๒ ตุลาคม ๒๕๔๘

        วันนี้เราตื่นตั้งแต่ตี ๕ ครึ่งเพื่อไปลงเรือ ๖ โมงเพราะลูกสาวจองอาหารเช้าที่ Sandbank ขอบอกว่าสุดยอด...เพราะสถานที่ที่ว่านี้มันเป็นเนินทรายกลางทะเลที่ไม่มีต้นไม้ ไม่มีร่มไม่มีอะไรเลย รับแขกแค่วันละ ๓ รอบๆละ ๑ คู่หรือ ๑ ชุด หรือ ๑ ครอบครัว ต้องจองล่วงหน้าดังนั้นทั้งเกาะแห่งนี้จึงมีแต่เรา ๔ คนพ่อแม่ลูก กับพนักงานขับเรือ ๑ คน ลูกเรือ ๑ คน พนักงานเสิร์ฟ ๑ คน พอไปถึงพระอาทิตย์เริ่มจะขึ้นท้องฟ้าค่อยๆสว่าง เขาจัดโต๊ะวางอาหารให้เราเสร็จ ก็จะเชิญเราทานอาหาร ถ้าเป็นหนุ่มสาวของบอกว่าโรแมนติคมาก ยิ่งถ้าเป็นมื้อเย็น โอ...อยากกลับไปเป็นหนุ่ม ฮิฮิ.....ส่วนครอบครัวเราขอบอกว่า ความคิดถึงลูกที่ต้องห่างกัน ๔-๕ เดือนมีความรู้สึกดีมากๆ นั่งคุยหยอกล้อกันตามประสาพ่อแม่ลูก รอบข้างมีทะเล ไม่มีเสียงอื่นนอกจากเสียงคลื่นซัดหาดเบาๆกับเสียงหัวเราะของครอบครัว กับ Danish Blue ที่มันตามมาหลอกหลอนตอนอาหารเช้าเพราะ ๑ ในรายการมันเป็นไอ้นี่แหละ แต่ว่าที่เกาะมันมีสตอเบอรี่ลูกโตผ่าครึ่งมาให้ด้วย ก็เลยเอาสตอเบอรี่ให้ลูกสาว ถามลูกว่าหัวละเท่าไหร่มันก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่รู้แน่เพราะเขาลดพิเศษให้กับพนักงานที่ใช้สิทธิใช้ห้องพักและราคาพิเศษนี้เฉพาะช่วงเวลาที่พักอยู่ตามสิทธิเท่านั้น ตอนหลังผมแอบไปเปิดดูราคาตามอาหารที่เขาจัดให้ปรากฏว่าหัวละ ๗๕ เหรียญดอลล่าร์รวมค่าเรือ ที่นี่เขาคิดราคาเป็นดอลล่าร์อเมริกันครับ

      ผมยังซาบซึ้งกับบรรยากาศของแซนด์แบ๊งค์เพราะเราจะเห็นคลื่นเล็กๆมากันหลายทิศทางตัดกันดูสวยดี แล้วพอแดดเริ่มจ้าขึ้นทรายก็จะเป็นสีทองสวยจริง เราประทับรอยเท้าไว้ที่แซนด์แบ๊งค์ ลูกสาวก็เขียนภาษาอังกฤษไว้บนทรายว่า “Thongtan Family Live in Maldives” พอเวลา ๘ โมงเช้าแดดเริ่มแรงขึ้นเราก็นั่งเรือกลับ

 

เห็น Danish Blue หรือยังครับไม่เปรียบเทียบรสชาติกับภาพขวาล่างนะครับ แต่ภาพขวาล่างเลียนแบบนักบินอวกาศที่ไปเหยียบดวงจันทร์ แต่พวกเราไปเหยียบมัลดีฟส์ครับ อิอิ

