อันดับแรกข้าพเจ้าขอกล่าวถึงเครื่องจักกลที่ใช้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ก่อน  เพราะปู๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยชีวภาพเป็นปุ๋ยที่อาศัยจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายซากพิชและซากสัตว์ให้สลายตัวกลายเป็นแร่ธาตุพอที่พิชหรือสัตว์นำไปเป็นอาหารได้
 
                ข้าพเจ้าเคยเป็นกรรมการพัฒนาองค์กรเข้มแข็งจังหวัดบุรีรัมย์  พอช เคยไปร่วมประชุมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ ทำปุ๋ยอินทรีย์อิดเม็ด  ได้รู้ปัญหาห้องเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยอินทรีย์ที่แต่ละกลุ่มมีอยู่  ข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง คือ
 
                เครื่องอัดแม็ดอินทรีย์แบบจานดาวเทียม  แขงกลุ่มอำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์  ของนายบุญเพ็ง  ประธานกลุ่ม  เป็นขนาด  1.5 เมตร  สามารถปั้นเม็ดปุ๋ยได้วันละไม่เกิน 2 ตัน  กลุ่นนี้มีสมาชิก 1,600 คน  เครื่องปั้นเม็ดปุ๋ยเล็กขนาดนี้จึงไม่สามารถปั้นเม็ดปุ๋ยให้พอกับความต้องการด้  ตรงกันข้ามกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านสองชั้น  ตำบลสองชั้น  อำเภอกระสัง  มีเครื่องปั้นเม็ดปุ๋ยแบบจานดาวเทียมเหมือนกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านสนวน ตำบลหินเหล็กไฟ  อำเภอคูเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  คือขนาด 2 เม็ด สามารถปั้นเม็ดปุ๋ยได้วันละ 4-5 ตัน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพราะสมาชิกมีเพียงไม่ถึงร้อยคน  และไม่นิยมใช้ปุ๋ยอัดเม็ด
 
                เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยแบบจานดาวเทียมขนาด 2 ม. ของบ้านหนองบก  ตำบลพุทไธสง 
อำเภอพุทไธสงสามารถอัดเม็ดได้วันละ 4-5 ตัน  ก็ต้องทั้งเพราะมีสมาชิกนิยมใช้ปุ๋ยเป็นจำนวนมาก  ต้องรอคิวกันจึงเปลี่ยนไปซื้อเครื่องอัดเม็ดแบบลูกโม 1 ขนาด 30 สามารถอัดเม็ดปุ๋ยได้วันละ  1015 ตันต่อวัน  จึงเพียงพอกับความต้องการของสมาชิก  เครื่องนี้ซ้อมาจากจังหวัดยะโสธรใช้มอเตอร์ฉุดขนาด  20 แรงม้า ข้าพเจ้าเห็นว่า  สิ้นเปลืองค่าไฟฟ้า เป็นจำนวนมากต่อเดือน
                ข้าพเจ้าจึงคิดว่า  ข้าพเจ้าต้องการที่จะทำเครื่องอัดปุ๋ยแบบนี้ให้สามารถทำงานอัดปุ๋ยได้ปริมาณเท่ากับเครื่องนี้  แต่ใช้เครื่องฉุดเพียง 32 แรงงม้า จึงไปหาอาจารย์เทคนิคคูเมืองให้เขาช่วยทำให้ตามที่ข้าพเจ้า  สามารถจะหาอุปกรณ์ให้เข้าทำให้ได้
 
                อาจารย์เทคนิคคูเมือง  ดำเนินการสร้างเป็นเวลา 2 เดือน จึงสำเร็จ  ตามรายประกอบท้ายนี้