เทคนิคการจัดการกับข่าวลือในองค์กร
ข่าวลือที่เกิดขึ้นในองค์กรของเราส่วนมากแล้วมักจะเป็นข่าวลือเชิงลบ (Negative Rumor)มากกว่าข่าวลือเชิงบวก (Positive Rumor) เพราะธรรมชาติของคนมักจะรับรู้และสนใจสิ่งที่เป็นลบของผู้อื่นมากกว่าสิ่งที่เป็นบวกในทางกลับกันคนมักจะอยากรับรู้ รับฟัง สิ่งที่เป็นบวกของตัวเองมากกว่าสิ่งที่เป็นลบและสิ่งที่มักจะพบเห็นกันอยู่เสมอคือข่าวลือในเชิงลบนี้มีความไวในการสื่อสารสูงมาก แหม!! พอเผลอแพล๊บเดียวรู้กันทั่วทั้งองค์กรแล้ว บางครั้งต้นตอของข่าวลือยังพูดไม่ทันจบเลยต้นข่าวแพร่กระจายไปทั่วองค์กรแล้วบางครั้งผู้บริหารที่นั่งประชุมกันในห้องประชุมยังไม่ทันออกจากห้องประชุมเลยหลายคนทราบผลการประชุมแล้วว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
ข่าวลือเปรียบเสมือนไฟที่มีทั้งคุณและโทษทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถบริหารมันได้ดีเพียงใดการที่เราจะดับไฟได้นั้นเราจะต้องเข้าใจองค์ประกอบของไฟก่อนว่ามีอะไรบ้าง เช่นเดียวกันกับการข่าวลือที่เราจะต้องศึกษาทำความเข้าใจที่มาและธรรมชาติของข่าวลือก่อนก่อนที่จะวางแผนจัดการกับมันคะ คุณณรงค์วิทย์ แสงทอง ได้กล่าวไว้ในเรื่องของธรรมชาติข่าวลือว่า...
- ข่าวลือมีสาเหตุบางอย่างที่เป็นเชื้อเพลิงของข่าวลือ เช่นความไม่ชัดเจนของข้อมูลข่าวสาร การเจตนาปิดบังข้อมูลข่าวสารสถานการณ์บางอย่างที่ล่อแหลมหรือสถานการณ์ที่ผิดปกติ
- เมื่อเกิดข่าวลือขึ้นการแพร่กระจายจะมีความรวดเร็วมากเหมือนกับการโยนก้อนหินลงในน้ำแรงกระเพื่อมของน้ำจะกระจายออกเป็นวงกลมกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ข่าวที่พูดกันปากต่อปากมักจะมีการผสมบางส่วนเข้าไป ตัดบางส่วนออกบางส่วนก็เบี่ยงเบนไปจากต้นตอของข่าวลือ
- ข่าวลือจะจางหายไปเมื่อคนหมู่มากรับทราบแล้วหรืออาจจะจางหายไปเร็วถ้าข่าวลือนั้นไม่ได้รับการกระจายต่ออาจจะเกิดจากข่าวไม่น่าสนใจ เป็นข่าวลือเก่าที่นำมาปัดฝุ่นใหม่
- ยิ่งพยายามดับข่าวลือมากเท่าไหร่ ความแรงของข่าวลือนั้นจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นเหมือนกับการที่เราเป่าลมเพื่อให้ดับไฟมากเท่าไหร่ ไฟจะยิ่งลุกมากขึ้นเท่านั้น
เห็นไหมคะว่าเมื่อเราได้เข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของข่าวลือแล้วคุณณรงค์วิทย์ จึงได้ให้ข้อแนะนำวิธีการจัดการเพื่อบริหารข่าวลือภายในองค์กรด้วยเทคนิคต่างๆ ดังนี้คะ
- เก็บกวาดบ้านหมายถึงการเคลียร์เชื้อเพลิงที่ล่อแหลมต่อการเกิดข่าวลือซึ่งส่วนมากเชื้อเพลิงของข่าวลือมักจะเกิดจากจุดอ่อนของระบบการสื่อสารภายในองค์กรที่ไม่ดีจึงต้องมีการอุดรอยรั่วดังกล่าวด้วยวิธีการสื่อสารแบบต่างๆ เช่นการมีบอร์ดประชาสัมพันธ์ เสียงตามสาย ผู้บริหารรับประทานอาหารกับพนักงานมีการประชุมชี้แจงข่าวสารทุกเช้าก่อนเริ่มงาน
