วันก่อนได้แลกเปลี่ยนความรู้ เรื่องการส่งเสริมป้องกันฟันผุในเด็กปฐมวัย กับเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่มีลูกเล็กๆ สรุปได้ใจความว่า "เลี้ยงลูกมา 2 คน คนโตมีฟันผุ แต่ คนเล็กฟันไม่ผุ (ตอนนี้คนเล็กอายุ 5 ปี) ความแตกต่างของสาเหตุที่ทำให้ลูกคนโตฟันผุเพราะเป็นลูก/หลานคนแรก ทำให้ทุกคนเห่อ และตามใจ เป็นผลให้ลูกคนโตเอาแต่ใจตัวเอง บอก/สอนไม่ค่อยเชื่อ สอนให้แปรงฟันก็ไม่ค่อยอยากแปรง จนกระทั่งฟันผุมากต้องรักษารากฟัน หมอฟันก็เอาไม่อยู่ต้องใช้กระดานมัดเวลาทำฟัน
ส่วนลูกคนเล็ก เนื่องจากเป็นลูกคนที่สอง ญาติๆ ก็จะไม่ค่อยเห่อแล้ว เพราะฉะนั้น ก็จะไม่มีการตามใจโดยไม่มีเหตุผล คนนี้ จะพูดง่าย สอนง่าย พ่อแม่สอนให้แปรงฟัน ก็ทำตาม และเวลาไปทำฟันก็ให้ความร่วมมือดี ไม่กลัวหมอฟัน อีกอย่าง ความแตกต่างของลูกทั้ง 2 ก็น่าจะเนื่องมาจาก การสอนในเรื่องการแปรงฟัน ในลูกคนที่ 2 ได้ยกตัวอย่าง ให้เห็นผลเสียของการไม่แปรงฟัน และการกินลูกอมด้วย โดยคุณพ่อบอกว่า ถ้าหนูไม่แปรงฟัน หรือหนูอมลูกอม จะทำให้หนูมีฟันไม่สวยเหมือนคุณแม่ ทำให้เขาเห็นตัวอย่าง และทำให้จดจำง่าย ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุผลอีกอันหนึ่ง ที่ทำให้คนเล็ก ใส่ใจการแปรงฟัน และไม่อมลูกอม"
แล้วคุณมีเรื่องแลกเปลี่ยนให้พวกเราเรียนรู้ อีกไหมคะ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมทันตสุขภาพ
ความแตกต่างของสาเหตุที่ทำให้ลูกคนโตฟันผุเพราะเป็นลูก/หลานคนแรก ทำให้ทุกคนเห่อ และตามใจ เป็นผลให้ลูกคนโตเอาแต่ใจตัวเอง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Prof. Vicharn Panich · 17 พ.ค. 2549
เจนจิต รังคะอุไร (ตูน) · 17 พ.ค. 2549
Ped บำราศ · 17 พ.ค. 2549
นาย โกวิทย์ อ่วมขันธ์ · 17 พ.ค. 2549
ส้มฉุน · 17 พ.ค. 2549

สำหรับพี่นะคะ ลูกคนแรกฟันดีที่สุดเลย ได้รางวัลหนูน้อยฟันสวยด้วย เราจะดูแลคนแรกอย่างเข้ม เพราะกลัวลูกฟันผุ ไม่อยากให้ลูกเจ็บ ไม่อยากให้เกิดอาการเสียวฟัน พี่เลี้ยงก็จะดูแลลูกตามวิธีที่เราบอก เอาเป็นว่า controได้l เดินไปมุมไหนของบ้าน ขั้น1 ขั้น2 หน้าห้องน้ำจะมีแปรงสีฟัน แปรงทุกครั้งหลังอาหาร เล็กๆจะขัดขืนแต่พฤติกรรมนี้มีผลให้เวลานี้เริ่มเป็นหนุ่ม(อายุ16ปี) ก็ยังต้องแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร อาจยกเว้นบ้างเวลาหลังอาหารของการไปโรงเรียน แต่ถ้าอยู่บ้านจะแปรงเสมอและดูจะไม่มั่นใจหากไม่ได้แปรงฟัน เพราะฉะนั้นคุณชายของพี่ก็จะแปรงเป็นประจำ ฟันไม่เคยผุตั้งแต่เกิดจนบัดนี้
