เด็กจะดีได้...ได้ดีเพราะมีครู

Vij
  หากจะสั่งสอนศิษย์ให้เป็นอย่างที่ตนหวังเคยปลูกฝังใส่อะไรให้ศิษย์บ้าง น้ำที่รดแต่ละหยดมาจากใจหรือจากไหน มีดตัดกิ่งตัดใบคมพอแล้วหรือยัง เคยพรวนดินใส่ปุ๋ยให้เขาเท่าไรกัน หากต้องการให้ศิษย์นั้นดูงามตา   

          ไม่ได้มีประสบการณ์ในการสอนมากมายนัก แต่ด้วยความที่เป็นนักศึกษาอาชีวะมาก่อนและชีวิตค่อยข้างจะผูกพันเกี่ยวข้องอยู่กับวงการการศึกษามาตลอด จึงมองภาพลักษณ์ของนักศึกษาอาชีวะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด อาจจะโชคดีที่ตนเองจบมาทางด้านจิตวิทยาการศึกษาด้วยกระมังถึงได้เข้าใจความเป็นไปในธรรมชาติของเด็ก

          เคยป้อนคำถามถามตนเองทุกครั้งเมื่อจิตอยู่ในความสงบ ว่าทำไมในโลกกว้าง ๆ ถึงมีคนมองภาพลักษณ์นักศึกษาอาชีวะแคบจนเกินไป แล้วทำไมภาพลักษณ์ที่เขาเห็นจึงเป็นเช่นนั้น เกิดคำถามมากมายให้ได้คิด ซึ่งเป็นความรู้สึกผิดแผกแตกต่างจากตนมอง อาจเพราะด้วยความเป็นเด็กช่างมือซ้ายถือไม้ที มือขวาถือแชลง จึงทำให้ภาพลักษณ์กลายเป็นกุ๋ยข้างถนนหรืออย่างไร แต่ในความเป็นนักศึกษาเด็กก็คือเด็ก ยังมีจิตใจของความรักดี มีใจใฝ่เรียนรู้ มีความอ่อนไหวต่อสิ่งรอบข้าง และมีบางอย่างเหมือน ๆ กับเด็กทั่ว ๆ ไป

          ความเป็นจริงกฎของธรรมชาติมีขาวก็ต้องมีดำ มีมืดย่อมมีสว่าง เหรียญย่อมมีสองหน้าเสมอ คนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างไรย่อมมีมุมมืดและมุมสว่างของชีวิตเช่นเดียวกัน หากเมื่อมองลงไปถึงจิตใจข้างในเด็กก็ยังคงเป็นผ้าขาวที่ใสและบริสุทธิ์ ไม่มีรอยเปื้อนหมองใด ๆ ให้ได้เห็น หากแต่อยู่ที่การหล่อหลอมเติมแต่งแต้มสีสันลงไปหนักเบาแล้วแต่มือครูจะลงสี

          บ่อยครั้งที่ตนมองกลับพบว่า หากต้นไม้ต้นหนึ่งปลูกไว้ที่หน้าบ้านมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน รดน้ำ พรวนดิน และใส่ปุ๋ยให้พอเหมาะ พืชนั้นย่อมงามตาเมื่อได้ยล เก็บเกี่ยวผล ดอกใบให้ได้กิน ยังอาจเป็นที่ชื่นชมของเหล่าบรรดาผู้พบเห็น แต่หากต้นไม้ต้นหนึ่งไซร้ปลูกไว้แต่กลับไม่เหลียวแล ย่อมเป็นธรรมดาที่ต้นไม้จะเหี่ยวเฉา ภาพสะท้อนจากต้นไม้ที่ได้ยลย่อมก่อเกิดคำถามตามมาได้มากมาย เป็นเพราะความไม่เอาไหนของต้นไม้หรือเป็นเพราะความไม่ใส่ใจของคนปลูก เป็นคำถามที่รอคำตอบจากคุณครูว่าที่เป็นอยู่ทำดีกันแค่ไหน หากจะสั่งสอนศิษย์ให้เป็นอย่างที่ตนหวังเคยปลูกฝังใส่อะไรให้ศิษย์บ้าง น้ำที่รดแต่ละหยดมาจากใจหรือจากไหน มีดตัดกิ่งตัดใบคมพอแล้วหรือยัง เคยพรวนดินใส่ปุ๋ยให้เขาเท่าไรกัน หากต้องการให้ศิษย์นั้นดูงามตา เหล่าบรรดาผู้พบเห็นได้ชื่นใจ ทั้งหมดนี้ไซร้อยู่ที่ใครกัน หากภาพนั้นย่อมสะท้อนถึงตัวครูผู้สั่งสอน 
 
