นี่เป็นเรื่องราวของสหรัฐอเมริกาครับ นิตยสาร นิวสวีค ฉบับวันที่ ๑๐ – ๑๗ ส.ค. ๕๒ เขาว่าอย่างนั้น อ่านบทความนี้ได้ที่นี่
ชื่อบทความนี้คือ “เงินโง่ : ประเทศต่างๆ ผลาญเงินสนับสนุนโรงเรียนโดยไร้ประโยชน์ ต่อไปนี้คือวิธีจ่ายเงินอย่างถูกต้อง” ผมว่านักบริหารการศึกษาไทยควรอ่านนะครับ
เพราะว่าประเทศไทยเราก็ยังจ่ายเงินเข้าไปในระบบการศึกษาแบบที่ผลการวิจัยเขาบอกว่า ไม่เพิ่มผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
เช่นเน้นโครงการมหาวิทยาลัยวิจัย แทนที่จะเน้นใส่เงินเข้าไปที่วิทยาลัยชุมชน นี่ผมว่าตามบทความในนิวสวีคนะครับ แต่บังเอิญมาตรงกับเมืองไทยพอดี
ประเทศกลุ่ม OECD เขามีบทเรียนอันเจ็บช้ำมาก่อนแล้วว่าอัดเงินลงไปเพิ่มค่าตอบแทนครู ลดขนาดชั้นเรียน ไหงไม่เพิ่มผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน เขาจึงทำวิจัยว่าจะใช้เงินโง่อย่างฉลาดเพื่อให้การศึกษาเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจในยามนี้ได้อย่างไร
ผลคือ ต้องใช้หนุนการศึกษาของคนกลุ่มด้อยโอกาสครับ รัฐบาล ปธน. โอบามาจึงใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของการศึกษาถึงร้อยละ ๑๒ ให้แก่วิทยาลัยชุมชน (๑๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ จากทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ)
ย้ำนะครับ บทความนี้บอกชัดเจนว่า ถ้าต้องการใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการศึกษา ให้ใช้หนุนการศึกษาของกลุ่มผู้ยากไร้หรือด้อยโอกาส
เขาบอกด้วยว่า รัฐบาลต่างๆ ไม่อยากทำอย่างนี้หรอก เพราะไม่เกิดผลด้านหาเสียง หรือด้านแสดงผลงาน
ผลวิจัยที่เขาอ้างถึงนี้ เป็นของกลุ่ม OECD ดังนั้น คนที่ไม่อยากเชื่อ อาจเถียงว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นอย่างเขา นี่คือโจทย์วิจัยที่น่าทำมากครับ
วิจารณ์ พานิช
๑ ก.ย. ๕๒
๑ ก.ย. ๕๒