ทักษะการวิเคราะห์แบบSWOT

กรณีศึกษา บริษัทไทยคร๊าฟ

ประเด็น คำถามจากกลุ่ม

 

1. บริษัทควรที่จะมีการจัดระบบงานโดยมีหัวหน้า ของแต่ละฝ่ายหรือไม่ เพื่อให้การตัดสินใจในการส่งสินค้าออกแก่ลูกค้าเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอคำสั่งจาก กก.ผจก

2. ทำไมบริษัทไม่กำหนดคุณสมบัติในการรับสมัครงานโดยเฉพาะด้านการใช้ภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ

3. เหตุใดบริษัทจึงไม่มีการกำจัดในการรับออร์เดอร์สินค้า หรือรับสมัครพนักงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพที่จะส่งออกให้แก่ลูกค้า

 

เนื้อหาการวิเคราะห์

1.แนะนำบริษัท

                บริษัท ไทยคร๊าฟ จำกัด  เป็นผู้ส่งออก  ( Exporter )  โดยสินค้าที่ไทยคร๊าฟส่งออกเป็นสินค้าหัตถกรรมที่ทำจากผ้า  เช่น  ผ้าปูโต๊ะ  ผ้ารองจาน  กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง  กระเป๋าสตรี       ชุดคลุมอาบน้ำ  หมวกคลุมผม   ถุงมือจับของร้อน ฯลฯ  ก่อตั้งโดยคุณอภิรักษ์  เมื่อปี พ.ศ. 2535  ไทยคร๊าฟไม่ได้ผลิตสินค้าด้วยตนเอง  แต่ใช้วิธีว่าจ้างโรงงานในจังหวัดภาคเหนือให้ผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อที่บริษัทได้รับจากลูกค้า

 เริ่มแรกไทยคร๊าฟมีพนักงาน 3 คน  ไทยคร๊าฟได้รับพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ  บริษัทฯ ใช้วิธีรับบุคคลที่พนักงานหรือคู่ค้าแนะนำมาให้  พนักงานที่รับเข้ามาทั้งหมดเป็นนักศึกษาจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์  คุณอภิรักษ์เป็นผู้ฝึกอบรมทักษะการทำงานให้พนักงานทุกคนด้วยความเป็นกันเอง

ในปัจจุบันไทยคร๊าฟมีลูกค้าประจำ 5 ราย  ธุรกิจไทยคร๊าฟดำเนินไปได้ด้วยดี  จนสินค้าของโรงงานแห่งนี้ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

ฝ่ายขายยังไม่มีหัวหน้าฝ่าย พนักงานทุกคนอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ กก. ผจก. งานของพนักงานในฝ่ายขายพนักงานในฝ่ายขายยังขาดทักษะที่ดีพอในการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษ จึงต้องปรึกษากับ กก. ผจก. ทุกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดของออร์เดอร์ก่อนที่จะนำข้อมูลไปปฏิบัติงาน

ฝ่ายบรรจุหีบห่อยังไม่มีหัวหน้าฝ่าย พนักงานทุกคนอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ

กก. ผจก. งานของฝ่ายบรรจุหีบห่อ

                ฝ่ายบริหารจัดการทั่วไปยังไม่มีหัวหน้าฝ่าย พนักงานทุกคนอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ กก. ผจก.

ผลประกอบการทางด้านการเงินของไทยคร๊าฟท์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดมา ในระยะหลังลูกค้าประจำทุกรายสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่กลางปี 2546 เป็นต้นมา ไทยคร๊าฟท์ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มอีก 2 – 3 ราย ยอดขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 100% เป็นผลให้ความจำเป็นในการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรกับลูกค้าแต่ละรายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย บริษัทฯ เริ่มมีปัญหาความล่าช้าในการสื่อสารกับลูกค้า ลูกค้าได้รับคำตอบจากบริษัทฯ ช้าเนื่องจาก กก. ผจก. ตอบอีเมล์ไม่ทัน นอกจากนี้ พนักงานในฝ่ายขายเริ่มมีปัญหาในการทำงาน กล่าวคือไม่สามารถสื่อสารกับหน่วยงานภายนอกองค์กรได้อย่างรวดเร็วเท่าที่ควร เนื่องจากต้องรอ กก.ผจก. ถ่ายทอดคำตอบจากลูกค้า ต้องรอปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับ กก. ผจก. ต้องรอ กก. ผจก. เขียนอีเมล์ถามข้อมูลจากลูกค้า ฯลฯ ทำให้งานต่างๆ เกิดความล่าช้า นอกจากนี้ พนักงานในฝ่ายขายเริ่มมีงานล้นมือ เนื่องจากปริมาณออร์เดอร์เพิ่มขึ้น ทำให้บางครั้งเกิดความล่าช้าในการเตรียมวัตถุดิบให้กับโรงงาน เพราะพนักงานในฝ่ายขายติดพันอยู่กับออร์เดอร์เดิม จึงไม่สามารถปลีกตัวมาประสานงานกับ Supplier เพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับออร์เดอร์ใหม่ได้ บางครั้งพนักงานในฝ่ายขายก็ยุ่งกับออร์เดอร์หนึ่งๆ จนไม่มีเวลาติดตามความคืบหน้าของออร์เดอร์อื่นอย่างใกล้ชิด ทำให้งานมีปัญหาค่อนข้างมาก ในส่วนของฝ่ายหีบห่อก็มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานไม่ทันเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ปริมาณออร์เดอร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้พนักงานในฝ่ายบรรจุหีบห่อต้องใช้เวลาในบรรจุสินค้าลงกล่องและปิดผนึกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาที่เกิดจากการทำงานของพนักงานในฝ่ายขายก็ทำให้การผลิตสินค้าเกิดความล่าช้าจนสินค้าเสร็จใกล้กับกำหนดส่งมอบมาก พนักงานในฝ่ายบรรจุหีบห่อต้องบรรจุสินค้าอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันตามกำหนด ความเครียดของพนักงานทุกคนโดยเฉพาะพนักงานในฝ่ายขายและฝ่ายบรรจุหีบห่อในช่วงใกล้การส่งมอบสินค้าจึงมีมากขึ้นเรื่อยๆ พนักงานในสองฝ่ายนี้มักจะต้องทำงานล่วงเวลาบ่อยๆ หรือบางครั้งต้องทำงานในวันหยุดเพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงตามกำหนด พนักงานเริ่มท้อแท้และผลัดกันลางานหลังจากการส่งมอบสินค้าแต่ละครั้ง

