เพื่อนรัก

            เพื่อน คำสั้นๆ แต่มีความหมายมากมาย การที่เราจะหาเพื่อนที่รู้ใจซักคนคงไม่ใช่เรื่องง่าย  เราต้องผ่านเรื่องราวหลายอย่างๆร่วมกัน มีทั้งเวลาที่สุข เวลาที่ทุกข์ หัวเราะด้วยกัน ทำตัวไร้สาระ และร่วมผ่านวันเวลาร่วมกัน ในที่นี่ข้าพเจ้าจะขอกล่าวถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ถึงคุณค่าของการมีชีวิต และความหมายของคำว่าเพื่อน

             เพื่อนคนนั้นของข้าพเจ้าชื่อว่าจูน เราคุยกันครั้งแรกเมื่อตอนม.2 แต่เราก็สนิทกันอย่างรวดเร็วจูนเป็นคนที่คุยสนุกเก่ง ยิ้มเก่ง และเป็นเด็กกิจกรรม เรามีอะไรหลายๆที่คล้ายกันมากๆเริ่มจากอย่างแรกเราชื่อเล่นชื่อจูนเหมือนกัน เราชอบเล่นเปียโน ชอบเล่นขิม ชอบทำขนม และชอบอ่านหนังสือนิยายเหมือนกัน เรียกได้ว่างานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเมื่อไร จูนทั้งสองคนต้องแบกหนักสือกลับบ้านคนละหลายๆกิโลกรัมเหมือนกับว่าไม่มีใครยอมแพ้ใครเลยทีเดียว  

 

          

             

               พอขึ้นม.4 มาพวกเราก็ยังสนิทกันมากเหมือนเดิม แต่เรายังมีสิ่งที่ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นเพราะเราสองคนต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เราทั้งสองคนอยากเป็นหมอเหมือนกัน ดังนั้นพวกเราสองคนจึงมักช่วยกันติวหนังสือเสมอๆ นอกจากนี้ในเวลาที่ข้าพเจ้าทุกข์ จูนก็จะอยู่ข้างๆข้าพเจ้าเสมอ บางครั้งก็แปลก เพราะเพียงแค่ได้คุยกับเพื่อน มันก็ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก บางครั้งจูนก็เข้าใจเราอย่างน่าประหลาดโดยที่เราไม่ต้องพูดออกมา  ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นนักอ่านใจชั้นยอดหรอกนะ แต่มันคงเป็นเพราะเขาได้เฝ้าดูเรามาตลอด และอยู่ข้างๆเรามาตลอดนั่นเอง

           จนมาถึงม.6 ก็คงจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเด็กม.ปลายทุกๆคนเพราะว่าจะต้องเข้ามหาวิทยาลัย มาถึงช่วงนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวที่ไหนกับเพื่อนๆ และห่างเหินจากจูนไปมากเราคุยกันน้อยลงๆ เพราะต้องกลับบ้านมาอ่านหนังสือ และมีต่างคนต่างก็มีความเครียดมากขึ้น จนมาถึงช่วงเดือนกรกฎาคมข้าพเจ้าสังเกตว่าจูนดูเหนื่อยอยู่บ่อยๆ  บางครั้งก็จะได้ยินจูนบ่นว่าปวดหัว แต่ข้าพเจ้าก็คิดว่าจูนคงจะเครียดจากการสอบ เท่านั้น แต่อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนคนหนึ่งของข้าพเจ้าที่เป็นคณะกรรมการนักเรียนก็วิ่งมาบอกข้าพเจ้าในตอนเช้าว่า จูนเรามีเรื่องจะบอก  ตอนนี้จูนอยู่โรงพยาบาล           จูนมันเส้นเลือดในสมองแตกแล้วเพื่อนก็ร้องไห้โฮออกมา  วินาทีที่ฟังนั้นข้าพเจ้าอึ้งมาก ทำอะไรไม่ถูก ตัวชาไปหมด รู้ตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลนองเต็มหน้า  รู้สึกอย่างเดียวว่าอยากไปหามันที่โรงพยาบาล ไปอยู่ข้างๆมัน  และรู้สึกใจหายเพราะว่าเมื่อสองวันที่ผ่านมา เรายังไปสอบ smart one พร้อมกัน ทานอาหารกลางวันด้วยกัน กลับบ้านพร้อมกันอยู่เลย คิดแต่เพียงว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดขึ้นด้วย เพื่อนเราจะเป็นยังไง  วันนั้นทั้งวันไม่มีความรู้อะไรเข้าหัวเลยรู้แต่ว่าขออย่าให้เพื่อนเราเป็นอะไรเลย 

