เริ่มจากชื่อหัวข้อกันดีกว่าถ้าใครทำงานใน field ของการผลิตนั้นคงจะคุ้นเคยกับคำเหล่านี้ เมื่อเวลาเจอปัญหาในด้านการผลิต
Corrective action --การปฎิบัติการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
Preventive action --การปฎิบัติการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ให้เกิดขึ้นอีก
PoKaYoke          --ระบบการป้องกันความผิดพลาดอย่างเผลอเรอ (หรือป้องกันความผิดพลาดอย่างโง่ๆ )

           แต่นอกเหนือจาก 3คำนี้      คุณเคยได้ยินคำนี้ไหมครับ  "Sin in the past" ถ้าให้แปลเองก็คงจะเป็น บาปในอดีต  บางคนคงงงแล้วล่ะ ว่าโพสต์มาผิดชุมชนหรือเปล่า ....เปล่าครับ   พอดีเขียนเรื่องที่ทำงานเก่าแล้วเกิดนึกถึงรุ่นพี่ที่ทำงานคนหนึ่งขึ้นมา   สายของวันหนึ่ง หลังจากจิบกาแฟในช่วง Coffe breakเสร็จ   พี่เค้าพูดคำนี้ขึ้นมาพร้อมกับเปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่บริษัทคู่ค้าใจดีซื้อให้   เพื่อเข้าไปดู  Database ที่พี่เค้าเรียกมันว่า Sin in the past นั่นแน่...พี่ครับ พี่จะชวนผมเล่นเกมส์เหรอ   ชื่อเหมือนกับเกมส์เลย  แต่ขอโทษไม่ใช่ครับ     เจ้า Sin in the Past ที่ว่านี้ ก็คือการเก็บรวบรวมข้อมูลและรายงาน ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดในด้านการผลิต ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดจากเครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิต  เครื่องมือวัด  เครื่องมือตรวจสอบ หรือ ความผิดพลาดจากตัวพนักงานในการปฏิบัติงาน   ปัญหาจิปาถะ  ปัญหาเล็กปัญหาน้อยสาระพันและรวมไปถึงปัญหาที่ Custmer Claim ที่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่ารายงานปัญหาเหล่านี้ ก็จะมีระบุถึง ที่มาของปัญหา ,สาเหตุที่เกิดขึ้น ,วิธีการแก้ไข,ผลของการแก้ไข,วิธีการป้องกันปัญหา
          ซึ่งในขณะนั้นพนักงานหน้าใหม่เข้างานมาได้ไม่ถึงเดือนอย่างผมก็ได้นำมันมาใช้เป็นประโยชน์แล้วล่ะครับ เพราะ 1เดือนต่อมารุ่นพี่ที่ผมเข้ามาทำงานแทนเค้านั้นได้สอนงานแล้วลาออกไปหลังจากนั้นได้ 1 อาทิตย์ มาแล้วครับ ชิ้นงานเสีย ที่ส่งมาจากลูกค้า อ้าว! ตอนนั้นนึกในใจว่า "แล้วจะทำอย่างไรดี ฝึกงานมาได้แค่เดือนเดียว ชื่อรุ่นกว่า 40-50 รุ่นของผลิตภัณฑ์ยังจำได้ไม่หมดเลยต้องมาวิเคราะห์สาเหตุงานเสียซะแล้ว" ลูกค้าร้องขอ F/A และ CAR (Failure analysis report and Corrective Action Report)ภายใน 3 วัน ......จับต้นชนปลายไม่ถูกก็ไปเริ่มหาข้อมูลจากระบบ Sin in the past ที่ว่าค้นข้อมูลย้อนหลังไป 3-4 ปี ก็เจอปัญหาที่ใกล้เคียงกับกรณีปัจจุบันที่นำมาเป็นข้อมูลที่ช่วยเหลือในการวิเคราะห์สาเหตุของชิ้นงานเสียที่เจอในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งในที่สุดผมก็สามารถแก้ไขปัญหาไปได้อย่างรวดเร็วและเรียบร้อย  ...และแล้วผมก็พบ Bible ฉบับที่ 2 สำหรับการทำงานที่นี่แล้ว     ยิ่งเมื่อได้มาเรียนวิชา Knowledge Management ผมก็เข้าใจได้ว่าบาปในอดีตของพี่เค้านั้น (อย่าคิดลึกเกินไปนะครับ ว่าพี่เค้าไปทำอะไรไม่ดีมา) เป็นการจัดการองค์ความรู้อย่างหนึ่ง แม้เจ้าตัวไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว เจ้าตัวก็ไม่จำเป็นต้องปากเปียกปากแฉะกับการอธิบายให้รุ่นน้องคนหนึ่งอย่างผมฟังในสายโทรศัพท์ ที่ต่อสายไปหาพี่ด้วยความร้อนใจอีกต่อไป เพราะแม้ว่าพี่จะไม่อยู่ แต่ความรู้และประสบการณ์ยังคงฝากไว้กับองค์กรเพื่อประโยชน์ในการทำงานที่มีประสิทธิภาพต่อๆไป  ขอบคุณครับพี่

          หมายเหตุ : ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการค้นหาข้อมูลโดยการสอบถามเพื่อนร่วมงานที่เข้างานมาก่อน บางคนก็ไม่สามารถตอบปัญหาได้ชัดเจนหรือถูกต้อง  บางคนลืมไปแล้วว่าเคยมีปัญหานี้เกิดขึ้น  ดังนั้นการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสำคัญเอาไว้ในรูปแบบของฐานข้อมูลจะทำให้ การทำงานสะดวกขึ้น ไม่ต้องขึ้นกับสมองคนในการจำเรื่องราวต่างๆและท้ายที่สุดมันจะนำมาซึ่ง ความรู้(Knowledge)และปัญญา(Wisdom)ให้กับตัวเรา