        ๑๐ โมงครึ่งวันนี้ เรานั่งเรือไปที่โรงแรมอังสนารีสอร์ทแอนด์สปา มัลดีฟส์ ชื่อเกาะ Ihuru พอไปถึงผมกับลูกชายแต่งองค์ทรงเครื่องไปดำน้ำแบบดำผิวน้ำออกไปนิดเดียวก็ถึงจุดดำน้ำ เราดำไปตาม Reef เห็นปลาหลากหลายตื่นตาตื่นใจ ผมเห็นปลาที่ไม่เคยเห็นตั้งหลายชนิดปลาดาวขนนกก็มีแต่มันเป็นสีดำเสียส่วนใหญ่ วันนี้เราได้เห็นเต่าด้วย ดูในเอกสารของโรงแรมเขาจะบอกว่าที่เกาะด้านไหนมีปลิงทะเล ตรงด้านไหนมีสัตว์อะไรบ้าง น่าสนใจดี เราดำน้ำกันแบบไม่รู้สึกร้อนเลย อากาศสบายมาก แต่พอขึ้นจากน้ำ ผิวเราเห็นแดงเป็นขอบเลย

        วันนี้น้ำทะเลสวยมากๆ ที่นี่ใครที่ถ่ายรูปไม่เป็นไม่ต้องกลัว หันกล้องกดแชะตรงไหนสวยตรงนั้น กิจกรรมทางน้ำของ ๒ โรงแรมนี้ก็มีเรือใบ ดำน้ำสกูบ้า และสนอร์เกิ้ล แล้วก็มีสกี แค่นี้แหละไม่มีเรือกล้วย เรือลากร่ม จะว่าดีก็ดีนะได้พักผ่อนจริงๆ และรอบๆโรงแรมเขาห้ามตกปลาโดยเด็ดขาด ใครตกปลาจับได้เขาปรับตัวละ ๑๐๐ เหรียญ ในโรงแรมเขามีโทรทัศน์จอใหญ่แต่เปิดเสียงเบามากไม่รบกวน ดูบอลกันก็ไม่มีเสียงตะโกนเชียร์แบบบ้านเรา อาจจะเป็นเพราะคนที่ไปที่นั่นเขาต้องการไปพักผ่อนเงียบๆ แบบผู้ดีๆ เราก็เลยต้องสวมหน้ากากเป็นผู้ดีมีกะตังค์กะเขาไปด้วย ฮิๆ...ลูกสาวบอกว่าที่มัลดีฟส์ตามเกาะต่างๆก็มีโรงแรม ๒ ๓ ดาวก็มีนะคืนละไม่กี่พันบาทผมว่าก็น่าโอเคนะ  คนที่รักทะเลคงไม่อยากอยู่แต่ในห้อง คงอยากออกไปดำน้ำดูความงามของท้องทะเล กลับมาถึงก็หลับเพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพักหรูหรา เมื่อวานเราทานอาหารเที่ยงด้วยกันแล้วเราก็รู้ว่าอาหารเที่ยงเขาแพง วันนี้ก็เลยงัดแกงไตปลาที่เอาไปฝากลูกสาว กับเพื่อนร่วมงานของลูกสาวทำอาหารมาให้ เราก็เลยนั่งทานอาหารกันที่ศาลาหน้าห้อง อร่อยถูกปากไม่เลี่ยน ทานเสร็จก็นอนเอกเขนกกันที่ศาลา แฮ่ะ..ทำเป็นเศรษฐีได้วันเดียวต้องหันมากินอาหารบ้านเราอยู่ดี

        สี่โมงเย็นก็ไปฟังบรรยายเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่โรงแรมที่เราพัก การบรรยายปกติเขาจะบรรยายวันอังคารและวันศุกร์ แต่เราได้รับการอนุเคราะห์เป็นพิเศษจาก Dave ซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์เปิดบรรยายให้เป็นพิเศษ แล้วเขาชมกับลูกสาวว่าเขาประทับใจครอบครัวเรามาก เขาอยากให้คนที่มาฟังเป็นแบบครอบครัวเรา เพราะเราป้อนคำถามไม่หยุด เขาสนุกที่จะตอบ แต่เนื่องจากไม่มีเวลาจริงๆจึงบรรยายให้เราได้ ๑ ชั่วโมง เราสนุกมากเพราะเราได้ความรู้เพิ่มเติมหลายเรื่อง ผมจะเล่าให้ฟังว่าผมได้เรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง แต่ต้องเป็นตอนหน้านะ อิอิ...