  

          ให้ – เมื่อเขาขอ เป็นการดี
          ให้ – โดยความเข้าอกเข้าใจ แม้เขาไม่ได้ขอเป็นการดีขึ้น
          และเมื่อศรัทธาจะให้, เที่ยวเสาะหาผู้ควรได้รับ,
          เป็นความบันเทิงใหญ่ยิ่ง ยิ่งกว่าการให้เสียอีก

          It is well to give when asked, it is better
          to give unasked through understanding;
          And to the open-handed, the search for one
          who shall receive is joy greater than giving.

                                                                   The Prophet.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน psychology

คำสำคัญ (Tags)#การเรียนการสอน#ประสบการณ์#กฎธรรมชาติ

หมายเลขบันทึก: 29442, เขียน: 18 May 2006 @ 19:13, แก้ไข, 06 Sep 2013 @ 17:23, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 41, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (41)

น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 18 May 2006 @ 20:01

หนูก็เป็นนักศึกษาอาชีวะ เหมือนกัน เรียนตั้งแต่ ปวช.และปวส. ค่ะ ตอนเรียนอาชีวะ  เข้าใจจุดนี้เหมือนกันค่ะอาจารย์   เพราะจะโดนดูถูกจากสายตาของคนรอบข้างเป็นอย่างมาก  ทั้ง ๆ ที่เราจัดได้ว่าเป็นเด็กตั้งใจเรียนคนนึงนะค่ะ  แต่ทำไมคนภายนอกถึงมองพวกเราแบบนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน  จนถึงทุกวันก็ยังไม่เข้าใจเลยค่ะอาจารย์...   หนูอยากให้ทุก ๆ คนหรือสังคมเข้าใจบ้างว่า เด็กอาชีวะที่ดี ๆ ก็มีนะค่ะ   การเลือกเรียนสายอาชีพไม่ใช่ว่าเค้าจะเป็นเด็กไม่ดีหรือใจแตก  แต่เป็นเพราะอยากเรียนและความจำเป็นบางอย่าง  เพื่อให้สามารถจบแล้วทำงานได้ทันที  โดยไม่ต้องเรียนต่อในระดับปริญญาตรี เพราะฐานะทางบ้านไม่ดี  (นี่ก็เป็นอีกเหตุผลนึงของนักศึกษาหลายคนที่เลือกเรียนสายอาชีวะ)  หนูอยากให้สังคมเข้าใจและยอมรับนักศึกษาอาชีวะบ้างค่ะว่าเด็กดี ๆ ก็มีเหมือนกัน... เหมือนกับคนในสังคมที่มีทั้งคนดีและคนเลว  ไม่อยากให้เหมารวมกันว่าเด็กเทคนิค หรือเด็กอาชีวะ เรียนแล้วจะต้องเป็นเด็กเกเร เสมอไป !!

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ที่เข้าใจหนูค่ะ  อย่างน้อยก็มีอาจารย์คนนึงหล่ะที่เข้าใจหนูค่ะ....

http://gotoknow.org/panarat

 

-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 18 May 2006 @ 21:46
  • และแล้วเด็กอาชีวะอย่างน้องนิวก็มาเรียนปริญญาเอก สถานศึกษาไม่ใช่ที่กำหนดว่าเราจะดีหรือร้าย เป็นเพียงแต่ว่าเราเข้ามาแล้วหาความรู้ได้มากเท่าไร
  • ชอบข้อความภาษาอังกฤษข้างล่างครับ
  • เห็นดอกบานไม่รู้โรย(ดอกคุณหยี)แล้วคิดถึงวันไหว้ครู คิดถึงคุณครูเก่าๆครับ
vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 18 May 2006 @ 22:34

