ฟ้าหลังฝน

แม้มีอุปสรรคใดๆมาขวางกั้น ชีวิตก็ต้องดำเนินไป เราจะต้องเป็นผู้เลือก ว่าเราเลือกที่จะยืนหยัด หรือเลือกที่จะยอมแพ้

ฟ้าหลังฝน

 

ฉันนั่งอยู่ในห้องทำงาน ฝนตกลงมาปรอยๆ วันนี้อากาศขมุกขมัวตั้งแต่เช้า บนโต๊ะมีขนมอยู่กล่องหนึ่ง เด็กชายที่เอาขนมมาให้ฉันเพิ่งเดินออกไป ฉันเอื้อมมือไปแตะขนมกล่องนั้น แล้วใจของฉันก็ล่องลอยกลับไปเมื่อสิบสองปีก่อน...

เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับเลย เพราะวันนี้ฉันนัดคนไข้ของฉันมาฟังผลการตรวจเลือด เรื่องที่ฉันจะต้องบอกเขาเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับฉัน ฉันมีเหตุผลที่จะต้องกังวล อย่างแรก ฉันเป็น มือใหม่ สำหรับหน้าที่นี้ ซึ่งฉันเพิ่งผ่านการอบรมเป็นผู้ให้การปรึกษา  น่ากังวลกว่าเหตุผลแรกก็คือ ฉันต้องบอกคนไข้ของฉันว่าเขาเป็นผู้ติดเชื้อ

ตั้งแต่เช้าแล้ว ที่ฉันพยายามคิดหาคำพูดที่จะบอกเขา นึกทบทวนความรู้ที่ฉันเพิ่งได้รับการอบรมมาหมาดๆ ว่าขั้นตอนในการปฏิบัติในการให้คำปรึกษาต้องทำอย่างไรบ้าง แต่ยิ่งคิดก็ดูเหมือนจะยิ่งวกวน ฉันนึกทบทวนขั้นตอนซ้ำไปซ้ำมา    นึกหาคำพูดต่างๆนาๆที่ดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้ไปเสียทั้งนั้น เวลาดูเหมือนจะผ่านไปเร็วเหลือเกิน ฉันเงยหน้ามองดูนาฬิกาที่ผนังห้อง อีกสิบนาทีเท่านั้น คนไข้จะมาพบฉันแล้ว ฉันจะทำอย่างไรดีนะ

หนู คนไข้ที่นัดไว้วันนี้มาแล้วนะ พี่ให้นั่งรออยู่หน้าห้อง หัวหน้าของฉันเดินมาบอก

ฉันค่อยๆเก็บเอกสารบนโต๊ะลงกระเป๋า รู้สึกได้ถึงการสั่นไหวของกระดาษ  มือของฉันเหมือนจะควบคุมไม่อยู่ หัวใจเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก จนฉันต้องสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆหลายๆครั้ง  ฉันทิ้งเวลาให้หยุดนิ่งซักพัก ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจเดินออกไปพบอ้อย คนไข้ที่ฉันนัดไว้

                อ้อยเป็นหญิงสาวอายุมากกว่าฉันสักสองปี   พัน สามีของเธอเป็นคนบ้านเดียวกัน พันเพิ่งปลดทหารมาเมื่อปีที่แล้ว ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อต้นปี อ้อยกับพันทำนาตามรอยบรรพบุรุษ เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว อ้อยมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล  ฉันได้เป็นคนให้คำปรึกษาเธอก่อนการตรวจเลือด  อ้อยจึงเป็นครูคนแรกของฉัน นึกถึงวันนั้นทีไรฉันก็ยังรู้สึกขำว่าฉันพูดชักแม่น้ำทั้งห้าวกไปวนมากว่าจะเข้าเรื่องตามกระบวนการให้คำปรึกษา   ก็ฉันตื่นเต้นนี่นา

                ฉันกับอ้อยได้กลับมาพบกันอีกครั้ง อ้อยพาพันมาด้วย ฉันส่งยิ้มทักทาย สังเกตเห็นท้องของอ้อยภายใต้ชุดคลุมท้องสีเขียวสดใส ดูโตขึ้นกว่าเดิมจนฉันสังเกตุเห็นได้ ฉันพาอ้อยมาที่ห้องให้คำปรึกษาซึ่งอยู่ห่างจากห้องทำงานไม่มากนัก เมื่อเข้าไปในห้องฉันหวังว่าความเย็นจากเครื่องปรับอากาศจะช่วยฉันให้ผ่อนคลายและลดความร้อนรุ่มลงบ้าง แต่ดูเหมือนไอเย็นเหล่านั้นไม่ได้แทรกซึมผ่านเข้าไปกลบทับความรู้สึกกระวนกระวายใจของฉันได้เลย