 

วิสัยทัศน์ของบริษัท

เราจะเป็นองค์กรสมัยใหม่ที่ประกอบกิจการค้าระหว่างประเทศ  โดยการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า  ความสำเร็จของกิจการจะได้มาจากการลงทุนทางด้านทรัพยากรบุคคล  ความรู้  ความยึดมั่นในบรรษัทภิบาลและความรวมมืออย่างใกล้ชิดของพันธมิตรธุรกิจ

 

เป้าหมายของบริษัท

มุ่งหวังที่จะบริการลูกค้าแต่ละรายให้ดีที่สุด  เพื่อทำให้ลูกค้าเหล่านี้กลายเป็นลูกค้าประจำของตน

2.  การวิเคราะห์ธุรกิจ  การวิเคราะห์ด้วย SWOT      

2.1.จุดแข็งของบริษัทประกอบด้วย

                1. บริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า

                2. สินค้าที่บริษัทส่งออกมีคุณภาพ

                3. ผู้บริหารมีความไว้วางใจ และเชื่อมั่นในตัวพนักงาน และมีความใกล้ชิดกับพนักงาน

                4. บริษัทส่งสินค้าตรงต่อเวลา

                5. พนักงานเก่ามีประสบการณ์มากทำให้สินค้ามีคุณภาพ ทำให้ลูกค้าสนใจสั่งสินค้ามากยิ่งขึ้น

                6. พนักงานมีความจงรักพักดีต่อบริษัท

 

2.2. จุดอ่อนของบริษัทประกอบด้วย

1.พนักงานขาดความรู้ด้านภาษาต่างประเทศในการสื่อสารกับลูกค้า

2. จำนวนรายการสั่งสินค้ามากขึ้น

3. การจัดระบบฝ่ายงานไม่แน่นอน ไม่มีหัวหน้างานของแต่ละฝ่าย

4. จำนวนพนักงานในบริษัทมีจำนวนน้อย ไม่พอกับปริมาณของานที่รับมาจากลูกค้า ทำให้งานล่าช้าและส่งงานไม่ทันตามกำหนด

 

3.  โอกาสของบริษัทประกอบด้วย

- บริษัทผลิตสินค้าที่มีคุณภาพจึงทำให้มีลูกค้าจำนวนมากขึ้น และทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและไว้วางใจบริษัทไทยคร๊าฟ

-บริษัท ไทยคร๊าฟ เป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในสังคมปัจจุบันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะผลิตสินค้าให้ตามความต้องการของตลาดในแนวใหม่จึงทำให้มียอดการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น 

4.อุปสรรคของบริษัทประกอบด้วย

-พนักงานขาดทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสารติดต่อกับลูกค้าชาวต่างชาติ

-ระบบการบริหารงานไม่มีความชัดเจนในการคัดเลือกหัวหน้าฝ่าย ทำให้การทำงานขาดประสิทธิภาพ

-พนักงานมีจำนวนน้อยทำให้งานล้นมือในแต่ละฝ่าย

กำหนดวัตถุประสงค์

                บริษัทมุงหวังที่จะบริการลูกค้าแต่ละรายให้ดีที่สุด เพื่อทำให้ลูกค้ามีความไว้วางใจบริษัทและเป็นลูกค้าประจำ โดยการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพในการส่งออก