เห็นด้วยกับคุณ "ขจิต" ค่ะ ว่าสถานศึกษามิใช่ตัวกำหนดว่าเด็กจะดีหรือร้าย สถานศึกษาไหน ๆ ก็ให้ความรู้กับนักศึกษาทั้งน้นอยู่ที่ว่าเราจะเก็บเกี่ยวไปได้มากแค่ไหน

หากแต่ได้ฟังข่าวเรื่องเด็กอาชีวะชกต่อยตบตี บอกตรง ๆ ว่าเกิดอาการไม่พอใจทันที เพราะทุกครั้งที่เสนอมีแต่ภาพลบทั้งนั้น สิ่งดี ๆ ไม่เคยนำเสนอให้เห็น ด้วยความที่เราเป็นเด็กอาชีวะมั้งค่ะ อย่างที่น้องนิวลง คห. ค่ะ พี่เห็นด้วยทุกอย่างเลือดรักสถาบันมันแรงค่ะ "ปลาเน่าหนึ่งตัวเหม็นทั้งแข่ง" แต่ในความเป็นจริงปลาส่วนใหญ่ไม่ได้เน่าและก็ไม่ได้เหม็น

ให้รู้ตัวว่าเรามาเรียนเพื่ออะไร ใครมองอย่างไรช่างเขา เรามาเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ เท่านี้ก็เป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเราเอง

 

JJ
IP: xxx.121.176.44
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 04:15

 Teacher เรียนท่านอาจารย์วิจิตรา

 เห็นด้วยครับ แต่

 "ครูจะ ดีได้ และ ได้ดี ก็ต้องมีศิษย์" เช่นกันครับ





วิสาขบูชา
IP: xxx.172.177.131
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 09:46
put the right man on the right job คำนี้นานแล้วนะคะน้องแต่ใช้ได้ตลอดการ แต่ไม่ค่อยนำมาใช้ในองค์กร บ่อยครั้งที่เอาใครก็ได้มาทำหน้าที่แก้ปัญหาเด็ก ทั้งที่ศาสตร์แห่งการแก้ปัญหา การให้คำปรึกษาต้องเรียนกันเป็นปีๆ ภาพสวยค๊ะ
น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 12:04

ถูกต้องนะค๊า...สำหรับคำพูดที่ว่า  put the right man on the right job  ต้องใช้คนให้ถูกกับงาน  ยังใช้ได้เสมอคะ !!  คุณขจิต  ค่ะ  (ในฐานะที่เป็นนิสิตปริญญาเอก ภาคภาษาอังกฤษ) หนูขอเรียนถามนิ๊ดนึงค่ะ ว่า...แล้วทำไมคำภาษาอังกฤษนี้ถึงต้องใช้คำว่า  man ด้วยค่ะ แบบนี้แสดงว่าผุ้ชายยังไงก็ต้องเป็นผู้นำหรือเปล่าคะเนี่ย  เหอ ๆ ทำไมไม่มี woman บ้าง...อิอิ...

JJ
IP: xxx.121.177.241
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 12:27

 Paper Work JJ ว่าปัจจุบัน according to competency of him or her then we must

"put the right job to the right man or woman".





