แต่ในวันนี้แม้แต่จะลืมตาก็หามาบหาชากแทบไม่เจอ อนิจจา !

ว่าด้วยเรื่อง มาบ เรื่องชาก..ของชาวระยอง...

 


                                                       รวบรวมเรียบเรียงโดย

                                                            น.อ.หญิง สมพร  แก้วละมูล     


             ตั้งแต่จำความได้ ผู้เขียนก็ใช้ชีวิตอยู่ในสวน ในฐานะลูกชาวสวนในหมู่บ้านมาบชะลูด อ.เมือง จ.ระยอง สมัยเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นป่ากับสวน  ชาวบ้านจะปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ แม่น้ำลำคลอง หรือห้วยหนองคลองบึง ซึ่งเป็นคำคล้องจองที่คุ้นหูคนไทยมาแต่โบราณ แสดงวิถีชีวิตชาวไทยทั้งทางด้านการทำมาหากิน การอุปโภคบริโภค นานาประการ

   บ้านของผู้เขียนก็เหมือนบ้านชาวสวนทั่วไป ที่ปลูกอยู่ใกล้กับลำห้วยเล็ก ๆ  ปีไหนน้ำมากห้วยก็จะมีน้ำไหลตลอดปี   ปีไหนแล้งน้ำก็จะแห้งขอด  แต่บ้านเราไม่เคยเดือดร้อนเพราะเรามีมาบที่เป็นแอ่งลึก ไม่ว่าจะแล้งขนาดไหนมาบนี้ก็ไม่เคยแห้ง เราตักน้ำจากมาบมาขังไว้ในตุ่ม  แกว่งสารส้มให้ตะกอนนอนก้น  เพื่อใช้ในบ้านสารพัดเรื่อง    น้ำประปาคนบ้านเราไม่เคยรู้จัก    จะรดต้นไม้รดผักก็ตักเอาจากมาบ  จะอาบจะซักก็มักจะทำกันบนสะพานข้ามมาบ  เท่านี้ชีวิตก็แสนสุข  พ่อแม่ลูกอาบน้ำด้วยกัน

   พอโตขึ้นมาไม่กี่ปี วิถีก็เริ่มเปลี่ยน  นิคมอุตสาหกรรมมาเยี่ยมเยียน  เรือกสวนไร่นา  ที่เคยร่มรื่น ห้วยหนองคลองบึงที่เคยมีน้ำใสเย็น  หาปูจับปลากินได้ทั้งปี ก็ไม่มีอีกแล้ว   จนถึงวันนี้ถามลูกหลานไม่มีใครรู้จักมาบ   จะได้พบได้เห็นก็เป็นเพียงชื่อหมู่บ้านที่ปรากฏอยู่ตามป้ายข้างทาง  ต่อมาอีกหลายปี จึงได้มีผู้สนใจสอบถามผู้เขียนว่า "มาบ" แปลว่าอะไร อย่างไรก็ดียังมีภาษาพื้นบ้านอีกคำที่เราพบเห็นกันบ่อยมากในชลบุรี และระยอง นั่นก็คือคำว่า "ชาก"

เป็นที่สงสัยเช่นเดียวกัน  เมื่อเราขับรถผ่านบ้านชากแง้ว  ที่มีถนนตัดจากบ้านอำเภอไปออกถนนสาย ๓๓๑ เพื่อเข้า กทม.ฯ ก็มีผู้ตั้งปุจฉา ขึ้นมาว่า "ชาก" กับ "แง้ว" หมายความว่าอะไร แล้วยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เมื่อนำ ๒ คำนี้มารวมกัน  หรือกับอีกหลาย ๆ ชาก ที่มีอยู่ทั่วไป เช่น บ้านชากหมาก   ตำบลชากโดน   ฯลฯ ซึ่งเมื่อถูกถาม ผู้เขียนก็ได้แต่ตอบแบบที่ฟังดูแล้วเหมือน มั่ว  เมื่อมีโอกาสก็เลยต้องค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้แล