         ตกเย็นข้าพเจ้ารีบไปที่โรงพยาบาลแวบแรกที่เห็นคุณแม่ของจูน ข้าพเจ้าวิ่งเข้าไปกอดคุณแม่ น้ำตาที่มันหยุดแล้วก็พานไหลออกมาอีกจนได้ คุณแม่บอกว่าจูนต้องผ่าตัดและยังห้ามเยี่ยม  หลังจากวันนั้นมาข้าพเจ้าก็ได้แต่ภาวนาขอให้การผ่าตัดของจูนผ่านไปด้วยดี  เมื่อการผ่าตัดของจูนผ่านพ้นไป ทุกๆคนดีใจมากที่การผ่าตัดประสบความสำเร็จได้ด้วยดี และข้าพเจ้าก็ได้เข้าไปเยี่ยมโดยมองผ่านห้องกระจก วินาทีที่เราเห็นหน้าเพื่อนครั้งแรก รู้แต่ว่าเรากุมมือเพื่อนที่อยู่ข้างๆจนเจ็บ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้บรรยากาศมันเศร้า รู้สึกสะอึกพูดอะไรไม่ถูกทั้งดีใจที่การผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี แต่ก็เสียใจที่ต้องมาเห็นเพื่อนตัวเองในสภาพนี้ หลังจากวันนั้นมาอาการของเพื่อนก็ดีขึ้นๆ จนสามารถเข้าไปเยี่ยมในห้องได้ ข้าพเจ้านั่งกุมมือของเพื่อน มือที่ข้าพเจ้าไม่ได้จับมานาน ในตอนนั้นเพื่อนลืมตาได้ไม่มากนัก  พยายามที่จะมองหน้าเราแต่ว่าก็ทำได้แค่กรอกลูกตา ข้าพเจ้าต้องกลั้นน้ำตาทั้งๆที่ปริ่มขอบตาและเริ่มเล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้ฟัง เรื่องเพื่อนในห้อง เรื่องกีฬาสี เรื่องวางแผนไปเที่ยวเมื่อเพื่อนหาย ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่าเพื่อนพยายามบีบมือเรากลับแต่ก็ทำไม่ได้ น้ำตาของจูนคลอเมื่อได้ยินเรื่องที่เราเล่า  เรื่องราวที่เกิดขึ้นมานั้น ให้ข้อคิดกับข้าพเจ้าว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน  ดังนั้นเราควรที่จะทำทุกเวลา ทุกนาทีและทุกวินาทีให้ดีที่สุดเพราะว่าทุกนาทีนั้นมีค่า ทุกเวลานั้นมีความหมาย  ข้าพเจ้าจึงตั้งใจที่จะรักตัวเองและรักคนรอบข้างให้มากเพราะเราไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ควรรู้คุณค่าของชีวิต รู้คุณค่าของทุกการกระทำ และยังทำให้เรารู้ถึงความสำคัญของอาชีพแพทย์มากๆเพราะว่าถ้าไม่มีคุณหมอ เพื่อนของเราจะเป็นยังไง  ทำให้ข้าพเจ้าตั้งใจที่จะ ที่สอบเข้าแพทย์ให้ได้ ตั้งใจที่จะป็นแพทย์ที่ดีและมีความสามารถ เพื่อที่จะได้นำความสามารถนี้ไปช่วยเหลือผู้คน  และเป็นการทำความฝันของตนเองและของเพื่อนให้เป็นจริงอีกด้วย

          

                   " ดังนั้นหากเรามีโอกาสรู้จักใครซักคน อย่าลังเลที่จะหยิบยื่นน้ำใจที่ดีไปให้ เพราะเราอาจจะได้พบกับมิตรแท้ 

 และอย่าลืมให้ความสำคัญกับคนอื่นๆและให้ความสำคัญกับทุกๆการกระทำ เพราะถึงแม้ว่าชีวิตอาจจะไม่ได้ยาวนาน     

แต่อย่างน้อย ก็ขอให้เราได้ทำตัวให้มีคุณค่ากับตัวเอง กับคนรอบข้างกับสังคม และทำตัวให้สมศักด็ศรีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์"

 

    

เราไม่ได้เป็น"เเค่"เพื่อน เเต่เราเป็น"ตั้ง"เพื่อนต่างหาก