น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 12:35
55555 ขอบคุณค่ะ อิอิ..อย่าเครียด ๆ ขำ ๆ นะค่ะ บางครั้งการที่เราอยู่กับตำรามากไปอาจทำให้เราเครียดได้  ท่านอาจารย์ที่สอนท่านบอกว่า..ว่าง ๆ  ก็ไปดูหนัง ฟังเพลง ซะบ้าง จะได้ไม่เครียด ไม่งั้นจะทำให้งานออกมาไม่ดีเท่าที่ควรค่ะ  ///  อาจารย์ขจิต  ค่ะ ของอาจารย์ต้องส่ง paper ไปลงตีพิมพ์ที่Journal  ไหนหรือเปล่าเอ่ย !! แล้วถ้าลงของอาจารย์นำไปลงที่ไหนดีค่ะ (ขอเป็นต่างประเทศนะค่ะ)  ตอนนี้หนูกำลังมอง ๆ อยู่ค่ะ  ว่าจะส่งไปที่ไหนดี  เหอ ๆ  ของหนูต้อง 2  journal แหน่ะ เหอ ๆ
-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 14:23
  • น้องนิว ต้องดูว่าสาขาของน้องนิวน่าจะลงที่ใด
  • ของผมลงง่ายเคยลงมาแล้วหลายที่ เพราะเป็นเอกภาษาอังกฤษครับ
  • ควรลงที่ สกว. ยอมรับ เป็นภาษาอังกฤษเช่น Manusya หรือ Journalที่สาขาของน้องนิว ยอมรับ ดูได้จาก website ของ สกว
  • ยังไม่ยอมบอกว่าเรียนที่ไหน ขอให้โชคดีในการตีพิมพ์Journal
-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 18:51
  • โขคดีนะครับคุณหมอตอบput the right man on the right job  ต้องใช้คนให้ถูกกับงาน  แทนแล้ว ขอบคุณครับ
น้องนิว
IP: xxx.129.15.106
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 19:26

อาจารย์ขจิต  เก่งจังเลย  !! สำหรับของ นิวจะค่อนข้างกังวลมาก ๆ กลัวว่างานจะไม่ได้รับการตีพิมพ์ค่ะ เหอ ๆ  เพราะว่าแข่งกันเยอะเหลือเกิน แง ๆ  แต่ก็ทำให้ดีที่สุด  เพราะนิวเป็นความหวังของหมู่บ้านจอมบึง ค่ะ อิอิ..!!!  อ.ขจิต  ค่ะ นิวเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน แถว ๆ บางเขน ค่ะ บอกแค่นี้อาจารย์คงทราบว่าเป็นที่ไหนนะค่ะ  นิวเรียนทางด้าน  IT ค่ะ  ขอบคุณที่ถามค่ะ

IP: xxx.147.119.135
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 19:31

หากตัวเองดูถูกตนเองแล้ว ก็ยากที่จะให้ผู้อื่นยอมรับในตัวตนได้

คงไม่ใช่เฉพาะนักเรียนอาชีวะหรอกครับ แม้แต่ในระดับมหาวิทยาลัย ก็มีการแบ่งเกรดกัน .. ผมอ่านหลายๆคำตอบ ใน forum นี้ เจอะคำว่า  put the right man on(in) to the right jop (ผมไม่แน่ใจเรื่อง preporsition) .. ในระบบราชการ ทำได้ยากมากๆครับ-อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจในเจตนา ว่าต้องการสื่อถึงอะไร .. โดยความคิดเห็นส่วนตัว ขอเสนอคำว่า "ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน" น่าจะตรงกับความคิดเห็น ใน forum นี้

จบมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่ง ทำงานโหล่ยโท่ย ผู้บริหารคงไม่ตาถั่วมังครับ .... (ยกเว้นเส้นใหญ่ ชนิดเส้นก๋วยเตี๋ยวยังอาย)

 

IP: xxx.147.119.135
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 19:31

หากตัวเองดูถูกตนเองแล้ว ก็ยากที่จะให้ผู้อื่นยอมรับในตัวตนได้

คงไม่ใช่เฉพาะนักเรียนอาชีวะหรอกครับ แม้แต่ในระดับมหาวิทยาลัย ก็มีการแบ่งเกรดกัน .. ผมอ่านหลายๆคำตอบ ใน forum นี้ เจอะคำว่า  put the right man on(in) to the right jop (ผมไม่แน่ใจเรื่อง preporsition) .. ในระบบราชการ ทำได้ยากมากๆครับ-อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจในเจตนา ว่าต้องการสื่อถึงอะไร .. โดยความคิดเห็นส่วนตัว ขอเสนอคำว่า "ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน" น่าจะตรงกับความคิดเห็น ใน forum นี้

จบมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่ง ทำงานโหล่ยโท่ย ผู้บริหารคงไม่ตาถั่วมังครับ .... (ยกเว้นเส้นใหญ่ ชนิดเส้นก๋วยเตี๋ยวยังอาย)

 

พงศกร
IP: xxx.147.119.135
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 19:32