แต่พอถึงคนเล็กกลับมี ฟันผุ 1 ซี่ ค่ะ มีการเปลี่ยนพี่เลี้ยงเพราะคนเก่าถูกเขาแย่งตัวไป (เป็นดาราไม่บอกชื่อ...ใครๆก็อยากเป็นพี่เลี้ยงลูกของดาราจริงมั๊ยคะ) คราวนี้พี่ก็ได้เนอรสเซอรี่จากศูนย์เลี้ยงเด็กในกรุงเทพ (คนเก่านี่เราหาเอง เขาเคยเป็นเนอส์เซอรี่ แต่ออกมาทำอิสระ) เธอวางขวดนมแล้วเอาผ้าอ้อมหนุนรองไว้ (ไม่ถือให้ ตอนเล็กๆนะคะ) คิดดูประมาณว่า นมน่าจะถูกสัมผัสผิวฟันเป็นเวลานาน เพราะหากถือขวดนมเวลาหมดก็จะรู้ และถือนานๆไม่ได้จะเมื่อย เป็นเช่นนี้นานๆ สังเกตผิวฟันมีSpot สีขาวบนผิวฟัน แล้วในที่สุดก็ผุ 1 ซี่ ค่ะ
พี่ว่าอิทธิพลและพฤติกรรมของการเลี้ยงดู เป็นเหตุและปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคฟันผุอย่างถูกต้องโดยไม่ต้องพิสูจน์สมมุติฐานอีกแล้ว เพราะมีผู้เขียนไว้แล้ว การเลี้ยงดูอย่างถูกวิธีโดยความใจแข็งของผู้ดูแลลูกเป็นเรื่องราวที่หมอจอยสามารถจัด COP กับผู้ปกครองที่พาลูกมาที่คลินิกในรพ.ของศูนย์ได้อย่างดีเลยค่ะ เพื่อเอาเล่าเรื่องความสำเร็จนั้นนำไปสู่กันShare and Learn ระหว่างผู้ดูแลเด็กด้วยกัน ขอเอาใจช่วย CKO คนนี้อย่าเต็มเปี่ยมค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับกำลังใจ แล้วจะทำตามคำแนะนำนะค่ะ
ขอเล่าความสำเร็จในการดูแลฟันหลานของดิฉันค่ะ
ปัจจุบันหลานอายุ 10 ปี และไม่มีฟันผุเลย มีการแปรงฟันสมำ่่เสมอ ตอนเล็กๆแม่มอบหน้าที่ให้ยายเลี้ยงแต่ดิฉันซึ่งเป็นป้าได้คอยดูแลหลานอีกต่อหนึ่ง คือจะบอกให้ยายแปรงฟันให้หลานทุกครั้งที่มีการกินหรือดื่มนม ตอนแรกหลานจะร้องไห้ไม่ยอม ต่อมาก็ชินไปเอง หลักการเลี้ยงเด็ก คือ ต้องให้เด็กรู้จักมีวินัยในการทำความสะอาดช่องปากและใช้กฏกติกาเช่น ถ้าอยากกินขนมหลังกินก็ต้องแปรงฟัน และถ้าเด็กบอกว่า เดี๋ยวก่อนเอาไว้ทีหลัง ต้องใจแข็งไม่ยอมค่ะ
ขอเล่าความสำเร็จในการเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีด้วยค่ะ
ดิฉันมีลูกสาวหนึ่งคน เพราะต้องทำงาน ก็ฝากให้ยายเลี้ยงลูกที่บ้าน ยายอายุ 72 ปีแล้วแต่ก็สามารถเลี้ยงหลานให้ฟันดีได้
โดยดิฉันได้บอกยายว่า ให้เช็ดฟันให้หลานด้วยหลังกินนมและถึงแม้จะหลับไล้วก็ต้องเช็ดเพราะถ้าปล่อยให้หลับจะทำให้มีอาหารอยู่ในปาก ซึ่งเชื้อโรคจะทำให้ฟันผุได้ดีโดยเฉพาะตอนหลับ แรกๆลูกดิฉันก็ร้องตอนเช็ดฟันให้แต่พอทำทุกวันเค้าก็เคยชินและรู้ว่าต้องอ้าปากให้เช็ดหลังกินนม และยายก็ไม่เคยปล่อยให้หลับคาขวดนมค่ะ นอกจากนั้นก็ให้หลานแปรงฟันวันละ 2 คร้ง ตอนนี้ก็โตแล้วมีฟันดี แล้วฟันแท้ก็เริ่มขึ้นมาแทนฟันนำนมแล้ว ความสำเร็จอีกอย่างที่อยากจะบอกคนอื่นให้รู้ ก็คือ