                ฉันเริ่มพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับอ้อยพักใหญ่ หลังจากนั้นฉันได้ซักถามถึงเรื่องที่คุยกันไว้เกี่ยวกับการตรวจเลือดจนมั่นใจว่าอ้อยเข้าใจดี และมีทัศนคติที่ดีต่อการติดเชื้อ HIV ฉันจึงตัดสินใจที่จะบอกผลเลือดกับเธอเมื่อเธอบอกว่าพร้อมที่จะรับฟังผลการตรวจเลือดแล้ว

                พี่คะ ผลการตรวจเลือดของพี่พบว่าพี่ติดเชื้อ HIV ค่ะ กว่าจะรู้สึกตัวคำๆนี้ก็หลุดออกจากปากของฉันไปแล้ว

                อ้อยเริ่มตัวสั่น ขอบตาเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆจนมีหยดน้ำตาไหลรินออกมา ภาพที่เห็นทำให้ฉันอยากถอนคำพูดที่ฉันพูดออกไปแล้วกลับมาจริงๆ ฉันทิ้งช่วงเวลาให้อ้อยซักพักเพราะฉันเองก็นึกไม่ออกว่าฉันควรจะทำอย่างไรต่อไปดี จนเห็นว่าอ้อยเริ่มดีขึ้น เธอเช็ดน้ำตาจนเหลือเพียงคราบจางๆตรงหางตา ฉันจึงสอบถามเธอว่าต้องการให้พันรู้เรื่องผลการตรวจเลือดด้วยหรือไม่ อ้อยต้องการให้สามีรับรู้เพราะตัวอ้อยเองก็ไม่รู้ว่าตนติดเชื้อได้อย่างไร

                เมื่อพันเข้ามาในห้องฉันต้องพูดคุยกับพันอีกครั้งก่อนบอกผลเลือดของอ้อย เมื่อพันได้รับรู้ถึงผลการตรวจเลือดของอ้อยผู้เป็นภรรยา   สิ่งที่ฉันเห็นต่อมาคือหน้าของพันเริ่มซีด ปากสั่นเหงื่อกาฬเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมาเต็มหน้า   จากนั้นพันก็ฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะทันที จนทำให้อ้อยกับฉันตกใจกันมาก อ้อยเขย่าตัวพันอย่างแรง

                พี่ พี่เป็นอะไรไป เสียงอ้อยละล่ำละลักถาม ในขณะที่ฉันนั่งเงียบทำอะไรไม่ถูกเลย

                อ้อยเรียกซ้ำไปซ้ำมาอยู่สองสามครั้ง พันจึงลืมตาขึ้นมา ฉันรีบเดินไปที่ห้องฉุกเฉินและกลับมาพร้อมสำลีชุบแอมโมเนีย อาการของพันค่อยๆดีขึ้น น้ำตาของพันไหลออกมา พร้อมกับคำถามว่า

                หมอ ลูกในท้องจะติดเชื้อไหม

                เป็นเพราะผมใช่ไหม ตอนที่ไปเป็นทหารผมไปเที่ยวมา ผมทำให้เมียให้ลูกติดเชื้อใช่ไหม หมอ จากนั้นพันก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่สามารถระงับได้

                ฉันพูดไม่ออกลำคอก็คล้ายมีก้อนมาจุกไว้  มือฉันเย็นเฉียบ มันช่างบีบคั้นอารมณ์อะไรขนาดนี้นะ ตอนเราไปอบรมไม่มีใครเคยสอนวิธีการรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ให้บ้างเลย

                อ้อยโอบแขนไปข้างหลังของพัน พร้อมกับลูบแผ่นหลังหวังเพื่อปลอบประโลมพัน ที่หน้าของอ้อยก็มีหยาดน้ำตาไหลรินอยู่เช่นกัน

                พี่ อย่าคิดมากนะมันเป็นแล้วจะแก้อะไรได้ เว้นแต่เราต้องอยู่และยอมรับมันให้ได้ ฉันไม่เคยโทษพี่เลยนะ ฉันเชื่อว่าพี่ก็ไม่ได้ตั้งใจ เราต้องทำเพื่อลูกนะพี่          

                พันเริ่มสงบลง ฉันเองก็เหมือนถูกฉุดกลับมาอยู่กับความเป็นจริงอีกครั้ง ฉันจึงเริ่มพูดคุยกับทั้งอ้อยและพัน ความจริงต่างๆจากพันถูกพรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น ฉันขอให้พันตรวจเลือดซึ่งพันก็ยินยอมให้ตรวจ   ผลออกมาคือพันก็ติดเชื้อเช่นเดียวกัน