^

^

ขออภัยครับ พิมพ์เพลินจนลืมลงชื่อ .. ของผมเองครับ

vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 21:11
เรียน ท่าน ผอ.ศูนย์บริการวิชาการ "JJ"

เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ ที่ท่านได้มาเยี่ยมเยียน และให้ขอเสนอแนะ เห็นด้วยค่ะ...และมองว่าทั้งเด็กและครูต้องเกื้อกูลกันจึงจะทำให้การจัดการเรียนการสอนบรรลุถึงวัตถุประสงค์ หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดสิ่งดี ๆ ย่อมไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 21:21

ขอบคุณ...คุณ ขจิต, น้องนิว, คุณวิสาขบูชา และคุณ "พงศกร" ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนสิ่งดี ๆ ต่อกัน และยืนยันว่าสถาบันการศึกษามิใช่เป็นตัวกำหนดว่าใครดีหรือเลว หากแต่ขอให้มองที่คุณภาพของเด็กเป็นสำคัญ

-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 22:52
  • เรียนคุณพงศกร คงพิมพ์ผิดครับ
  • (ผมไม่แน่ใจเรื่อง preporsition)
  • น่าจะเป็น   preposition นะครับ
  • ผมเชื่อว่าสถาบันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดความรู้ความสามารถผู้จบ การศึกษาเรามีการศึกษาทั้งนอกระบบ การศึกษาจากการปฏิบัติจริง ผมเชื่อว่าคนที่ทำงานเก่งๆบางคนมีความสามารถบางด้านเก่งกว่าคนจบปริญญาเอกด้วยซ้ำไป ดังนั้นการศึกษาไม่ใช่แค่สถาบัน หรือปริญญา

 

-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 22:56
  • น้องนิวครับ
  • เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเราจะตักตวงความรู้ได้มากเท่าไร ลองส่ง Journal ไปนะครับ หวังว่าคงได้รับข่าวดีเร็วๆนี้(เจ้าของblog) จะว่าไหมครับใช้blog ตอบคำถามตัวเอง
พงศกร
IP: xxx.147.119.135
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 23:21

ขอบคุณ คุณขจิตครับ (มือไวไปนิดนึงครับ)

เห็นด้วยกับความคิดเห็นของท่านนะครับ

-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 19 May 2006 @ 23:51
  • ขอบคุณคุณพงศกรมากครับ
vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 08:23

คุณ "ขจิต"

เจ้าของ blog ไม่รังเกียจค่ะ "psychology" ยินดีหากจะมีคนช่วยดูแลให้อีกคน และขอบคุณหลาย ๆ สิ่งที่มอบให้มาตลอด

ฝากช่วยดูแล blog "psychology" ให้ด้วยน่ะค่ะคุณ "ขจิต"

-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 10:23
  •  ด้วยความยินดีครับ
  • จะเชิญคุณชายขอบ ,Dr. Ka-poom,พี่Handy มาด้วยได้ไหมครับ

  • Run DM SmileyBallerinaEntertainer




IP: xxx.147.30.119
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 11:18

ผมคุ้นๆว่า มีเรื่อง put the right man ... เก็บไว้ใน forword mail จึงไปค้นดูและนำมาให้อ่าน .. ขำๆนะครับ

เราจะจัดคนเข้าทำงานที่เหมาะสมได้อย่างไร?

ลองวิธีนี้ดู


นำก้อนอิฐประมาณ 100 ก้อน มาวางเรียงไว้ในห้องปิด ที่มีหน้าต่าง จากนั้นส่งกลุ่มคนที่ต้องการทดสอบเข้าไป แล้วปิดห้อง ปล่อยให้รอแบบนั้นประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นวิเคราะห์ผลตามข้อมูลต่อไปนี้