ฟันน้ำนมที่โยกตามระยะเวลาที่ฟันแท้จะขึ้น ไม่ต้องมาถอนโดยต้องเจ็บตัวจากการฉีดยาชาก็ได้ค่ะ เพราะก็กรณีลูกดิฉัน ดิฉันดึงออกเองค่ะ
เรื่องฟันผุใครไม่เคยไม่รู้หรอก แต่ไหนๆ ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านอาการปวดฟันมาแล้ว ก็เป็นรสชาติของชีวิตเลย คิดว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่ตัวเองชอบทานขนม ไม่แปรงฟันก่อนนอน และคุณแม่ก็ไม่บังคับ (เพราะเห็นลูกหลับง่ายไม่อยากกวน) แต่โชคดีที่คุณแม่จะพาไปหาหมอฟันทุกครั้งที่บอกว่าปวดฟัน เลยทำให้ยังมีฟันเหลือมาใช้งานครบทุกซี่ (บุญคุณแม่แท้) สุดท้ายไปหาหมอฟันบ่อยๆ ก็เลยมาเป็นหมอฟันเองเลย ตอนนี้มีหลานก็จะบอกพี่สะใภ้ว่าอย่าให้ฟันผุนะเดี๋ยวไม่มีฟันเคี้ยวข้าว (ที่ไหนได้ ก็การทำฟันเด็กนะไม่ใช่ปอกกล้วยนะ พอๆ กับปอกทุเรียนดิบเลยมั่ง) พี่สะใภ้ก็แสนจะน่ารักเลี้ยงหลานด้วยนมแม่ พอโตมาหน่อยก็ใช้แก้วหัดดื่มของเด็กให้หลานดื่ม หลานเราเลยไม่ติดขวดนมเพราะไม่เคยดื่ม เห็นก็เฉยๆ (สบายอาหลานก็ไม่ฟันผุเพราะหลับคาขวดนม แต่ผุเพราะหลับคานมแม่แทน) ที่บ้านเลยไม่มีความจำเป็นในการใช้ขวดนมเลย (ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง) ส่วนเรื่องการฝึกแปรงฟันหลานจะไม่เคยงอแงในการแปรงฟันเลย (บอกหลานว่าเดี๋ยวไปประกวดนางงามไม่ได้ ยกข้อเสียของฟันผุมาเพียบแบบว่า 1 อสงไขเลยมั่ง ) วันหลังเราจะมาเล่าเรื่องฟัน Fun ให้ฟังอีกคะ เพราะวันนี้เล่าเรื่องหลานมากคิดถึงหลานแล้ว บาย
เลี้ยงลูกไม่ติดลูกอม
ดิฉันมีลูก 2 คนอายุ 12ปี และ 9 ปี เราเป็นครอบครัวเล็ก ดิฉันและสามีตกลงกันว่าจะไม่ซื้อลูกอม ทอฟฟี่หรืออะไรก็ตามที่หวานและเหนียวติดฟันให้ลูกกิน ลูกจะไม่คุ้นเคย ไม่นึกอยากกิน ไม่ขอกิน ไปร้านขนมเขาก็จะหยิบแต่ขนมอย่างอื่น บางครั้งมีญาติซื้อลูกอมมาฝาก ดิฉันจะทิ้งโดยไม่เสียดายเพราะใครเอาไปอมก็ทำให้ฟันผุทั้งนั้นแหละค่ะ ไปโรงเรียนเพื่อนแบ่งลูกอมให้ลูกกิน เขากลับมาบอกแม่ว่ามันเหนียวปากและเผ็ดซ่าๆที่ลิ้น ก็เลยคายทิ้ง ดิฉันพอใจที่ลูกรู้สึกอย่างนั้น การที่ไม่ให้ลูกคุ้นเคยกับลูกอมและให้แปรงฟันหลังอาหารทุกครั้ง ยอมรับว่าทำยากและเหนื่อยแต่คิดว่าแลกกับการที่ลูกสามารถรักษาสุขภาพช่องปากตนเองได้ ก็หายเหนื่อยค่ะ