   มาบ  น.  บริเวณที่ลุ่มกว้างใหญ่ซึ่งอาจมีน้ำขังหรือไม่มีก็ได้  (ที่มา พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒)  

           มาบ (swamp) คือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีต้นไม้ขึ้นมากกว่าหญ้าและวัชพืชเตี้ย เป็นชื่อที่เรียกในเขตร้อนและอเมริกาเหนือ  (ที่มา website www.th.wikipedia.org)    

   swamp (ซว็อมพ) n. พื้นที่ลุ่มเปียกแฉะ, หนองบึงตื้นๆ S. wetland  (ที่มา พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย พ.เสถบุตร)  

จากที่ได้กล่าวอ้างมา    และสอบถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ชาวระยองเพิ่มเติม ก็พอจะให้ความหมายที่ตรงใจชาวบ้าน ได้ว่า

มาบ  คือ  ส่วนหนึ่งของลำห้วยที่มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ ค่อนข้างลึก มีน้ำขังตลอดปี  

   ชาก   ไม่พบคำนี้ในพจนากุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒     แต่มีกล่าวถึงใน website  http://rayong.doae.go.th/klaeng/changdon.pdf ได้ให้ความหมายของคำว่า "ชาก"ไว้ว่า  ชาก คือ ป่าใหญ่ที่ถูกแผ้วถางแล้ว  โดยมิได้กล่าวถึงแหล่งอ้างอิง ผู้เขียนจึงต้องขอใช้ความหมายนี้ไปก่อน ผิดถูกประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

   ดังนี้แล้วผู้เขียนก็ขอยกตัวอย่างพอให้ได้ชื่นชมภูมิปัญญาบรรพบุรุษของเรา ในการตั้งชื่อสิ่งต่าง ๆ อย่างมีความหมาย มีที่มา และมีเอกลักษณ์

   บ้านมาบชะลูด (บ้านเกิดของผู้เขียน)  หมายถึง หมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ลุ่ม มีมาบเป็นแหล่งน้ำและมีต้นชะลูด  (ชะลูด น. ชื่อไม้เถาชนิด Aluxia  reinwardtii  Blume ในวงศ์ Apocynaceae เปลือกหอม ใช้ทำยา และปรุงเครื่องหอม  ที่มา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒) ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น

 

ต้นและดอกของชลูด

บ้านมาบแก   เดิมเป็นพื้นที่มาบน้ำขนาดใหญ่ ที่มีต้นสะแก (สะแก น. ชื่อต้นไม้ชนิด Combretum quadrangulare  Kurz   ในวงศ์ Annonaceae  นิยมใช้ทำฟืน เมล็ดใช้ทำยาได้     ที่มา พจนากุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒) ขึ้นล้อมรอบบริเวณ มาบน้ำขนาดใหญ่นั้น มีสัตว์ป่านานาชนิด บริเวณอุดมสมบูรณ์  ชาวบ้านจึงอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานทำมาหากิน

                                                              ดอกและต้นสะแก

มาบประชัน   เป็นลำห้วยที่มีน้ำไหลตลอดปี และมีน้ำหลากในฤดูฝน   เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่และภูมิประเทศที่มีลูกเนินสองฝั่งลำน้ำอยู่ใกล้กัน  จึงได้รับการพัฒนาโดยการสร้างอ่างเก็บน้ำ 

ชื่อว่า "อ่างเก็บน้ำมาบประชัน"

 

 

 

 

**************************************************************************

ขอขอบคุณ นาวาเอกหญิงสมพร แก้วละมูล ที่ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับเรื่องมาบลงในวารสารของโรงเรียนชุมพลทหารเรือ  ในฐานะเพื่อนกันได้อ่านมีความสนใจ..จึงขอมาลงในเว็บ...ซึ่งเพื่อนก็ให้มา...ข้าพเจ้าจ่าเอกหญิงวัชรี โชติรัตน์ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนปัจจุบันและอดีตลูกน้องของเพื่อน...ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