• ถ้ากลุ่มนั้นกำลังนั่งนับอิฐ นับแล้วนับอีกว่ามีกี่ก้อนให้ไปอยู่แผนกบัญชี
• ถ้ากลุ่มนั้นทำอิฐกระจัดกระจายเลอะเทอะเต็มห้อง ให้ไปอยู่แผนกวิศวกรรม
• ถ้ากลุ่มนั้นจัดก้อนอิฐใหม่ ให้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งให้ไปอยู่แผนกออกแบบ
• ถ้ากลุ่มนั้นเอาอิฐขว้างกันเล่นอยู่ให้ไปอยู่ Operation
• ถ้ากลุ่มนั้นทำให้อิฐแตกเป็นชิ้นๆ ให้ไปอยู่ IT
• ถ้ากลุ่มนั้นนั่งอยู่เฉยๆไม่ทำอะไร ให้ไปอยู่ HR
• ถ้ากลุ่มนั้นขว้างอิฐออกไปนอกหน้าต่าง ให้ไปอยู่แผนกวัสดุ
• ถ้ากลุ่มนั้นถืออิฐไว้ไม่ยอมวาง ให้ไปอยู่ Treasury
• ถ้ากลุ่มนั้นบอกคุณว่าได้นำอิฐไปเรียงอยู่หลายแบบ (จนเบื่อแล้วแต่อิฐไม่ได้ขยับไปไหนแม้แต่ก้อนเดียว ให้ไปอยู่ Sales)
• ถ้ากลุ่มนั้นแว่บหายไปจากห้องแล้วให้ไปอยู่ Marketing
• ถ้ากลุ่มนั้นกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างให้ไปอยู่ Strategic Planning
และ ... สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด
• ถ้ากลุ่มนั้นนั่งคุยกันโดยไม่ได้ขยับอิฐแม้แต่ก้อนเดียว...ให้ ไปเป็นผู้บริหารระดับสูง
• จากการสำรวจ คนโดยส่วนใหญ่.... เหมาะจะเป็น.....ผู้บริหารระดับสูง ----- อิอิ...

พงศกร
IP: xxx.147.30.119
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 11:20

^

^

กรรมจริงๆครับ ผมลืมลงชื่ออีกแล้ว ..

เอกองค์
IP: xxx.19.233.98
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 16:43

       น่าสนใจไอเดียของ อ.พงศกร แต่ถ้าได้ขยายความอีกนิดว่าเพราะอะไรกลุ่มแต่ละกลุ่มถึงเหมาะสมกับแผนกแต่ละแผนกเนี้ย ผมคงจะสบายใจมากกว่านี้ครับ

      ว่าง ๆ รบกวน อ.พงศกร อธิบายให้ฟังหน่อยนะคร๊าบ...

vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 17:38

คุณ "ขจิต"

ยินดีเรียนเชิญทุกท่านเลยค่ะ แต่คุณ "ชายขอบ" เดี๋ยวนี้ไม่ทราบหายไปไหนซ๊ะแล้ว ไม่แว๊ะเวียนมาบ้างเลย ฮ้าย!! น้อยใจ

คุณ "พงศกร"

สงสัยสองข้อสุดท้ายจัง...คนส่วนใหญ่เลยเหรอค่ะ แต่ไม่รวม "vij" อยู่ในคนจำนวนนั้นนะค่ะ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ

-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 18:43
  • น้องชายขอบที่แสนดีอบรม อสม.อยู่เขาชันรีสอร์ทครับ กำลังยุ่งๆแน่เลย
  • รออ่านเรื่องของอาจารย์พงศกรอยู่นะครับ
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 20:12

ขอเรียนถามว่าคุณครูทั้งหลายว่าท่านยังอยู่ดีหรือขอรับ

ในขณะที่เพื่อนครูสาวสองคนถูกรุมทำร้าย

ท่านยังเพ้อฝันเรื่องความรักอยู่หรือขอรับ ท่านไม่เรียกร้องอะไรเพื่อเพื่อนครูของท่านหรือขอรับ หรือว่าท่านยังไม่เห็นว่าเป็นปัญหาขอรับ

ขอเรียนถามว่า ท่านจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อีกนานเท่าไหร่ขอรับ