การป้องกันไม่ให้ฟันผุ
ข้าพเจ้าแปรงฟันหลังอาหารเป็นประจำ โดยการทำให้เป็นนิสัยและใช้ไหมขัดฟันหลังแปรงฟันทุกครั้ง สมำเสมอ ได้แนะนำสามีและลูกตลอดจนคนในครอบครัวอื่น ครอบครัวของข้าพเจ้าก็ไม่มีใครฟันผุเลย และอีกอย่างที่ไม่ทำให้ฟันไม่ผุเลยคือการกินผักผลไม้มากๆ ผลไม้กวนต่างๆ ลูกอม ขนมหวานไม่ซื้อรับประทานเลย สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการตรวจฟันทุก 6 เดือนหรืออย่างน้อยปีละ ครั้ง
ดิฉันและครอบครัวไม่มีคนมีฟันผุเลยค่ะ การดูแลฟันก็แปรงฟันเช้า-เย็น ส่วนลูกก็เน้นว่าต้องแปรงฟันน่ะ โดยเฉพาะก่อนนอนห้ามลืมแปรงฟันเด็ดขาด ในเรื่องการกินลูกก็ไม่ค่อยกินขนม ตอนลูกเล็กๆเลี้ยงลูกอาหารว่างจะเป็นกล้วยครูดและไม่เคยเคี้ยวข้าวให้ลูกจะใช้วิธีบดหรือตำเอา เพราะเห็นยายของคนอื่นหลายๆคน เลี้ยงหลานเล็กๆที่ยังเคี้ยวข้าวไม่เป็น ยายก็จะเคี้ยวข้าวให้ เห็นมาหลายคนจะพบว่าหลานจะมีฟันผุ จากสิ่งที่ฉันเห็นนี้เป็นความรู้จากสิ่งที่เกิดจากการสังเกตเห็นจริงๆดังนั้นฉันจะไม่เคี้ยวข้าวให้ลูก ในตอนเด็กๆฉันจะไม่ได้กินขนมเพราะไม่มีขนม ตรงนี้ก็เลยเป็นโชคดีทำให้ไม่มีฟันผุและปัจจุบันก็ไม่ชอบขนมคือไม่ติดขนม ที่บ้านจะมีกล้วยไว้ประจำบ้านและทุกคนก็ชอบกินรวมทั้งลูกสาววัยรุ่นด้วย
วันเสาร์ที่24 มิย.2549 ศูนย์อนามัยที่6 ได้จัดประชุมผู้ปกครอง โดยใช้การแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งในกลุ่มผู้ปกครองและบุคลากร จากการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทำให้เกิดบรรยากาศที่ดี และได้ความรู้ เทคนิค การดูแลเด็กๆ เช่นในเรื่องเทคนิคการดูแลให้เด็กมีฟันแข็งแรงไม่มีฟันผุมีดังนี้
1.การฝึกให้ลูกแปรงฟัน โดยชวนลูกไปแปรงฟันด้วยกัน พอลูกเห็นแม่แปรงฟันลูกก็ให้ความร่วมมือดีและแปรงฟันได้
2.ฝึกให้เด็กร่วมมือในการอ้าปากให้ดูโดยเล่นเป็นคุณหมอเพื่อตรวจฟัน สลับกันตรวจ ลูก(น้องวันใส)ให้ความร่วมมือดีมาก แต่เมื่อไรที่บังคับลูกจะขัดขืนทันที
3.จะไม่เคยซื้อขนม ลูกอม น้ำอัดลมให้ลูกกิน เพราะจะทำให้ลูกติดอาหารเหล่านี้ และทำให้ฟันผุ
4.ให้ลูกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ และกินอาหารที่มีวิตามินซี จะช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง
5.ไม่ควรพาลูกเข้าร้านมินิมาร์ถเพราะลูกจะอยากซื้อขนม