 

ซ้ายผู้เขียน นาวาเอกหญิงสมพร แก้วละมูล กับครูอ้อยเล็กครั้งเป็นจ่าเอกและจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ตอนครูอ้อยจบเปลี่ยนเป็นมหาลัยบูรพามาแสดงความยินดีในฐานะรุ่นพี่บางแสนแต่เอกคณิตศาสตร์ ปัจจุบันเธอจบปริญญาโททางคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบูรพา

ที่มา....  http://www.watchari.com/board/index.php?topic=1400.0   

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





บรรยากาศบริเวณมาบประชันปัจจุบัน

 มาบตาพุด   ที่คนไทยทั้งประเทศรู้จัก  บัดนี้  ตาพุดได้เสียชีวิตไปนานแล้ว  มาบในสวนของตาพุดที่เคยมีน้ำใส ๆ ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้อาบได้ใช้    คงไม่มีคนในยุคนี้จดจำได้ว่ามาบนี้อยู่ตรงส่วนไหนของหมู่บ้าน  ถ้ามนุษย์ไฮเทคอย่างเราจะใช้  Google  earth ส่องหา มาบ ของ ตาพุด  ก็คงจะเห็นแต่บ่อบำบัดน้ำเสีย  กับท่อระบายน้ำที่ปล่อยน้ำเน่า ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรมลงทะเล  

   


ภาพถ่ายทางอากาศ...ของมาบตาพุด..

ชากแง้ว  ผู้เขียนพยายามค้นหาความหมายของคำว่า  แง้ว  ก็ไม่พบ จนในที่สุด ก็ขอสรุปแบบไม่ค่อยมั่นใจว่า คำนี้คงเพี้ยนมาจาก มะแงว หรือ หมักแงว  หรือ คอแลน เป็นไม้ยืนต้นที่พบมากในภาคตะวันออก  (ที่มา http://www.dnp.go.th/Pattani_botany ) ในที่สุดผู้เขียนก็ขอดันทุรังไปข้าง ๆ คู ๆ แปลออกมาได้ว่า  ชากแง้ว หมายถึง ป่าใหญ่ที่อุดมไปด้วยต้นมะแงว เมื่อผู้คนอพยพมาอยู่อาศัยจำนวนมากและได้มีการตั้งถิ่นฐานถาวรขึ้น จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านชากแงว จนในที่สุดก็เพียนเป็น "บ้านชากแง้ว"  ด้วยประการฉะนี้  (ผู้อ่านกรุณาใช้วิจารณญาณ ว่าสมควรเชื่อหรือไม่)




มะแงว หรือ หมักแงว  หรือ คอแลน 


               ชากโดน   หมายถึง ป่าใหญ่ที่อุดมไปด้วยต้นกระโดน (กระโดน น. ชื่อไม้ต้นชนิด Careya sphaerica Roxb. ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณที่ชุ่มชื้น ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวนมากเป็นพู่คล้ายคอกชมพู่ ขาว หอม ดอกบานเต็มที่กว้าง ๕ - ๘ เซนติเมตร ผลค่อนข้างกลม เปลือกใช้เบื่อปลาหรือทุบเป็นแผ่นปูหลังช้าง  โดน  จิก  ปุย  ปุยกระโดน  ปุยขาวหรือ ผ้าฮาด ก็เรียก ที่มา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒)   






ดอกและต้นกระโดน

ปัจจุบัน ผู้เขียนมีอายุอยู่ในวัยที่เรียกว่า วัยกลางคน  ผ่านมาบ ผ่านชากมาก็มาก หลับตาก็พอมองเห็นภาพความอุดมสมบูรณ์ ความร่มรื่น ผู้คนทำมาหากินประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ในมาบมีปลา  ในป่า (ชาก) มีต้นไม้  แต่ในวันนี้แม้แต่จะลืมตาก็หามาบหาชากแทบไม่เจอ อนิจจา !