ท่านคงจะลบความเห็นนี้เหมือนทุกครั้งที่ท่านไม่พอใจ ก็ได้นะขอรับ

แต่บันทึกนี้ ทวงถามความรักในเพื่อนร่วมวิชาขีพของท่านว่าจะเหมือนที่ท่านบอกว่ารักลูกศษย์หรือไม่ขอรับ

vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 20:28

ขอความกระจ่างหน่อยเถอะค่ะ...ในฐานะเจ้าของ blog นี้ ไม่ได้โกรธหรือจะว่าอย่างไร หากข้อความใดในบันทึกนี้หรือที่ผ่าน ๆ มาทำให้ท่านไม่พอใจหรือระคายเคือง ทุกเรื่องมีคำตอบจากเจ้าของ blog อย่างแน่นอนค่ะ แต่อยากให้ท่านแจ้งความประสงค์ให้กระจ่างด้วยค่ะ จักขอบพระคุณยิ่ง

สิ่งที่ไม่รู้ตัวตนบางทีเราแทบเดาไม่ออกว่ามีจุดประสงค์อย่างไร หากแต่ได้อธิบายคงจะเข้าใจกันมากกว่านี้ ยินดีน้อมรับคำประนามหากตนเองผิดพลาดทุกประการ

 

พงศกร
IP: xxx.147.26.181
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 21:43

เรียน อาจารย์เอกองค์ครับ

ต้องขออภัยที่ทำให้ไม่สบายใจนะครับ (ไม่ได้มีเจตนาเลย)

เนื่องจากข้อมูลที่ตีพิมพ์ไป ผมได้มาจาก forword mail ซึ่งเจ้าของมิได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ผมคงต้องเดาเอาเองแล้วมังครับ

ตามนี้ครับ

• แผนกบัญชี - ทำงานเกี่ยวกับตัวเลข
• แผนกวิศวกรรม - โดยส่วนใหญ่พวกเรียนวิศวะ ห้องจะรกครับ
• แผนกออกแบบ - ลองจัดโน่นจัดนี่ไปเรื่อย
• Operation - ฝ่ายปฏิบัติการ
• IT - เก็บข้อมูลละเอียดยิบ (ศึกษากันจนทะลุปรุโปร่ง)
• HR - ยาม - ประมาณนั้น
• แผนกวัสดุ - เบิก จ่าย พัสดุ
• Treasury - ฝ่ายคลังครับ กอดเงินไว้แน่นเชียว
• Sales - เน้นหนักไปทางศิลปะการพูด
• Marketing - นั่นสิ ผมก็ยังไม่เข้าใจ
• Strategic Planning - ข้อมูลในห้องแคบๆ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับเขา
และ ... สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด
• ผู้บริหารระดับสูง - เขาอาจจะรู้สึกว่าห้องที่อยู่ไม่มีงานอะไรที่เหมาะสมจะทำมังครับ (น่าจะเป็นการหยิกกันเบาๆมากกว่าครับ)

อย่างไรก็ตาม .. คงเอาวิธีนี้มาใช้จริงไม่ได้นะครับ .. ไม่งั้นฝ่ายบุคคลคงต้องทำงานหนักแน่ๆ .. เพราะคงต้องให้พนักงานเหล่านั้นออก - ตั้งแต่ยอมเข้าไปในห้องแล้วล่ะครับ (ผมบอกแล้วไงครับว่าขำขำ)

ปล. ผมคงต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นใดๆให้มากขึ้น เสียแล้วสิครับ ... (ว้า)

พงศกร
IP: xxx.147.26.181
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 22:05

เรียนท่านผู้ไม่ประสงค์ออกนาม - ท่านช่วยแนะนำวิธีแสดงออกหรือเรียกร้องในแบบของท่านสักนิดได้ไหมครับ (ยอมรับคำติชมครับ หากแสดงข้อเสนอแนะด้วย)

ขอบคุณ คุณขจิต กับ คุณ vij ครับ - จะเร่งมือเขียนบทความนะครับ (อย่าคาดหวังมากครับ - เด็กสถาปัตย์ องค์ความรู้กว้างครับ แต่ไม่ค่อยลึก)

เอกองค์
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 22:28

      อ่านข้อความของผู้ไม่ประสงค์ออกนามแล้ว ผมว่าเราชาวครูทั้งหลาย หยุดสอนกันดีไหมครับ แล้วไปล่าโจรกัน แล้วสังคนนี้คงจะดีไปกันใหญ่อีกนะครับ ปกติทุกวันนี้ก็อยู่ใน 3 จังหวัดนี้ด้วยความเครียดพออยู่แล้ว หากไม่มีเรื่องการจรรโลงใจกับบทความที่ทำให้ใจรู้สึกมีพลัง มีกำลังใจอีกก็คงจะต้องเฉาตายอยู่ในอีกไม่นานนี้หล่ะกะมัง