วันนี้ได้แลกความคิด ความเชื่อแบบไม่เป็นทางการ ได้ประเด็นว่า บางครั้งหลายคนรู้ว่า กินแบบนี้ไม่ดีกินแบบนี้สุขภาพฟันจะดี แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามความรู้ที่ถูกต้องได้ เพราะเกิดความเคยชินกับการกินแบบเดิมๆ ต้องการความสุขปัจจุบันทันทีมากกว่าหรือเพราะใช้เหตุผลอย่างอื่น มีใครเป็นแบบนี้มั๊ย
ขอเล่าเรื่องเล่าความสำเร็จของตนเองบ้าง
ก็คงเป็นเรื่องความสำเร็จในการส่งเสริมให้ลูกแปรงฟัน
เป็นเรื่องที่ได้มาจากญาติๆเวลาลูกไปพักต่างจังหวัด
โดยที่ตัวเองและคุณพ่อของลูกไม่ได้ไปด้วย ชมว่า
ที่เห็นชัดๆคือ คุณแม่คือ ตัวเองสอนลูกได้ดีอย่างหนึ่งคือสามารถให้ลูกสนใจแปรงฟันก่อนนอนดีมาก ดูจากเค้าจะรับผิดชอบเองในช่วงที่อยู่บ้านญาติโดยไม่ต้องบอก จากความสำเร็จตรงนี้ก็ทำให้ภูมิใจว่าคนอื่นชมอย่างน้อยๆก็ทำให้ลูกรับผิดชอบแปรงฟันล่ะ เบื้องหลังของพฤติกรรมการแปรงฟันของลูกก็มาจากการสังเกตและคอยถามลูกอยู่เสมอหลังกินอาหาร ว่าแปรงฟันแล้วหรือยัง ถ้ายังก็เอาแปรงมาให้แปรงตอนนั้นเลย ค่ะถึงแม้ความสำเร็จนี้จะเป็นความสำเร็จเล็ก
น้อยมาก แต่ก็ทำใหได้คำชมนะค่ะ ขอเชิญชวนคุณแม่คนอื่นๆร่วมกันทำนะค่ะ
วันนี้ได้แลกเปลี่ยนความรู้การดูแลสุขภาพช่องปากกับคุณแม่น้องฟ้า พบว่าคุณแม่ดูแลโดยให้แปรงฟัน เช้า-ก่อนนอนและสอนให้ลูกไม่กินลูกอม แต่น้องฟ้าก็ยังมีฟันผุทั้งนี้คุณแม่น้องฟ้าคิดว่า น้องฟ้าน่าจะแอบกินลูกอมตอนที่อยู่ห่างจากสายตาแม่ ดังนั้นก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันถึงทางแก้ปัญหา ได้ข้อสรุปมี 2 ทางคือ
1.สอนลูกให้เข้มแข็งไม่กินลูกอม ไม่ใจอ่อนตามใจตัวเอง
2.ส่งเสริมให้ชุมชนดูแลกันเอง เช่น ไม่ให้มีการขายลูกอมในชุมชน
ดิฉัน มีลูก 2 คน เมื่อก่อนไม่มีความรู้เรื่องว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมขวดจะทำให้ฟันผุ ดังนั้นจึงให้ลูกกินนมจากขวดและหลับคาขวดนม จนอายุ 1 ปี 8 เดือน จึงพบว่าฟันลูกผุมากเหลือแต่ตอฟัน จึงพามารักษา เมื่อลูกมีฟันผุมากจึงค้นคว้าหาหนังสือที่บอกเกี่ยวกับวิธีดูแลฟันมาอ่านให้ลูกฟัง และตอนนั้นมีรายการรักฟันก็จะชวนลูกมาดูด้วยกันเพื่อชวนให้ลูกเลิกกินนมจากขวด
และกินนมรสจืด แรกๆก็ไม่ยอม แต่ใช้เวลา1-2 อาทิตย์ เค้าก็ยอม ตอนนี้ลูกไม่กินนมจากขวด และกินนมจืด ไม่มีปัญหาแล้วค่ะ และก็จะบอกต่อๆเพื่อนที่ทำงานและญาติให้ทำความสะอาดฟันลูกหลังกินนม
