ด้วยความสงสัย บ่าวยาวแก้ข้อสงสัยให้ บออกว่าเป็นต้นเม่าเหล็กเอาเปลือกไปดองกับรวงทองธารา*สักชั่วโมงได้ผลแก่คนที่กินเหล้าเพราะเป็นยาแก้เข็ดเมื่อยดีนักแล  เสียงสาวๆที่เดินนำหน้าเฮกันว่าถึงแล้ว 

   เที่ยงกว่า ๆ เราก็มาถึงยอดพ่อตามังเคร  นั่งพัก นั่งมองจากจุดที่ไปยังยอดเขาพ่อตาโชงโดงที่สูงกว่ายอดที่เรามาพัก หมอกปกคลุมเต็มยอดเขาพอหมอกจางลอยผ่านจากยอดแหลมมองดูคล้ายเคราใต้คางบินลาดิน   จัดการช่วยกันผูกเปลกางเต้นท์แล้วกินข้าวที่เลยเวลาเที่ยง     ฟ้า ปิด อาทิตย์อับแสง ลมแรงขึ้นตามอากาศที่เย็นลง   มีแต่หมอกลอยอ้อยอิ่ง เยามลอยผ่านตัวเหมือนจับต้องได้ 

  เฒ่าปลีกวิเวก ถือกล้องไปที่จุดชมวิว มองไปฝั่ง ระนอง เกาะพยามมองเห็นอยู่ไม่ไกล ปลายฟ้าทักทายกับเวิ้งน้ำอันดามัน หันกลับมาอีกด้านต้นไม้ใหญ่เห็นยอดลิบ นกเงือกไร้คู่บินมาเดียวดาย ไปยังยอดพ่อตาโชงโดง  ธรรมชาตินกเงือกจะบินเป็นคู่ แต่วันนี้เงือกไร้คู่บินเดียวคาย คงตั้งหน้าบินไปหาคู่ เหมือนไครบางคนที่ในหมู่เจ็ดสาวน้อยที่กำลังหาคู่กันอยู่  

P9030020

 

   ยามหมุ๋งหมิ๋ง* มัวซัว น้ำค้างลงกล้องเปลียกชื่น ขึ้นไปสมทบ ทานอาหารเย็น ฝีมือคนต้นน้ำ  ค่ำแล้ว กองไฟคือผ้าห่มคนเดินทาง นั่งล้อมวงสนทนา เล่านิทาน ทายปัญหา ตามมุกที่ทุกคนพกมา   ปูล่าบอกว่า"บังระวังมุกบ่าวเษฐ์" เฒ่าตอบกลับไปว่าไม่ต้องห่วงเพราะพกกล้วยหักมุกมาจากบ้านแล้ว

ตกดึกหลายคนหลับไหลไปกับความเหนื่อยเพลีย  แต่ก็ยังมีไครบางคนคอยเติมเชื้อใส่ไฟให้ความอบอุ่นยามดึก ชิวิตเดินป่า กินอิ่มนอนอุ่นถือว่ามีบุญมหาศาลแล้ว.....

."บ่าวยาวสุมไฟไล่ลมหนาว 

เชษฐ์นั่งกินเหล้าอยู่ข้างข้าง

หมั่นโถผูกเปลนอนขวางทาง

 สาวตุ้มชวนเฒ่านับดาวดึก"

กับอีกคืนหนึ่งของชิวิตแม้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ มีสุขภาพ มีกำลัง มีเวลา รีบไขว่คว้าอย่ารอรี อย่ารอให้มีเวลาแต่ไม่มีสุขภาพ ก็คงไม่มีโอกาสมาสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามของเมืองไทย 

  รุ่งเช้ากินข้าวเช้าเสร็จ ก็อำลาพ่อมังเคร เตรียมสัมภาระกันดูวุ่นวาย เหมือนความหมายที่ว่า "เวลาอี้ไปเหมือนไก่อี้บิน เวลาอี้มาเหมือนห่าอี้กิน"เฒ่านั่งอาลัยพ่อตามังเครเป็นคนสุด้าย แล้วยกมือวันทาขอลา

 "พ่อเอ๋ยพ่อตา 

 สิบนิ้ววันทาขอลาแล้ว 

 ลายอดโชงโดง ลาจีนจอด ลายอดเขาแก้ว  

 ลาทิวแถวมังเคร ลาเลนอง

 ลาน้ำค้าง ลาสายหมอก ลาภูสูง 

 ลานกเงือกทั้งฝูงที่บินผ่าน 

 ลาเถ้าถ่านกองไฟให้ไออุ่น

ขอขอบคุณได้พึ่งพา ชาวเมืองลุงขอลาเอย"

P9030021

*อกาลิโก    =ศาลากลางน้ำ สถานที่ไม่จำกัดเวลา  

*ชันชี   = ตกลง 

*ไข่หลงดงผักเหลียง  = ผักเหลียงผัดไข่   

*อ้อดิบ   =ต้นคล้ายกับต้นบอนใช้ทางสดๆปลอกเปลือกจิ้มน้ำพริก

  *ภราดร ศรีชาพันธ์ = พาราเล ศรีกาแฟพันธ์  

*ดาวเคราะห์ = มีเคราะห์เพราะรับภาระเพิ่ม  

*รวงทองธารา = เหล้าพื้นบ้านภูมิปัญญาพ่อเฒ่า

 *หมุ๋งหมิ๋ง=  ยามย่ำค่ำ 

* นาควน = ขึ้นไปบนเขา บนภู มักมีที่ราบบนที่สูงเรียกว่านาควน (อ่านว่า นา ควน

* เวลาจะไปเหมือไก่จะบิน =  พรึบพรับ ๆ   

*เวลาจะมาเหมือนห่าจะกิน =เหงาหงอย(หง๋องเหมือนนกหมายับ)