                ทุกๆครั้งที่มีนัดมาฝากครรภ์ฉันต้องเห็นพันขับรถมอเตอร์ไซด์มาส่งอ้อยและรอรับกลับบ้านด้วยกันเสมอ  จนถึงวันที่อ้อยมาคลอดที่โรงพยาบาลฉันแอบลุ้นว่าอ้อยกับพันจะได้ลูกสาวหรือลูกชาย จะแข็งแรงสมบูรณ์ดีหรือไม่ เช่นเดียวกับพันผู้เป็นพ่อดูจะนั่งไม่ติดที่เอาซะเลยผุดลุกผุดนั่งตลอดเวลา  อ้อยคลอดเด็กผู้ชายน่ารักน่าชัง   ปากแดงแก้มเป็นสีชมพู ร้องเสียงดัง ประหนึ่งว่าดีใจเสียหนักหนาที่ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ ทั้งสองสามีภรรยา ตื่นเต้นดีใจกันมากแต่ฉันสังเกตุแววตาทั้งสองคนยังมีแววกังวลอยู่ลึกๆว่าลูกจะติดเชื้อหรือไม่

                ฉันเฝ้ามองการเจริญเติบโตของเด็กชายตัวน้อยมาตลอดสิบสองปี และแอบหวังลึกๆในใจว่าขอให้เค้าเป็นเด็กดีอยู่เป็นกำลังใจให้พ่อและแม่ ให้ทั้งครอบครัวได้มีช่วงชีวิตที่ดีและอยู่ด้วยกันให้นานที่สุดเท่าที่ศักยภาพร่างกายของคนเป็นพ่อแม่จะทนไหว.....

ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนี้ แม้มีอุปสรรคใดๆมาขวางกั้น ชีวิตก็ต้องดำเนินไป เราจะต้องเป็นผู้เลือก ว่าเราเลือกที่จะยืนหยัด หรือเลือกที่จะยอมแพ้ ดูเหมือนอ้อยกับพัน ได้ตัดสินใจแล้วว่าเขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายไหน สิบสองปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ใจของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี  สิบสองปีที่ผ่านมาที่พวกเขานับเนื่องฉันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาอยู่เสมอ

                 ฝนหยุดตกแล้ว ฉันหยิบกล่องขนมขึ้นมาแล้วเดินมาหยุดที่หน้าต่างห้อง ฟ้าดูใสสว่าง ฟ้าหลังฝนดูดีเสมอ แดดส่องแสงเรืองรองอยู่ที่มุมขอบฟ้า ครอบครัวของสามคนนั้นก็เป็นเหมือนฟ้าหลังฝนนั่นแหละ ฉันอวยพรเขาอยู่ในใจ

 

ผู้เขียน

ศรัญญา  เลียววิจักขณ์

งานประกันสุขภาพ  โรงพยาบาลบางกระทุ่ม    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ร้าน SHA ที่บางกระทุ่ม



ความเห็น (9)

"โย" narrative สวนสามพรานรุ่นหนึ่งรายงานตัวแล้วนะคะใครอ่านแล้วมีข้อติชมก็ส่งมาได้เลยค่ะ จะได้นำมาปรับปรุงค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

แวะมาทักทายเพื่อนร่วมรุ่นนาแรค่ะ

ขอบคุณเรื่องราวดีๆนะคะ

โอ๊ย...เก่งจัง ตามอ่านไม่หมดแล้วค่ะ พี่น้อง อิอิ

โอ่ะ ขนาดอยู่โรงพยาบาลเดียวกันนะเนี่ยะ ยังไม่รู้เรื่องราวที่ดีๆ อย่างงี้เลย ต้องให้เจ้าหน้าที่แบ่งบันความภาคภูมิใจให้แก่กันมากๆ นะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนได้เขียนเรื่อวราวที่ดีๆ และงดงามเช่นนี้อีกมากๆ สู้ๆ ต่อไป

Aphiratsan
IP: xxx.142.59.188
เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องสั้น "ขนาดสั้น"ที่น่าสนใจ คุมToneของบรรยากาศได้ดี

Yoranya
IP: xxx.19.23.46
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ กำลังใจที่ได้รับเป็นแรงใจในการทำงานเพื่อชุมชนคนบางกระทุ่มค่ะ

เขียนเมื่อ 

งดงามมากครับ

ทั้งเรื่องราวและการเล่า

ขอบคุณครับ

thiippy
IP: xxx.19.23.46
เขียนเมื่อ 

สุดยอดไปเล้ย..พี่สาวเรา..เขียนอีกนะค๊ะ..ชอบๆๆทุกอย่างลงตัวค่ะ

^__________________________________________^

rujaree
IP: xxx.172.154.46
เขียนเมื่อ 

เขียนได้เยี่ยมมากเลย อ่านแล้วน้ำตาไหลมากมาย(อายจัง อิอิ)

เชื่อว่าต้องมีเรื่องเล่าดีๆอีกเยอะ ว่างๆมาเล่าอีกนะ ..ฟ้าหลังฝน สดใสเสมอ..เชื่อมั่นค่ะ