- ลดแรงกดดันต้องหาช่องทางให้คนได้ระบายความในใจบ้างเพราะถ้าไม่มีช่องทางให้กับเขา สิ่งที่จะเป็นช่องทางได้ก็คือการพูดคุยกับคนอื่นบางครั้งการระบายความเครียดนั้นอาจจะเป็นต้นเหตุของการเกิดข่าวลือขึ้นมาก็ได้ดังนั้น จึงขอให้หาวิธีการในการลดความเครียดของคนในองค์กรโดยวิธีการต่างๆ เช่นมีกล่องรับความคิดเห็น มีศิราณีนิรนามคอยให้คำปรึกษาปัญหาต่างๆ
- สร้างข่าวลือถ้าองค์กรใดไม่มีข่าวลือเลย แสดงว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นเพื่อให้องค์กรมีชีวิตชีวาเราจึงต้องบริหารข่าวลือเชิงรุกนั่นก็คืออย่ารอให้ข่าวลือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เราต้องสร้างข่าวลือขึ้นมาเองเพราะข่าวลือที่เราสร้างขึ้นมาเราสามารถควบคุมได้เราสามารถวิเคราะห์ผลกระทบไว้ล่วงหน้าได้บางครั้งข่าวลือที่เราสร้างขึ้นมาอาจจะช่วยเสริมบารมีให้กับผู้บริหารได้เช่นกัน
- ข่าวชนข่าวข่าวลือบางข่าวเราไม่สามารถระงับได้ ดังนั้นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ข่าวลือนั้นสงบลงไปคือการสร้างข่าวลือใหม่ที่มีความน่าสนใจกว่าสอดแทรกเข้ามาหรืออาจจะใช้ข่าวลือที่เราสร้างขึ้นมาเบี่ยงเบนประเด็นของข่าวลือที่กำลังเกิดขึ้นเพราะบางครั้งข่าวลือบางประเภทจะเป็นชนวนลุกลามไปสู่ข่าวลือใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมได้ดังนั้นกลยุทธ์การเปลี่ยนทิศของข่าวลือด้วยข่าวลือใหม่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูง
ขอให้เพื่อน ๆ พึงจำไว้เสมอนะคะว่าข่าวลือไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไร้สาระแต่เป็นสัญญาณเตือนถึงอุณหภูมิภายในองค์กรของเราได้เป็นอย่างดีเพราะการมีข่าวลือนั้นส่วนหนึ่งเกิดมาจากระบบการสื่อสารภายในองค์กรที่ขาดประสิทธิภาพรวมถึงทัศนคติของพนักงานที่กำลังเอนเอียงไปทางลบมากว่าทางบวกอีกด้วยคะ

ข่าวลือย่อมเป็นข่าวลือวันยังค่ำ แต่ระวังไว้ก็ดีนะ
เรียนท่านอาจารย์โมเมย์ คนไทย ชอบอะ ข่าวลือ นี่ แปลก แต่ จริง
มีข่าวลือ ผมนำเอามาเล่าลือในที่ประชุมครับ
ตามที่มีข่าวว่า...........
เรื่องนี้ มันเป็นอย่างนี้ครับ........
พวกเราว่าอย่างไร................
ทุกคนชอบทั้งนั้นแหละค่ะข่าวลือ...ยิ่งลับเท่าไหร่ยิ่งอยากจะรู้...
นี่คือมนุษย์..
เรียน ท่านอาจารย์ JJ
..แปลก แต่จริงด้วยคะ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงเหมือนกันนะคะ เฮ้อ..
เรียน ท่านอาจารย์วิชชา
สำหรับข่าวลือแล้วถ้าหากเรานำมาปรึกษากันในที่ประชุมนั่นย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วนะคะ เพื่อที่เราจะได้หาทางแก้ไขหรือร่วมกันหาทางปรับปรุงคะ ข่าวนั้นจะได้ไม่ต้องอยู่กับความสงสัยขององค์กรเราคะ
ข่าวลือสร้างกระแสรึปล่าว!