ปัญหาของบริษัท

-ด้านการสื่อสารการใช้ภาษา

-การส่งสินค้าไม่ตามเวลาที่กำหนด

-พนักงานตัดสินใจของพนักงานมีความล่าช้า

สาเหตุของปัญหา

-พนักงานขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

-การรับรายการสินค้ามีจำนวนมากในขณะที่พนักงานมีจำนวนน้อย

-การตัดสินใจของพนักงานล่าช้าเนื่องจากไม่มีหัวหน้าฝ่ายในการตัดสินใจ

 4.การกำหนดปัญหา

1. บริษัทควรที่จะมีการจัดระบบงานโดยมีหัวหน้าของแต่ละฝ่ายหรือไม่ เพื่อให้การตัดสินใจในการส่งสินค้าออกแก่ลูกค้าเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอคำสั่งจาก กก.ผจก

2. ทำไมบริษัทไม่กำหนดคุณสมบัติในการรับสมัครงาน โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษา เช่นภาษาอังกฤษ

3. เหตุใดบริษัทจึงไม่มีการจำกัดในการรับรายการสินค้าสินค้า หรือมีการรับสมัครพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพที่จะส่งออก

การแก้ปัญหา

1. บริษัทควรมีการจัดการทรัพยากรบุคลากรที่เป็นระบบ

2.บริษัทควรจัดอบรมการใช้ภาษาอังกฤษให้กับพนักงาน

3. บริษัทต้องรับพนักงานเพิ่มหรือไม่ก็จำกัดรายการสินค้าที่พอดีกับกำลังการผลิตขององค์กร

การจัดการทรัพยากรบุคลากรที่เป็นระบบ

ความสำคัญของการจัดการทรัพยากรมนุษย์

                ในการบริหารองค์กร มนุษย์นับเป็นทรัพยากรสำคัญที่จำเป็นและต้องใช้ทรัพยากรมนุษย์จำนวนมากในหลากหลายหน้าที่  เพราะทรัพยากรมนุษย์จะเป็นผู้สร้างสรรค์งานบริการและเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ที่เน้นคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งการที่จะได้มาซึ่งทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ การพัฒนาและการรักษาทรัพยากรมนุษย์ให้ทำงานให้กับองค์การอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนการออกจากองค์การไปด้วยดีนั้น ล้วนต้องอาศัยการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ดี ดังนั้น การจัดการทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญกับการบริหารองค์การ ดังต่อไปนี้คือ

                 ทำให้มีบุคลากรทำงานที่เพียงพอและต่อเนื่อง เนื่องจากการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ดีจะต้องมีการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ โดยมีการทำนายความต้องการทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต ซึ่งต้องสัมพันธ์กับทิศทางและแผนงานขององค์การ ตลอดจนกิจกรรมขององค์การที่คาดว่าจะมีในอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงตลาดแรงงานของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อที่จะคาดการณ์ได้ว่าองค์การมีความต้องการทรัพยากรมนุษย์ประเภทใด จำนวนเท่าใด เมื่อใด ทำให้สามารถวางแผนการรับคนเข้าทำงาน การฝึกอบรมและพัฒนา และการหาทรัพยากรอื่นมาทดแทนถ้าจำเป็น ซึ่งจะส่งผลให้องค์การมีบุคลากรทำงานอย่างเพียงพอตามความจำเป็น และมีบุคลากรที่ทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการขยายหรือหดตัวของธุรกิจขององค์การ ส่งผลให้องค์การสามารถดำเนินงานไปได้ตามทิศทางและบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

 กระบวนการบริหารงาน(posdir)

 1. การวางแผนงาน (Planning)            

 2. การจัดองค์การ ( Organizing )

 3. การจัดคนงาน ( Staffing )

 4. การอำนวยการ ( Directing )

 5. การนำสิ่งใหม่เข้ามาใช้(Innovation)

 6. การวิจัย ( Research)

กระบวนการบริหาร (PAPOSDCORB)

1.      การกำหนดนโยบาย (Policy)

2.       การกำหนดอำนาจหน้าที่ (Authority)

3.       การวางแผนงาน (Planning)

4.       การจัดองค์การ ( Organizing )

5.       การจัดคนงาน ( Staffing )

6.       การอำนวยการ ( Directing )

7.       การประสานงาน ( Coordinating )

8.       รายงาน ( Reporting )

9.       การเงินหรืองบประมาณ ( Budgeting)

(Jerry W. Gilley, Steven A. Eggland และ Ann Maycunich Gilley ในหนังสือ Principle of Human Resource Development)

บริษัทควรจัดการอบรมการใช้ภาษาอังกฤษให้กับพนักงาน

 การอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

   เนื่องจากภาษาอังกฤษมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นต่อชีวิตประจำวันและการทำงานในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากการใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร การแลกเปลี่ยนข้อมูลทาง Internet ตลอดจนการดำเนินธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ดังนั้นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษย่อมจะมีโอกาสที่ดีกว่า เพราะจะเป็นที่ยอมรับและต้องการขององค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ มากกว่าผู้ที่ขาดความรู้ความชำนาญในด้