      เรื่องของครูสาวน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกเราชาวครูทั้งหลายต่างเห็นใจและก็ได้มีโอกาสได้ช่วยเขานั้นหล่ะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่จะให้ครูไปจับปืนตามล่าโจรน่ะผมว่ามันก็น่าคิดอยู่นะ หรือคุณผู้ไม่ประสงค์ออกนามจะช่วยจับปืนตามล่าด้วยก็น่าจะดีนะ จะได้บอกพรรคพวกที่เป็นทหารให้

เอกองค์
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 22:31
      ขอบคุณ อ.พงศกรครับ หยิกแกมหยอกน่ะครับ
-ขจิต ฝอยทอง( khajit's blog)
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 22:48
  • เรียนผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม
  • จะให้ผมทำอย่างไรครับ หยุดสอนหนังสือแล้วลงไปภาคใต้ พอดีเข้าทางผู้ก่อความไม่สงบ ผมอยู่ทางภาคใต้มาไม่น้อยกว่า 4 ปีมีความประทับอะไรหลายอย่าง นอกจากนี้ตอนที่เผาโรงเรียน 35 โรงเรียน ยิงรถไฟ ผมก็อยู่ภาคใต้ เรามีทหาร ตำรวจมากมาย บ้านเมืองมีกฏหมาย ไม่นานก็จะสงบเอง ไม่ใช่ไม่ใส่ใจครู 2 ท่าน ผมโทรถามเพื่อนที่ภาคใต้เสมอเกี่ยวกับสถานะการณ์ คุณผู้ไม่ประสงค์ออกนามทำอะไรบ้าง  หรือคอยยุยงเขาไปเรื่อยๆ
ขจิต ฝอยทอง( khajit's blog)
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 22:52
  • รออ่านเรื่องของคุณพงศกรอยู่นะครับ
  • อย่าให้เสียชื่อสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนะครับ
เอกองค์
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 20 May 2006 @ 22:53
      ขอบคุณ อ.พงศกรครับ หยิกแกมหยอกน่ะครับ
พงศกร
IP: xxx.147.28.231
เขียนเมื่อ 21 May 2006 @ 10:40
คุณขจิต เล่นซะผมเกร็งเชียวครับ
-ขจิต ฝอยทอง
IP: xxx.158.4.155
เขียนเมื่อ 21 May 2006 @ 13:00
  • เป็นกำลังใจให้ครับคุณพงศกร สู้ตายครับ
vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 21 May 2006 @ 13:47

คุณ "ขจิต"

คุณ "พงศกร" เขียนบทความไว้ในชุมชน ชาววิทยาลัยเทคนิคยะลา เรื่อง "ห้องเก็บของ..(สำคัญไฉน)" น่าอ่านมากค่ะ ว่าง ๆ แวะเข้าไปอ่านดูนะคะ

โอ๋-อโณ
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 22 May 2006 @ 22:52

ขอให้คุณ vij กรุณาเติมต่อท้าย The Prophet ด้วยชื่อของท่านผู้แต่ง คือ Kahlil Gibran (1883 - 1931) ด้วยจะเป็นการดีนะคะ กับแก้ เอา t ที่เกินออกจาก Propthet ด้วยค่ะ

รู้สึกบันทึกนี้ก่อให้เกิดการลปรร. กันหลากหลายดีนะคะ

vij
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 22 May 2006 @ 23:49

คุณ "โอ๋-อโณ"

ขอบคุณมากค่ะ...ที่มาแนะนำ "vij" อีกรอบมาบ่อย ๆ นะคะ "vij" จะได้ไม่เหงา ลปรร. กันมาก ๆ "vij" จะได้มีเพื่อนคุยได้เติมเต็มค่ะชอบมาก ก็เลยอยากเรียนเชิญทุก ๆ ท่านมาบล็อก "vij" ด้วยความเต็มใจและยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