ชีวิตหนึ่งแม้จะสั้นเพียงสองปี หรืออาจยาวนานเป็นร้อยปี ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าอยู่แล้วจะทำอะไร ดังนั้นชีวิตที่เหลืออยู่จงทำให้มีค่า อยู่มีคนรัก จากไปมีคนอาวรณ์ ต้องไม่เกิดเปล่าตายเปล่า

"ชะตาชีวิต--เราลิขิตเอง"

         ในอดีต...ข้าพเจ้ามีความเชื่อเสมอว่า ชีวิตของเราถูกลิขิตไว้แล้ว  ดังนั้นจงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขอย่าได้คิดอะไรให้ไกลกว่านั้นเพราะอนาคตเราถูกลิขิตไว้แล้ว  มันจึงเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับข้าพเจ้าที่จะให้ความสำคัญกับ "การดูดวง"

         หากจะหาใครสักคนที่คลั่งไคล้การดูดวงอย่างหนัก  ข้าพเจ้าคือหนึ่งในนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเสี่ยงเซียมซี  การดูลายมือ  การทำนายกราฟชีวิต การดูไพ่ยิปซี แม้กระทั่งไพ่ป๊อก เชื่อหรือไม่ว่าข้าพเจ้าดูมาแล้วครบทุกประเภท  โดยเฉพาะอย่างยิ่งไพ่ยิปซีที่ต้องดูแทบจะทุกๆ3 เดือนเลยก็ว่าได้  ดังนั้นหากจะกล่าวว่าข้าพเจ้างมงายการดูดวงคงจะไม่ผิดนัก

         แต่แล้ววันหนึ่งความคิดของข้าพเจ้าก็เปลี่ยนไป  เพราะหนังสือเล่มหนึ่ง  หนังสือเล่มนั้น คือ วรรณกรรมชื่อดังที่ติดอันดับขายดีเรื่องหนึ่ง  คือ  หัวขโมยแห่งบารามอส...

         หากคุณเป็นหนึ่งในบุคคลที่คลั่งไคล้นิยายแนวแฟนตาซีเชื่อได้เลยว่า หัวขโมยแห่งบารามอส ต้องเป็นเรื่องหนึ่งในหัวใจของคุณแน่นอน  เพราะนอกจากจะมีเนื้อหาที่สนุกสนาน น่าติดตามแล้ว  สำนวนภาษาที่ใช้ก็ยังเข้าใจง่าย  ที่สำคัญที่สุดหนังสือเล่มนี้ยังแฝงข้อคิดเนื้อหาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านทั้งนั้น  ซึ่งเนื้อเรื่องโดยย่อของเรื่องนี้ คือ  เจ้าตัวยุ่งเฟริน หัวขโมยแห่งบารามอสจำต้องเข้าไปศึกษาในโรงเรียนพระราชาตามแผนการของผู้เป็นพ่อ เรื่องราววุ่นวายมากมายจึงตามมาอย่างไม่คาดฝัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบังเอิญได้ล่วงรู้ความลับของของวิเศษทั้ง 4 ...

       หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือชุด 4 เล่มจบบริบูรณ์  โดยเนื้อหาที่ข้าพเจ้านำมาเสนอนี้อยู่ในเล่มที่ 2 คือ หัวขโมยแห่งบารามอส ตอน คฑาแห่งพลัง กล่าวคือ...

       ในตอนหนึ่งของหนังสือกล่าวไว้ว่า  "ช่างเถอะฮะ ชีวิตตัวเอง ขอตัวเองลิขิดเองดีกว่า อะไรจะเป็นก็ให้มันเป็นขืนให้ผมรู้ว่าอนาคตจะดีอย่างโง้นอย่างงี้ คนขี้เกียจอย่างผมคงเอาแต่นอนตีพุงสบาย ไม่เอาดีกว่า" และอีกตอนหนึ่ง "ช่างเถอะท่านอา ชีวิตหนึ่งแม้จะสั้นเพียงสองปี  หรืออาจยาวนานเป็นร้อยปี ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าอยู่แล้วจะทำอะไร ท่านอาวางใจเถอะถึงชีวิตผมจะสั้น ผมจะทำชีวิตให้มีค่า อยู่มีคนรัก จากไปมีคนอาวรณ์ หนึ่งวันของผมจะมีค่าเท่าหนึ่งปี ทุกวันของผมจะมีค่า ทุกนาทีของผมต้องมีความหมาย ต้องไม่เกิดเปล่าตายเปล่า" 

        ซึ่งในตอนนั้นที่ข้าพเจ้าได้ติดตามเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นมาโดยตลอดและได้คิดตามไปด้วยทำให้ข้าพเจ้าเกิดคิดขึ้นมาได้ว่า  อนาคตข้างหน้าเป็นสิ่งไม่แน่นอน  แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เรา คือผู้กำหนดมันเอง  ไม่ว่าจะสิบหมอดู  ร้อยคำทำนาย  ก็ไม่อาจเป็นผลสำเร็จได้หากเราไม่ลงมือทำ 

        ประสบการณ์การอ่านในครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ของข้าพเจ้าอย่างแท้จริง  จากคนที่งมงายอยู่กับการดูดวง  กลายเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะกำหนดชีวิตตนเอง

ข้อมูลอ้างอิง

       หนังสือ หัวขโมยแห่งบารมอส  โดย  rabbit  สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์

       http://www.sun-tree.net/