PLEARN เป็นศัพท์บัญญัติที่ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวาณิช อดีตผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยบัญญัติขึ้นจากคำว่า Play + Learn ซึ่งเมื่อออกเสียงเป็น “เพลิน” แล้วให้ความหมายที่ดี กล่าวคือการเล่นเรียนทำให้เด็กเพลิน เพราะถ้าเรียน (learn) อย่างเดียวก็เกิดความเบื่อ เล่น (play) อย่างเดียวก็จะเป็นการไร้สาระจนเกินไป ด้วยดร.ชัยอนันต์ เห็นว่าการเรียนในระบบโรงเรียนล้มเหลว และทำให้ทั้งครูและนักเรียนเกิดความทุกข์เพราะระบบโรงเรียนพยายามจะบังคับให้เด็กเรียนและรับในสิ่งที่เด็กไม่สนใจ แต่การที่ให้ ทางเลือก ก็ต้องให้เด็กเข้าใจด้วยว่าเด็กๆควรรู้จักเลือก ไม่ใช่เลือกที่จะเล่นโดยไม่เรียน และก็ ไม่ใช่การเลือก ที่จะเรียนอย่างเดียวโดยไม่เล่น กล่าวคือเป็นทางสายกลาง ซึ่งครูควรเข้าใจและต้องมีความคิดอย่างสร้างสรรค์ (Creativity) จึงจะสร้างกระบวนการเพลินได้
สองสัปดาห์มานี้ ในชั้น ม.1 ผู้เขียนนำ "กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์" มาใช้ในการจัดกิจกรรม โดยตั้งชื่อกิจกรรมว่า "เรื่องเล่า...เร้าพลัง" จริงๆ ชื่อและกิจกรรมนั้น... ผู้เขียนคิดว่าไม่สัมพันธ์กันเท่าไหร่ แต่ชื่อนั้นสำคัญไฉน...เพราะวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้ ผู้เขียนตั้งใจให้เกิด "กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์" บนพื้นฐานแนวคิด play and learn = plearn ขึ้น เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนและอีกหลายๆ สิ่งที่จะได้รับจากการจัดการเรียนรู้... แบบกลุ่มสัมพันธ์ ครั้งนี้