ขอขอบคุณคุณแม่สมบัติที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมทันตสุขภาพค่ะ ขอแลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติมเรื่องการกินนมจากขวด ค่ะ เพื่อจะได้บอกต่อๆคนอื่นๆให้รับรู้กันให้มากๆจะได้ลดการเกิดฟันผุในเด็กเล็กและช่วยกันประหยัดเงินทั้งของภาครัฐและส่วนตัวของผู้ปกครอง คือ” การกินนมจากขวดและหลับคาขวดนมมีโอกาสทำให้ฟันผุมากเพราะมีระยะเวลาที่อาหารคือ นมอยู่ในปากนานทำให้เชื้อมีเวลาย่อยอาหารและเกิดกรดทำลายฟัน ที่ดีที่สุดคือเลิกการกินนมจากขวดเมื่อเด็กอายุ 1ปีถึงหนึ่งปีครึ่งและให้เด็กกินนมจากแก้วแทน ตรงนี้บางคนที่ยังไม่เคยลองฝึกเด็กจะบอกว่าทำไม่ได้ แต่จากหลายๆคนที่ฝึกลูกมา และไม่ใจอ่อนละความพยายามไปก่อนจะพบความสำเร็จค่ะ”
ลูกของดิฉันตอนที่อยู่ในช่วงอายุที่ฟันน้ำนมจะหลุดออกและอยู่ในช่วงที่ฟันแท้ใกล้จะขึ้นมาแทนที่ ดิฉันก็บอกให้ลูกล้างมือให้สะอาดและค่อยๆโยกฟันน้ำนม โยกเรื่อยๆเดี๋ยวก็หลุดเอง แค่นี้ก็แก้ปัญหาฟันแท้ขึ้นมาซ้อนฟันน้ำนมได้ ผู้ปกครองท่านอื่นๆก็สามารถแนะนำและดูแลลูกที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดและมีฟันแท้โผล่ขึ้นมาซ้อนได้นะค่ะ
มีเรื่องเล่า ที่เกิดกับเพื่อนร่วมงาน คือ มีอาการเสียวฟัน ตรวจภายนอกไม่เจอ ถ่ายภาพรังสีก็ไม่เห็นเพราะเป็นฟันผุที่เล็กมาก จนตรวจอีกรอบจึงพบ สาเหตุเกิดจากฟันเคลื่อนลงมาเพราะไม่มีฟันสบข้างล่างทำให้เศษอาหารติดง่าย ดังนั้นใครที่มีฟันแบบนี้ก็ควรใส่ฟัน และใช้ไหมขัดฟันหลังกิน ฟันจะได้ไม่ผุ
วันก่อนได้คุยกันกับผู้รับบริการและได้ให้คำแนะนำ เรื่องการหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารที่มีผลต่อโรคฟัน
เช่นไม่ควรกินน้ำอัดลมเพราะจะทำให้ฟันผุ ผู้รับบริการซึ่งปัจจุบันเป็นอัมพฤกษ์และมีฟันผุหลายซี่ที่ได้รับการอุดฟันแล้วได้บอกว่า
ตอนนี้ พวกน้ำอัดลม ดิฉันเลิกกินแล้ว
ที่เป็นแบบนี้เดินก็ลำบากเพราะเมื่อก่อนกินน้ำอัดลมนี่แหละ
ค่ะตรงนี้ก็เป็นความรู้หนึ่งจากประสบการณ์ตรงของผู้ได้รับผลจากการกิน วันนี้ท่านที่ได้อ่านBLOGนี้เลิกดื่มน้ำอัดลมหรือยังค่ะ
วันนี้มีความรู้ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของตัวเอง อยากเผยแพร่ให้คนอื่นทราบเผื่อจะได้แลกเปลี่ยนหรือนำไปประยุกต์ใช้นะค่ะ
คนหลายๆคน ดิฉันคิดว่าน่าจะ เคยมีอาการเสียวฟัน เวลากินของเปรี้ยว อย่างดิฉันจะเสียวฟัน
คือรู้สึก"จี๊ด"ที่ฟันหน้าซี่ที่ใช้กัดผลไม้เปรี้ยว แต่ว่าก็อยากจะกิน ดังนั้นดิฉัน ใช้วิธี ปั่นผลไม้เปรี้ยวนั้น แล้วก็ใช้หลอดดูด ดูดผลไม้เปรี้ยว เท่านี้แหละก็สามารถกินผลไม้เปรี้ยวนั้นโดยไม่เสียวฟันค่ะ